
ดราม่าทรัมป์โทรหา FIFA FAQ เรื่องการเมืองที่ล้ำเส้น
- Harry P
- 9 views

ดราม่าทรัมป์โทรหา FIFA ไม่ได้เดือดแค่เพราะ Folarin Balogun ได้ลงสนาม แต่เพราะทรัมป์โทรตรงถึง Gianni Infantino ก่อน FIFA ใช้มาตรา 27 พักโทษแบนหนึ่งปี แม้ FIFA ยืนยันว่ากระบวนการเป็นอิสระ แต่ UEFA มองว่าคำตัดสินนี้ข้ามเส้นแดง และกระทบความน่าเชื่อถือ (6 กรกฎาคม 2026) [1]
Folarin Balogun ถูกไล่ออก หลังเตะข้อเท้าขวาของกองหลังบอสเนีย ผู้ตัดสินตรวจ VAR ก่อนตัดสินว่าเป็นการเล่นอันตรายร้ายแรง จึงให้ใบแดง และโทษแบนอัตโนมัติ จากนั้นทรัมป์จึงโทรหา Gianni Infantino เพื่อขอให้ FIFA ทบทวนคำตัดสินดังกล่าว ทำให้ Balogun สามารถลงเล่นได้ตามปกติ (6 กรกฎาคม 2026) [1]
FIFA อ้างมาตรา 27 ของระเบียบวินัย ซึ่งเปิดทางให้ระงับการบังคับใช้บทลงโทษภายใต้ระยะทดลองได้ คำตัดสินจึงมีความหมายว่า ใบแดงยังคงอยู่ แต่โทษแบนถูกเลื่อนไว้ก่อน แต่ฝ่ายวิจารณ์ตั้งคำถามว่า เหตุใดกฎนี้จึงถูกนำมาใช้ หลังการติดต่อจากผู้นำประเทศเจ้าภาพ (6 กรกฎาคม 2026) [1]
UEFA มองว่าการถูกใบแดง ต้องนำไปสู่โทษแบนอัตโนมัติ และการพักโทษก่อนเกมสำคัญ ทำลายทั้งความแน่นอนของกติกา ความเท่าเทียมระหว่างทีม และความน่าเชื่อถือของการแข่งขัน เพราะหากทีมหนึ่งได้รับข้อยกเว้น หลังมีแรงกดดันจากฝ่ายการเมือง ทีมอื่นก็มีสิทธิ์ตั้งคำถาม (6 กรกฎาคม 2026) [2]

ช่วยในแง่ที่สหรัฐฯ ได้กองหน้าตัวหลักกลับมาลงสนาม แต่ไม่ได้เปลี่ยนให้สหรัฐฯ ได้เป็น แชมป์ฟุตบอลโลก 2026 เพราะสุดท้ายสหรัฐฯ แพ้เบลเยียม ทว่าการแพ้ไม่ได้ทำให้ข้อกังขาหายไป เพราะประเด็นสำคัญไม่ใช่ว่าสหรัฐฯ ได้เปรียบจนชนะหรือไม่ แต่คือ FIFA เปิดช่องให้กระบวนการถูกตั้งคำถามไปแล้ว
เพราะเรื่องขยายจากข้อพิพาทในสนาม ไปสู่การตรวจสอบโครงสร้างอำนาจ สมาชิกสภายุโรปหลายสิบคนเรียกร้องให้สอบสวน ขณะที่องค์กร FairSquare ยื่นคำร้องต่อหน่วยงานจริยธรรมของ IOC เพื่อให้ตรวจสอบบทบาทของ Infantino
ล่าสุด Javier Tebas ประธาน La Liga เรียกร้องให้ Infantino ลาออก และนำกรณี Balogun มาเป็นตัวอย่างของการเมือง ที่เข้ามากระทบความน่าเชื่อถือของ FIFA ส่วน Sepp Blatter อดีตประธาน FIFA ก็ร่วมเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงผู้นำองค์กร
ยังไม่น่าจะเกิดขึ้นในระยะสั้น แม้เสียงต่อต้านในยุโรปจะดังขึ้น แต่ Infantino ได้รับการรับรองจากสมาคมฟุตบอลมากกว่า 200 แห่ง จากสมาชิก FIFA ทั้งหมด 211 แห่ง สำหรับการเลือกตั้งวาระต่อไป และดราม่าอาจยังไม่เพียงพอ ที่จะสั่นคลอนฐานอำนาจภายในองค์กรได้ทันที (17 กรกฎาคม 2026) [3]
ท้ายที่สุด ทรัมป์อาจได้สิ่งที่ต้องการชั่วคราว เพราะ Balogun ได้ลงสนาม แต่สหรัฐฯ ก็ยังตกรอบ ส่วนฝ่ายที่เสียหายหนักที่สุดอาจเป็น FIFA เพราะต้องพิสูจน์ว่าคำว่า “องค์กรอิสระ” ยังมีความหมาย เมื่อสายโทรศัพท์จากผู้นำประเทศ สามารถเกิดขึ้นกลางกระบวนการวินัยได้

