
กติกาการแข่งขัน Regball กีฬาสุดท้าทายจากรัสเซีย
- Chono
- 21 views

กติกาการแข่งขัน Regball ที่มีจุดมุ่งหมาย ก็คือการนำลูกบอล ไปใส่ลงห่วงของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งในระหว่างการแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันสามารถกอด หรือรัดผู้เล่นฝั่งตรงข้าม เพื่อไม่ให้ผู้เล่นฝั่งตรงข้าม สามารถทำคะแนนได้ ซึ่งดูเหมือนกีฬาประเภทนี้ จะมีวิธีการเล่น คล้ายกับกีฬารักบี้ แต่ห้ามทำร้ายร่างกาย ด้วยวิธีรุนแรงอย่างเด็ดขาด
สำหรับกีฬา Regball มีต้นกำเนิดในประเทศรัสเซีย ซึ่งเริ่มต้นจากกิจกรรมคลายความเครียด จนเกิดเป็นกีฬารูปแบบใหม่ ซึ่งนิยมเล่นกันมาตั้งแต่ปี 1999 หากมองในภาพรวมแล้ว กีฬาประเภทนี้ เป็นการเอากีฬาหลากหลายประเภท มารวมไว้ด้วยกัน เช่น มวยปล้ำ, บาสเกตบอล และกีฬารักบี้ โดยผู้เข้าแข่งขัน จะต้องสวมชุดมวยปล้ำ และสวมสนับเข่า
แต่ละทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน จะต้องมีผู้เล่นไม่เกิน 20 คน และลงสนามได้ครั้งละ 7 คนเท่านั้น โดยการแข่งขันจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ซึ่งแต่ละช่วงจะใช้เวลาในการแข่งขัน 20 นาที และเวลาสำหรับพักเบรก 5 นาที โดยกีฬาประเภทนี้ มีการจัดการแข่งขันเป็นประจำทุกปี และนับตั้งแต่ปี 2004 เป็นต้นมา ก็ได้มีการจัดการแข่งขันระดับประเทศ (26 กุมภาพันธ์ 2023) [1]
อุปกรณ์ที่ใช้ในการแข่งขัน Regball จะเป็นอุปกรณ์แบบผสมผสาน ระหว่างเสื้อผ้าที่ใช้แข่งขันบาสเกตบอล รักบี้ และมวยปล้ำ เนื่องจากกีฬาประเภทนี้ มีการปะทะกันอย่างจริงจัง อุปกรณ์สวมใส่ จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งประกอบไปด้วยอุปกรณ์ดังต่อไปนี้
ซึ่งในระหว่างการแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันสามารถสกัดผู้เล่นได้ทุกท่วงท่า ยกเว้นการใช้เท้าเกี่ยว การกระแทกจากด้านหลัง หรือการยั่วยุให้เกิดการปะทะกันอย่างชัดเจน แต่โดยรวมแล้ว กีฬาประเภทนี้ เป็นการต่อสู้อย่างรุนแรง สร้างความสนุกสนาน สร้างความตื่นเต้น ตามที่สหพันธ์ได้กล่าวเอาไว้ในคู่มือกติกาการแข่งขัน (3 มีนาคม 2021) [2]
เป้าหมายในการแข่งขันกีฬาเรกบอล จะเป็นการนำลูกบอลใส่ลงไปในห่วง เพื่อทำคะแนนให้กับทีมตนเอง แต่สำหรับกีฬารักบี้ จะเป็นการวิ่งพาบอลไปวางเส้นหลังเขตประตู ซึ่งจะได้รับคะแนนจากการนำลูกบอลไปแตะที่พื้น หรือเตะลูกบอลเข้าประตู ในส่วนของสนามแข่งขัน เรกบอลจะแข่งขันที่สนามบาสเกตบอล แต่รักบี้จะแข่งขันที่กลางสนามหญ้า
ในด้านการปะทะ กีฬาเรกบอลจะเน้นใช้วิธีการของกีฬามวยปล้ำ เช่น การปล้ำ การทุ่ม หรือการล็อกตัว เพื่อสกัดผู้เล่นฝั่งตรงข้าม และสำหรับกีฬารักบี้ จะเน้นการแท็กเกิล (Tackle) คือการวิ่งชน และรวบตัวผู้เล่นฝั่งตรงข้าม ให้ล้มลงไปกับพื้น และสุดท้ายก็คืออุปกรณ์การแข่งขัน แน่นอนว่ากีฬารักบี้ จะสวมใส่อุปกรณ์มากกว่าเรกบอลอย่างแน่นอน

