ทำไมบางประเทศ มีโฆษณาพนัน แพร่หลายในสื่อสาธารณะ?

ทำไมบางประเทศ มีโฆษณาพนัน

ทำไมบางประเทศ มีโฆษณาพนัน เพราะในประเทศเหล่านั้น มีกฎหมายที่อนุญาตให้ธุรกิจพนันดำเนินการและโฆษณาได้อย่างถูกกฎหมาย เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียน และจัดเก็บภาษีเข้าสู่ภาครัฐ

  • ทำไมบางประเทศมีโฆษณาพนันได้อย่างถูกกฎหมาย?
  • รายได้ภาษีและงบประมาณแผ่นดินคุ้มค่าจริงหรือ?
  • กลยุทธ์สื่อและช่องว่างดิจิทัลข้ามพรมแดน

ทำไมบางประเทศมีโฆษณาพนันได้อย่างถูกกฎหมาย?

ทำไมบางประเทศ มีโฆษณาพนัน

เพราะรัฐบาลในประเทศเหล่านั้น มองว่าการพนันเป็นธุรกิจบันเทิงประเภทหนึ่ง จึงเลือกใช้วิธีควบคุมให้อยู่ในระบบเพื่อจัดเก็บภาษีเม็ดเงินมหาศาล และนำรายได้ดังกล่าวไปพัฒนาประเทศแทนการสั่งห้าม

รายได้ภาษีและงบประมาณแผ่นดินคุ้มค่าจริงหรือ?

ในมุมมองทางเศรษฐศาสตร์ ปัจจัยสำคัญที่ตอบคำถามว่าทำไมบางประเทศ มีโฆษณาพนัน อยู่ในสื่อสาธารณะ คือ “เม็ดเงินภาษี” (Gambling Duty) ที่ไหลเข้าสู่คลังแผ่นดินอย่างมหาศาล ข้อมูลสถิติจากรัฐบาลสหราชอาณาจักร (GOV.UK) ระบุว่า ในช่วงปี 2024-2025 รัฐสามารถจัดเก็บภาษีจากภาคธุรกิจการพนันทั่วไป GBD (General Betting Duty) ได้สูงถึง 714 ล้านปอนด์

และหากนับรวมภาษีจากธุรกิจการพนันทางไกลหรือออนไลน์ (Remote Gaming Duty) ตัวเลขจะพุ่งสูงถึง 1,163 ล้านปอนด์ นอกจากนี้ รายงานทางการเงินในช่วงต้นปี 2025 ถึงปี 2026 พบว่าเพียงช่วง 4 เดือนแรก (เมษายน-สิงหาคม) รัฐบาลอังกฤษสามารถจัดเก็บรายได้สะสมจากอุตสาหกรรมนี้ได้แล้วกว่า 1,786 ล้านปอนด์ (เพิ่มขึ้นประมาณ 9% จากปีก่อนหน้า)

เม็ดเงินเหล่านี้ถูกนำไปหมุนเวียนจัดสรรเป็นงบประมาณแผ่นดิน เพื่อการสาธารณสุข การศึกษา และโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนมองว่าการเปิดให้มีกลไกตลาดและการโฆษณาที่ถูกต้อง เป็นเครื่องมือสร้างรายได้ที่ปฏิเสธได้ยาก

ที่มา: บทวิเคราะห์สถิติการพนันและเกมในสหราชอาณาจักร (30 กันยายน 2025) [1]

การเปลี่ยนเม็ดเงินใต้ดินมาอยู่บนดินมีกลไกอย่างไร?

โมเดลนโยบายในภาคพื้นยุโรป และออสเตรเลียตั้งอยู่บนสมมติฐานทางสังคมวิทยาที่ว่า “การสั่งห้ามอย่างเด็ดขาดไม่สามารถหยุดยั้งความต้องการของผู้บริโภคได้จริง” แต่จะส่งผลให้เม็ดเงินไหลลงสู่ระบบใต้ดินหรือผู้ให้บริการที่ไม่มีใบอนุญาต ซึ่งควบคุมไม่ได้และเสี่ยงต่ออาชญากรรม

กลไกที่ประเทศเหล่านี้เลือกใช้คือ การแปลงระบบสีเทาให้เป็นระบบปิดภายใต้การกำกับ (Regulated Market) ยกตัวอย่างเช่น ในสหราชอาณาจักรมีการบังคับใช้กฎหมายควบคุมการพนัน (Gambling Act หรือ พระราชบัญญัติการพนัน) มาตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2005 กฎหมายอนุญาตให้บริษัทพนันโฆษณาทางโทรทัศน์และวิทยุได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขข้อจำกัดที่เข้มงวด

