
dopamine กับแอลกอฮอล์ เกี่ยวข้องกันไหม?
- ไข่น้อย
- 14 views

dopamine กับแอลกอฮอล์ เกี่ยวกันอย่างแน่นอน แถมยังมีความซับซ้อน และส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมของมนุษย์ เนื่องจากแอลกอฮอล์ ที่มาจากเครื่องดื่ม มีฤทธิ์กระตุ้นให้สมอง ให้หลั่งสารโดปามีนออกมาในปริมาณที่สูงกว่าปกติ ซึ่งเป็นกลไกที่ทำให้มีความสุข แต่มันกระตุ้นให้มีการเสพติด และลดการตอบสนองจากสารโดปามีนลง ทำให้ความสุขจากการใช้ชีวิตปกติลดน้อยลง และอาจนำไปสู่เส้นทางผิด ๆ
แอลกอฮอล์ที่กล่าวถึงนี้ คือเอทานอลแอลกอฮอล์ ที่ได้จากธัญพืช และมันจะเกิดขึ้นตามธรรมชาติ จากการหมักน้ำตาล และเป็นกระบวนการเผาผลาญของยีสต์ ซึ่งถูกใช้เป็นสารมึนเมา มาตั้งแต่สมัยโบราณ และมีการพัฒนามาตลอดหลายศตวรรษ แต่เริ่มมีการผลิตครั้งแรก เมื่อศตวรรษที่ 19 แถมยังมีการระบุเอาไว้อีกว่า เอทานอลแอลกอฮอล์ เป็นยาระงับประสาทที่เก่าแก่ที่สุด
เพราะจากข้อมูลที่นำมาอ้างอิง เอทานอลแอลกอฮอล์ เคยใช้เป็นยาสลบแบบรับประทาน ที่ใช้ระหว่างการผ่านตัด โดยมันจะมีอาการมึนเมาเล็กน้อย หากมีเอทานอลแอลกอฮอล์ในเลือด 0.03 – 0.05% แต่ทำให้เกิดอาการโคม่า หากสูงถึง 0.4% ทำให้เสี่ยงต่อการเสียชีวิต แต่ภายหลังก็มีการใช้สารทดแทน อย่างเช่นฝิ่น และกัญชา จากนั้นใช้เป็นสาร Diethyl ether ที่ทำให้สลบ ซึ่งเริ่มใช้ในปี 1840 (11 เมษายน 2026) [1]
เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้ ถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ซึ่งประเภทแรกนั้น ได้แก่เหล้า ที่เกิดจากการหมัก และกลั่น ทำให้มีดีกรีแอลกอฮอล์ไม่ต่ำกว่า 20% แต่หากใช้วัตถุติบในการผลิตต่างกัน เหล้าก็จะมีชื่อเรียกไม่เหมือนกัน ต่อมาก็จะเป็นไวน์ จะมีดีกรีแอลกอฮอล์รองจากเหล้า 9 – 16% ซึ่งหมักจากผลไม้ โดยผลไม้ที่นิยมเอามาหมักมากที่สุด ก็จะเป็นองุ่น
สุดท้าย จะเป็นเครื่องดื่มที่เรียกว่าเบียร์ มีดีกรีแอลกอฮอล์น้อยที่สุด คือประมาณ 4 – 8% เบียร์เกิดจากการเอามอลต์ในข้าวบาเลย์ หรือเอาข้าวสาลีมาต้ม จากนั้นก็ใช้การหมักเช่นกัน โดยในสหรัฐเมื่อศตวรรษที่ 19 มีโรงเบียร์กว่า 4,000 แห่ง และเริ่มเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ซึ่งสามารถทำรายได้จากทั่วโลกรวมกันมากถึง 140,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2021 (27 สิงหาคม 2022) [2]
จากคำถามที่ว่า คนเมา ตัดสินใจเล่นพนันมากขึ้นจริงไหม เป็นเรื่องจริง แต่ขอแถมคำตอบ ของคำถามเกี่ยวกับ ทำไมคนเมา มักใช้เงินเกินตัว ที่มันมีความเชื่อมโยงกัน เพราะการที่คนเมาตัดสินใจเล่นพนันมากขึ้น หรือมีการใช้เงินเกินตัวนั้น เกิดจากการที่แอลกอฮอล์ ได้เข้าไปรบกวนการทำงานของสมอง ทำให้การยับยั้งชั่งใจลดลง จึงเป็นเหตุผลที่เล่นพนันเพิ่มขึ้น และใช้เงินเกินตัว
อย่างไรก็ตาม ยังพอมี วิธีป้องกัน การเสียเงินตอนเมา จากการพนัน และการใช้เงินเกินตัวนั้น คือการจำกัดจำนวนเงินตั้งแต่แรก เพื่อกำหนดยอดการใช้จ่ายเอาไว้ เพื่อป้องกันการสูญเสียเงิน จากการยับยั้งชั่งใจลดลง หรือจะให้คนที่ไว้ใจได้ คอยดูแลเรื่องของการเงินชั่วคราว ซึ่งการป้องกันที่รัดกุม จากอาการเมาที่ขาดสติ จะช่วยให้สนุกกับการพนัน และไม่ต้องเครียด จากอาการเมาที่ทำให้สูญเสียเงิน

โดปามีนเป็นสารสื่อประสาท ที่ถูกสร้างขึ้นในสมองของมนุษย์ โดยสารโดปามีน จะเป็นฮอร์โมนที่ถูกปล่อยเข้าสู่กระแสเลือด และทำหน้าที่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหว แรงจูงใจ อารมณ์ พฤติกรรม ความจำ การเรียนรู้ และอีกมากมายที่เกี่ยวกับร่างกาย ซึ่งหากมันมีมาก หรือน้อยเกินไป ก็อาจจะทำให้เกิดโรคต่าง ๆ อย่างเช่นโรคสมาธิสั้น และโรคพาร์กินสัน
นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อความรู้สึกอีกด้วย เพราะหากมีโดปามีนมากเกินไป ก็จะทำให้รู้สึกเคลิบเคลิ้ม มีพลังงานเต็มเปี่ยม แต่จะทำให้นอนไม่หลับ มีปัญหาเรื่องการควบคุมอารมณ์ ทำให้มีความก้าวร้าวมากขึ้น แต่หากมีโดปามีนน้อย ก็จะทำให้รู้สึกเหนื่อย ทำให้มีอารมณ์แปรปรวน มีปัญหาเรื่องสมาธิ และอาจสูญเสียความทรงจำ และไม่มีความสุขกับการใช้ชีวิต (23 มีนาคม 2022) [3]
จากที่ค้นหาข้อมูลบนโลกออนไลน์ แอลกอฮอล์จากเครื่องดื่ม มีผลอย่างมากต่อการทำงานของโดปามีน และสมองจะปรับตัวต่อโดปามีนได้อย่างรวดเร็ว เมื่อดื่มมากเกินไป และดื่มอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เริ่มผลิตโดปามีนได้น้อยลง ทำให้อารมณ์แย่ลงตามไปด้วย จึงทำให้ต้องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น เพื่อเพิ่มระดับโดปามีนให้กลับคืนมา ซึ่งในร่างกายของผู้ชาย จะผลิตโดปามีนได้มากกว่าผู้หญิง เมื่อมีการดื่มแอลกอฮอล์
แต่ความจริงที่น่าสนใจ คือแอลกอฮอล์ไม่ได้แค่ทำให้โดปามีน เพิ่มสูงขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังทำหน้าที่เป็นตัวขัดขวางการทำงานของสารสื่อประสาทชนิดอื่น ๆ ซึ่งส่งผลให้การควบคุมสติ และเหตุผลลดต่ำลง ในขณะที่ความพึงพอใจพุ่งสูงขึ้น และเกิดการเสพติดในระยะยาว ทำให้ต้องระวังผลกระทบหลายเรื่อง ที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกาย และสภาพจิตใจ
การทำให้โดปามีนกลับมาสมดุลนั้น คือการปรับระบบนิเวศใหม่ทั้งหมด โดยการเว้นระยะจากสิ่งเร้าที่รุนแรง เพื่อทำให้เลิกคาดหวัง อย่างเช่นการใช้สารเสพติด หรือการไถหน้าจอมือถือทั้งวัน แต่จะต้องหันไปให้ความสำคัญเกี่ยวกับ การนอนที่มีคุณภาพ เพราะจะช่วยให้สมอง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และปรับระดับสารสื่อประสาทให้เสถียร ในขณะที่นอนหลับ
และต้องใช้ควบคู่ไปกับ การเติมสารอาหารที่ครบ เพื่อให้สมองมีวัตถุดิบในการผลิตโดปามีน ในระดับที่พอดี ทำให้ไม่พุ่งสูง และต่ำจนเกินไป จนในที่สุดก็จะพบว่า สมองสามารถพึงพอใจกับเรื่องพื้นฐานในชีวิตได้ โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาสิ่งเร้าที่รุนแรง แต่ท้ายที่สุดแล้ว ก็จะต้องสร้างวินัยในการบริหารจัดการความเครียด เพราะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ ที่จะทำให้โดปามีนสมดุล
โดยสรุปแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างแอลกอฮอล์ และโดปามีน เปรียบเสมือนดาบสองคม ที่ให้ความสุขชั่วคราว แต่แฝงไปด้วยภาระทางเคมีในสมองระยะยาว เพราะการพึ่งพาสิ่งเร้าภายนอก เพื่อสร้างความพึงพอใจ นำไปสู่ภาวะสมดุลที่เสียไป จนสมองสูญเสียความสามารถ ในการสร้างความสุขให้กับชีวิต และทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสภาวะทางอารมณ์ที่แปรปรวนได้ง่ายกว่าปกติ
แอลกอฮอล์สำหรับล้างแผล ไม่สามารถนำมาดื่มได้ เนื่องจากเป็นสารอันตราย ที่มีฤทธิ์รุนแรงต่อร่างกายมนุษย์ และโดยส่วนใหญ่ แอลกอฮอล์ที่ใช้ล้างแผล จะเป็นประเภท Isopropyl Alcohol ซึ่งมีไว้สำหรับฆ่าเชื้อโรคบนพื้นผิวภายนอกเท่านั้น ดังนั้นการนำแอลกอฮอล์ล้างแผลมาดื่ม จึงเป็นการนำสารพิษเข้าร่างกายโดยตรง ซึ่งส่งผลให้อวัยวะภายในล้มเหลว และเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต
เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เพราะสมองมองว่าการลุ้นผลลัพธ์ เป็นรูปแบบหนึ่งของการได้รับรางวัล ซึ่งจะกระตุ้นให้สมองหลั่งโดปามีนออกมามากกว่าปกติ และเมื่อโดปามีนพุ่งสูงขึ้น ก็จะทำให้ผู้ที่เล่นการพนัน รู้สึกเคลิบเคลิ้ม มีความสุข และเกิดความต้องการอยากเล่นซ้ำ ๆ จนระบบนิเวศในสมองเริ่มเสียสมดุล ทำให้ช่วงเวลาปกติรู้สึกเบื่อหน่าย แต่หากได้เล่นพนัน จะมีความสุขทันที หรือที่เรียกว่าโรคติดการพนัน