ซึ่งกีฬาเรกบอล (Regball) เป็นกีฬาสุดแปลกลูกผสม ที่นำเอาความเดือดและความตื่นเต้น ของกีฬาบาสเกตบอล รักบี้ และกีฬามวยปล้ำ มารวมไว้ด้วยกัน ปัจจุบันกีฬาประเภทนี้ กลายเป็นกระแสไวรัลในโลกโซเชียล ด้วยลีลาการสกัดกั้นสุดเร้าใจ ดุเดือด และการชู้ตลูกบอล ทำให้เห็นถึงทักษะการเล่นที่ผสมผสานอย่างหลากหลาย
การแข่งขันอย่างเป็นทางการ จะจัดขึ้นในห้องโถงบนสนามบาสเกตบอล แต่รูปแบบการแข่งขัน ที่มีความพิเศษ ทำให้กีฬาประเภทนี้ นิยมเล่นกันในช่วงฤดูร้อน ตั้งแต่ปี 2001 ก็ได้มีการจัดการแข่งขันบน Reynisfjara และชายหาดชานเมือง และเล่นกันในพื้นที่รีสอร์ท ใกล้กับเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และชายหาดในเมืองเปียร์ม (17 พฤศจิกายน 2017) [3]
กีฬาประเภทนี้ ที่กำลังเป็นกระแสไวรัลในปี 2026 ซึ่งมีหลากหลายรายการ ได้แก่ Russian Regball Federation Cup 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 22-24 พฤษภาคม 2026 ที่สนาม Basket Hall เมืองคาซาน และรายการ Russian Regball Championship 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2026 และถือเป็นรายการที่ใหญ่ที่สุดประจำปี
หรือผู้อ่านท่านใด ที่มีความสนใจในกีฬาสุดแปลก ที่เกิดขึ้นจากทั่วทุกมุมโลก สามารถคลิกเข้าไปดูได้ที่ กีฬาประหลาดจากทั่วโลก มีอะไรบ้าง เพราะทางผู้เขียนบทความ ได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจ เกี่ยวกับกีฬาสุดแปลก ที่มีรูปแบบการแข่งขันแปลกประหลาด มารวมไว้ด้วยกัน เพื่อให้ผู้อ่านได้รับชมก่อนใคร
สรุปแล้ว กติกาการแข่งขัน Regball เป็นการผสมผสานระหว่างบาสเกตบอล รักบี้ และมวยปล้ำ เพื่อให้เกิดการแข่งขันรูปแบบใหม่ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการนำลูกบอลใส่ลงห่วง แต่ในระหว่างการแข่งขัน คุณอาจถูกสกัดด้วยท่าทางการรัด การกอด เพื่อสกัดกั้นไม่ให้คุณทำคะแนนได้ง่ายๆ
ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและกระดูก โดยเฉพาะแกนกลางลำตัว ขา และแขน ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของร่างกายอย่างหนัก และช่วยเผาผลาญพลังงานได้ประมาณ 600-750 แคลอรี ทำให้ร่างกายกำจัดไขมันออกไปได้เยอะ และช่วยควบคุมน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างที่เราได้นำเสนอเอาไว้ว่า การแข่งขันกีฬาประเภทนี้ ช่วยเผาผลาญแคลอรีออกได้เยอะมากๆ ประมาณ 500-900 กิโลแคลอรีต่อชั่วโมง ส่งผลให้กีฬาเรกบอล เป็นหนึ่งในรูปแบบการออกกำลังกายที่หนักหน่วง (Cardio) ซึ่งต้องใช้พละกำลังจากกล้ามเนื้อขา และกล้ามเนื้อกลางลำตัวเป็นหลัก