เช่น ห้ามโฆษณาในช่วงเวลาที่มีเยาวชนรับชม และต้องมีสัญลักษณ์คำเตือนเพื่อลดผลกระทบทางสังคม (Harm Reduction) เสมอ วิธีการนี้เปลี่ยนบทบาทของรัฐจาก “ผู้ห้าม” มาเป็น “ผู้คุมกฎ” เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงพฤติกรรมของประชากร โดยกฎหมายฉบับนี้ระบุวัตถุประสงค์ไว้ดังนี้

  • ป้องกันไม่ให้การพนันเป็นต้นเหตุของ ความไม่สงบเรียบร้อย, อาชญากรรม หรือถูกใช้ในการสนับสนุนอาชญากรรม
  • การปกป้องเด็กและบุคคลที่เปราะบางอื่น ๆ จากการถูกเอาเปรียบหรือถูกทำร้าย จากใช้งานหรือเล่นการพนัน
  • เพื่อให้มั่นใจว่าการพนันดำเนินการอย่างยุติธรรมและเปิดเผย

อย่างไรก็ตามตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2014 ได้ปรับปรุงพระราชบัญญัติดังกล่าวหลายประการ รวมถึงข้อกำหนดต่าง ๆ เกี่ยวกับแบรนด์การพนันนอกประเทศ ซึ่งทั้งหมดต้องยื่นขอใบอนุญาตจากคณะกรรมการการพนัน รวมถึงต้องมีการเสียภาษี ณ จุดบริโภค (POC) ร้อยละ 15 จากกำไรขั้นต้น

และต่อมาในวันที่ 8 ธันวาคม 2020 รัฐบาลสหราชอาณาจักร ได้มีการประกาศทบทวนพระราชบัญญัติดังกล่าว เพื่อความแน่ใจว่าพระราชบัญญัตินี้จะเหมาะสมกับยุคดิจิทัล โดยการประกาศดังกล่าวระบุว่าการยื่นหลักฐานเหล่านั้นจะมีกำหนดส่งภายในเดือนมีนาคม 2021

ที่มา: Gambling Act 2005 (16 มิถุนายน 2026) [2]

กลยุทธ์สื่อและช่องว่างดิจิทัลข้ามพรมแดน

ทำไมบางประเทศ มีโฆษณาพนัน

กลยุทธ์ในการลดช่องว่างระหว่างพรมแดน คือการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ ทลายข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายต่างแดน ในขณะเดียวกัน ก็ต้องเผชิญความท้าทายจากความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี และกฎหมายควบคุมข้อมูลของแต่ละประเทศ

ทำไมสปอนเซอร์กีฬาโลกถึงเชื่อมโยงกับทุนพนัน?

เพราะการแข่งขันกีฬาเข้าถึงผู้ชมอารมณ์ร่วมสูงได้คราวละหลายล้านคน ทุนพนันจึงยอมจ่ายเพื่อแลกกับการรับรู้แบรนด์อย่างรวดเร็ว ความเชื่อมโยงระหว่างอุตสาหกรรมกีฬาและแพลตฟอร์มเสี่ยงโชค ถือเป็นช่องทางหลักที่อธิบายว่าทำไมบางประเทศ มีโฆษณาพนัน หลุดรอดสายตาผู้คนไปไม่ได้ อิทธิพลของสโมสรฟุตบอลระดับโลก โดยเฉพาะในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ทุนขนาดใหญ่เหล่านี้ยอมทุ่มงบประมาณมหาศาล เพื่อแลกกับการปรากฏโลโก้บนหน้าอกเสื้อแข่งขัน

อย่างไรก็ดี แรงกดดันทางสังคมทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ โดยในเดือนเมษายน ปี 2023 สโมสรในพรีเมียร์ลีกได้มีมติเป็นเอกฉันท์ร่วมกันที่จะ ยกเลิกสปอนเซอร์พนันบนหน้าอกเสื้อแข่งขันอย่างถาวร โดยให้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่ฤดูกาล 2026-2027 เป็นต้นไป การปรับเปลี่ยนนี้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างรายได้ของสโมสรฟุตบอลต่าง ๆ รวมกัน

ไม่ต่ำกว่า 80 ล้านปอนด์ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Irishtimes แต่อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงนี้ยังคงอนุญาตให้แบรนด์เหล่านี้ ปรากฏบนแขนเสื้อหรือป้ายไฟดิจิทัลข้างสนามได้ ซึ่งเป็นกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงของทุนโฆษณา

แพลตฟอร์มออนไลน์มีส่วนช่วยให้กระจายตัวได้อย่างไร?

รายงานจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง ภาพเสียง และสื่อสารมวลชนแห่งออสเตรเลีย (ACMA) เผยสถิติว่า ในรอบระหว่างเดือนพฤษภาคม 2022 ถึงเมษายน 2023 ผ่านมา เม็ดเงินโฆษณาจากผู้ให้บริการพนันออนไลน์ทั้งพื้นดิน วิทยุในเขตเมือง และสื่อออนไลน์

คิดเป็นสัดส่วนสูงที่สุด โดยในออสเตรเลียมีการทุ่มงบประมาณสื่อสูงถึง 238.63 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งสัดส่วนกว่า 15% ถูกเทไปยังแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย 68% ถูกใช้ไปในตลาดโทรทัศน์ภาคพื้นดิน 9% ในตลาดวิทยุเขตเมืองใหญ่ 8% บนแพลตฟอร์มออนไลน์อื่น ๆ (เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน) (23 ตุลาคม 2023) [3]

ความอันตรายของเทคโนโลยีข้ามพรมแดน

คือระบบอัลกอริทึมและการทำ White-Label หรือการนำไปติดแบรนด์ใหม่ ซึ่งบริษัทซอฟต์แวร์หลายแห่ง ได้มีการนำเสนอการใช้ไวท์เลเบลให้กับเอเจนซีหรือลูกค้ารายอื่น ๆ ด้วย เช่น การปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ของซอฟต์แวร์ การเรียกเก็บเงินอัตโนมัติ จากลูกค้าปลายทางตามการใช้งาน

และการจัดการลูกค้าพร้อมกันหลายราย เป็นต้น ซึ่งจุดนี้เว็บพนันออนไลน์หลายเว็บ ก็นำมาใช้ในการยิงโฆษณา เจาะกลุ่มเป้าหมายผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ แม้ว่าปลายทางจะเป็นประเทศที่มีกฎหมายสั่งห้ามก็ตาม ความเป็นดิจิทัลที่ไร้พรมแดนนี้ จึงกลายเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ ที่กฎหมายท้องถิ่นของแต่ละประเทศ ไม่สามารถก้าวตามได้ทัน

บทสรุป ทำไมบางประเทศ มีโฆษณาพนัน

ทำไมบางประเทศ มีโฆษณาพนัน อุตสาหกรรมพนันถูกกฎหมาย ขับเคลื่อนด้วยเม็ดเงินภาษีมหาศาล และการแปลงระบบใต้ดินขึ้นมาอยู่บนดิน แต่ต้องเผชิญหน้ากับการควบคุมทางสังคม ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีออนไลน์ และสปอนเซอร์กีฬา เป็นช่องทางข้ามพรมแดนสู่ผู้บริโภคทั่วโลก

ผลกระทบทางสังคมจะเป็นอย่างไร?

ผลงานวิจัยเชิงนโยบายเปรียบเทียบใน 30 ประเทศแถบยุโรปที่ตีพิมพ์ในวารสาร International Gambling Studies (มิถุนายน 2026) ชี้ให้เห็นว่า การปล่อยให้ประชากรรับรู้ และเข้าถึงสิ่งเร้าเหล่านี้ในปริมาณที่มากเกินไป ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของพฤติกรรมเสพติด อัตราหนี้สินและปัญหาสุขภาพจิต โดยเฉพาะในกลุ่มรายได้น้อย ที่มีสัดส่วนการสูญเสียรายได้ไปกับกิจกรรมนี้มากที่สุด

มาตรการควบคุมโฆษณาการพนันมีอะไรบ้าง?

พบว่าปัจจุบันมี 2 ประเทศในยุโรปที่ประกาศใช้มาตรการ “สั่งห้ามโฆษณาการพนันอย่างเบ็ดเสร็จ” (Blanket Bans) ได้แก่ อิตาลี, เบลเยียม และอีกกว่า 6 ประเทศเช่น เนเธอร์แลนด์, สเปน ที่เข้าใกล้การแบนเกือบทั้งหมด ขณะที่ประเทศส่วนใหญ่ หันมาใช้มาตรการควบคุมร่วมกันในระดับสากล ได้แก่

  • การห้ามไม่ให้เนื้อหาโฆษณามีเป้าหมายไปที่กลุ่มเยาวชนโดยเด็ดขาด
  • การกำหนดช่วงเวลาห้ามออกอากาศ (Whistle-to-Whistle Ban) ในช่วงการถ่ายทอดสดกีฬา
  • การบังคับใส่ข้อความเตือนสติในทุกช่องทางสื่อ เพื่อสร้างแนวป้องกันเชิงพฤติกรรมก่อนที่ปัญหาจะลุกลามในระยะยาว
Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง