เจาะลึกเบื้องหลัง บัญชีม้าเว็บพนัน หามาจากไหน

บัญชีม้าเว็บพนัน หามาจากไหน

บัญชีม้าเว็บพนัน หามาจากไหน บัญชีม้าเว็บพนันส่วนใหญ่ มาจากกลุ่มผู้เสียหายที่ถูกแก๊งเงินกู้ออนไลน์หลอกลวงเอาข้อมูลไปเปิดโดยไม่รู้ตัว และกลุ่มคนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ซึ่งมีทั้งยินยอม และถูกจ้างให้เปิดบัญชีธนาคารโดยไม่รู้ว่าจะถูกนำไปใช้ทำอะไร

  • ขบวนการจัดหาบัญชีม้าเว็บพนันเป็นอย่างไร?
  • ใครคือกลุ่มเป้าหมายที่ยอมขายบัญชี?
  • ทำไมเว็บพนันออนไลน์ถึงต้องใช้บัญชีม้า?

ขบวนการจัดหาบัญชีม้าเว็บพนันเป็นอย่างไร?

บัญชีม้าเว็บพนัน หามาจากไหน

บัญชีม้าเว็บพนัน หามาจากไหน ในหลาย ๆ กรณีคือ จะมีนายหน้าโพสต์หรือคนรู้จักรับซื้อในกลุ่มลับ หรือหลอกล่อผ่านแอปกู้เงิน จากนั้นจะรวบรวมบัญชีพร้อมซิมผูกแอปพลิเคชันธนาคาร ส่งต่อให้ทุนเทาใช้รับเงินและโอนฟอกเงินเป็นทอด ๆ เพื่อหลบเลี่ยงการสแกนใบหน้าจับกุมคุมขังคดีสืบสวน

ใครคือกลุ่มเป้าหมายที่ยอมขายบัญชี?

จากการวิเคราะห์พฤติกรรมศาสตร์และโครงสร้างทางเศรษฐกิจ กลุ่มเป้าหมายหลักที่ตกเป็นเหยื่อและยอมแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อผลประโยชน์ทางการเงิน มักแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่:

  • กลุ่มผู้ประสบปัญหาทางการเงินเฉียบพลัน: นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ใช้แรงงานรายวัน ที่ต้องการรายได้เสริมอย่างรวดเร็ว
  • กลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกลหรือแนวชายแดน: ซึ่งขาดความเข้าใจด้านกฎหมายเทคโนโลยีและการเงิน (Financial Literacy)
  • กลุ่มผู้ติดการพนันรายย่อย: ที่ยอมขายบัญชีตัวเอง เพื่อนำเงินกลับไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนในระบบต่อ

กลไกราคาในการซื้อขายในตลาดมืด มีการขยับตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยในช่วงก่อนปี พ.ศ. 2566 ราคาซื้อขายเฉลี่ยต่อบัญชี (รวมบัตร ATM และซิมการ์ดที่ผูกแอปพลิเคชันธนาคาร)

อยู่เพียงระดับ 500 – 1,500 บาท ทว่าหลังจากที่หน่วยงานรัฐ เริ่มกวดขันอย่างหนัก ส่งผลให้อุปทาน (Supply) ในตลาดลดลง ดันราคาซื้อขายทะยานขึ้นสู่ระดับ 3,000 – 10,000 บาทต่อบัญชี ขึ้นอยู่กับประเภทของธนาคาร และความน่าเชื่อถือของประวัติเจ้าของบัญชี

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ตลาดมืด

ตลาดมืดนั้นมีหลากหลายชื่อเรียก ไม่ว่าจะเป็น Darknet ตลาดค้าข้อมูล Dark Web หรืออื่น ๆ คือ เครือข่ายซ้อนทับภายในอินเทอร์เน็ต ที่สามารถเข้าถึงได้ด้วยซอฟต์แวร์ หรือการอนุญาตเฉพาะ ตัวดาร์กเน็ตจะแบ่งเป็นสองประเภททั่วไป คือ เครือข่ายสังคม และ เครือข่ายพร็อกซีนิรนาม

คำว่า Darknet ถูกใช้ในช่วงทศวรรษ 1970 เพื่อกำหนดเครือข่ายที่แยกตัวออกจาก ARPANET อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Wikipedia นอกจากนี้ยังมีการค้นพบอีกว่า มีผู้ค้าหลายพันรายที่ขายข้อมูล

ซึ่งถูกขโมยหลายหมื่นรายการผ่าน Darknet มากถึง 30 แห่ง และได้รับรายได้รวมกว่า 140 ล้านดอลลาร์ในช่วงแปดเดือนของปี 2022 (9 ธันวาคม 2022) [1]

หลอกลวงเอาข้อมูลไปเปิดบัญชีม้าได้อย่างไร?

นอกเหนือจากการตั้งใจขายแล้ว อีกหนึ่งช่องทางหลัก ที่ขบวนการนี้ใช้คือการ “ลักลอบเปิดบัญชีโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอมหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์” ซึ่งมักเกิดขึ้นผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

ที่สร้างขึ้นมาเพื่อดักจับข้อมูล (Phishing) และการวิศวกรรมสังคม (Social Engineering) กลยุทธ์ที่มิจฉาชีพนิยมใช้มากที่สุดในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ดังนี้

  • กลโกงแอปพลิเคชันเงินกู้นอกระบบ: มิจฉาชีพจะสร้างแอปพลิเคชันเงินกู้ปลอมขึ้นมา โดยยื่นข้อเสนออนุมัติง่าย ดอกเบี้ยต่ำ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อกดสมัคร แพลตฟอร์มจะบังคับ ให้ส่งภาพถ่ายบัตรประชาชนหน้า-หลัง พร้อมทั้งทำกระบวนการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า (e-KYC: Electronic Know Your Customer) โดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนการอนุมัติสินเชื่อ แต่ในความเป็นจริง มิจฉาชีพได้นำข้อมูลพิกัด และรูปภาพเหล่านั้นไปลงทะเบียนเปิดบัญชีเงินฝากออนไลน์ผ่านระบบ Mobile Banking ของธนาคารพาณิชย์ในเวลาเดียวกัน โดยตัวอย่างประเทศที่ใช้ระบบ e-KYC ก็เช่น อินโดนีเซีย, อินเดีย, ไทย โดยในประเทศไทยได้รับการอนุญาตให้นำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในการจดจำและเรียนรู้ใบหน้า (Biometric facial recognition) เพื่อ ยืนยันตัวตนใน การเปิดบัญชีเงินฝากจากระยะไกล (Remote account opening) ซึ่งธนาคารที่ใช้ก็เช่น ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารทหารไทย, ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด และ ธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นต้น (12 พฤษภาคม 2020) [2]
  • อุบายรับสมัครงานออนไลน์ หรือ ภารกิจกดไลก์กดแชร์: มิจฉาชีพจะโพสต์รับสมัครพนักงานทำงานที่บ้านรายได้ดี โดยอ้างว่าต้องใช้บัญชีธนาคาร ในการรับเงินปันผล หรืออ้างว่าต้องนำชื่อของเหยื่อไปลงทะเบียน “บัญชีทดลองงาน” หรือ “บัญชีเพื่อตรวจสอบระบบ” ยิ่งไปกว่านั้น บางรายมีการหลอกลวงให้เหยื่อ ส่งโทรศัพท์มือถือพร้อมซิมการ์ดไปให้ โดยอ้างว่าจะติดตั้งโปรแกรมทำงานให้ สุดท้ายเครื่องเหล่านั้น จะถูกนำไปใช้เป็นเครื่องปลายทางในการโอนเงินผิดกฎหมาย

ทำไมเว็บพนันออนไลน์ถึงต้องใช้บัญชีม้า?

บัญชีม้าเว็บพนัน หามาจากไหน

คำตอบในมิติทางธุรกิจการเงินคือ “การบริหารจัดการความเสี่ยง และความคล่องตัวในระบบธุรกรรม” ธุรกิจที่อยู่นอกขอบเขตกฎหมาย ไม่สามารถใช้ระบบชำระเงินมาตรฐาน (Payment Gateway) ของสถาบันการเงินพาณิชย์ได้อย่างเปิดเผย บัญชีม้าจึงทำหน้าที่เป็นหน้าด่าน และเป็นโครงสร้างพื้นฐานในการขับเคลื่อนเม็ดเงินนั้นแทน

บัญชีม้าใช้ทำหน้าที่อะไรในวงจรฝาก-ถอน?

ในสถาปัตยกรรมทางการเงินของขบวนการเหล่านี้ บัญชีม้าจะไม่ถูกใช้งานแบบเดี่ยวๆ แต่จะทำงานร่วมกันเป็นระบบขั้นบันได (Tiered Accounts) เพื่อตัดขาดเส้นทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยแบ่งหน้าที่หลักออกเป็น 4 ชั้น

  • ชั้นที่ 1 (บัญชีรับฝาก – Frontline): ทำหน้าที่รับเงินโอนโดยตรง จากกลุ่มผู้เล่น ยอดเงินในบัญชีนี้จะถูกพักไว้เพียงระยะเวลาสั้น ๆ (หลักนาที) ก่อนจะถูกโอนออก โดยระบบอัตโนมัติ (API) เพื่อป้องกันการถูกอายัดเงินก้อนใหญ่
  • ชั้นที่ 2 – 3 (บัญชีพักเงิน/กระจายสาย): ทำหน้าที่รับเงินจากชั้นแรกมารวมกัน จากนั้นแตกย่อยออกไปหลาย ๆ บัญชีเพื่อทำลายรูปแบบพฤติกรรมการโอนเงิน (Pattern) ให้ระบบตรวจจับของธนาคารเกิดความสับสน
  • ชั้นที่ 4 (บัญชีปลายทาง/ทางออก): ทำหน้าที่รวบรวมเม็ดเงินทั้งหมด เพื่อเตรียมแปลงสภาพเป็นสินทรัพย์อื่น เช่น การซื้ออสังหาริมทรัพย์ การซื้อทองคำ หรือการเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล (Cryptocurrency) สกุลเงินเสถียร (Stablecoin)

การหลบเลี่ยงการตรวจสอบ

เทคนิคการหลบเลี่ยง ได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างมากตามลำดับเวลา โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ช่วงเวลาสำคัญ ที่สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของขบวนการนี้ต่อมาตรการภาครัฐได้แก่

  • ยุคการโอนเงินแบบดั้งเดิม ขบวนการใช้แรงงานคน (Human Clicker) ในการนั่งกดโอนเงินผ่านสมาร์ตโฟนหลายสิบเครื่องพร้อมกัน การหลบเลี่ยงเน้นใช้วิธีเปลี่ยนบัญชีไปเรื่อย ๆ ทุก ๆ 24 ชั่วโมง
  • ยุคระบบอัตโนมัติ และแอปพลิเคชันควบคุมระยะไกล เมื่อรัฐเริ่มบังคับใช้การสแกนใบหน้า เมื่อโอนเงินเกิน 50,000 บาท มิจฉาชีพได้เปลี่ยนมาใช้โปรแกรมบอต (Bot) และระบบฝาก-ถอนอัตโนมัติ ซื้อโปรแกรมตัดแต่งภาพ หรือบังคับให้เจ้าของบัญชี ทำการยืนยันตัวตนทิ้งไว้ล่วงหน้า รวมถึงการหันมาใช้บัญชีม้านิติบุคคล (จดทะเบียนบริษัทบังหน้า) เพื่อเพิ่มวงเงินการโอนต่อวัน โดยไม่ต้องสแกนใบหน้า
  • ยุคบัญชีม้าข้ามพรมแดนและไฮบริด เนื่องจากการประสานงาน ระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทยและศูนย์ AOC 1441 มีความรวดเร็วขึ้น สามารถระงับบัญชีต้องสงสัย ได้ภายในไม่กี่นาที ขบวนการจึงปรับเปลี่ยนไปใช้บัญชีม้าต่างชาติ (Non-Resident) หรือกลุ่มแรงงานข้ามชาติ ที่เดินทางกลับประเทศไปแล้ว รวมถึงการใช้ซิมการ์ดต่างประเทศ ในการเปิดโรมมิ่งเพื่อทำธุรกรรม ภายนอกราชอาณาจักร ทำให้การบังคับใช้กฎหมายไทย ไปไม่ถึงปลายทางเส้นเงิน

ทำไมบัญชีม้าถึงมีความอันตราย?

บัญชีม้า มีความอันตรายอย่างร้ายแรงในฐานะ “เครื่องมือหลักในการฟอกเงิน” ของอาชญากรรมทุกประเภท ไม่ใช่แค่เว็บพนันออนไลน์ แต่รวมถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขบวนการค้ายาเสพติด

และการค้ามนุษย์ หากเปรียบเทียบวงจรอิทธิพลมืด เป็นร่างกายมนุษย์ บัญชีม้าก็คือ “เส้นเลือด” ที่คอยลำเลียงเงินบริสุทธิ์ของเหยื่อ ไปชุบตัวให้กลายเป็นเงินสะอาดของมาเฟีย โดยความอันตรายของมัน สามารถแบ่งออกเป็น 2 มิติหลัก ๆ ดังนี้

  • ภายใต้กฎหมายปัจจุบันตาม พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2566 เพียงแค่ยินยอมให้คนอื่นใช้บัญชีหรือซิมการ์ด มีโทษจำคุกสูงถึง 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยไม่สามารถอ้างว่า “รู้เท่าไม่ถึงการณ์” ได้เลย (2025) [3]
  • รายชื่อของเจ้าของบัญชีม้าจะถูกส่งเข้าฐานข้อมูลกลางของสถาบันการเงิน (ระบบ Central Fraud Registry) ส่งผลให้ ถูกระงับการใช้งานโมบายแบงก์กิ้งทุกธนาคาร ไม่สามารถเปิดบัญชีใหม่ได้เลยในชีวิตประจำวัน ขอสินเชื่อ ซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือทำบัตรเครดิตไม่ได้ตลอดชีวิต
  • หากบัญชีนั้นถูกนำไปใช้ในคดีใหญ่ เจ้าของบัญชีจะถูกดำเนินคดีในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิด ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 10 ปี และอาจถูกยึดทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมดเพื่อนำไปชดใช้ให้แก่เหยื่อ

บทสรุป บัญชีม้าเว็บพนัน หามาจากไหน

บัญชีม้าเว็บพนัน หามาจากไหน บัญชีม้าเว็บพนันส่วนใหญ่ มาจากกลุ่มคนที่เดือดร้อนด้านการเงิน หรือเหยื่อแอปพลิเคชันปล่อยเงินกู้ที่ถูกนายหน้า หลอกรวบรวมบัญชีส่งต่อทุนเทา เพื่อใช้โอนเงิน ฟอกเงิน ซึ่งมีระบบขั้นบันได เพื่อเลี่ยงการสแกนใบหน้า ซึ่งปัจจุบันมีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี ปรับ 3 แสน และอาจจะถูกตัดสิทธิ์ในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ทุกธนาคาร

โทษของการรับจ้างเปิดรุนแรงแค่ไหน?

หากมีความเกี่ยวข้องหรือเป็นผู้เปิดบัญชีม้าโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท ส่วนคนจัดหาจะต้องโทษจำคุก 2-5 ปี ปรับไม่เกิน 2-5 แสนบาท พร้อมถูกขึ้นแบล็กลิสต์ระงับธุรกรรมทุกธนาคาร

หากรู้ตัวว่าถูกหลอกควรแก้ไขอย่างไร?

ให้ทำการโทรสายด่วน 1441 อายัดบัญชีทันที รวบรวมหลักฐานการคุยแจ้งความตำรวจ และรีบทำบัตรประชาชนใหม่ เพื่อยกเลิกชุดรหัสเดิมป้องกันการแอบอ้างทันที

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง