
รวมถาม-ตอบ 2 MVP ของเช กิลเจียส-อเล็กซานเดอร์
- Harry P
- 7 views

2 MVP ของเช กิลเจียส-อเล็กซานเดอร์ (Shai Gilgeous-Alexander) คือรางวัล MVP ฤดูกาลปกติสองสมัยติดต่อกัน จนกลายเป็นผู้เล่นคนที่ 14 ในประวัติศาสตร์ NBA ที่ทำได้ แต่หลัง Thunder ป้องกันแชมป์ไม่สำเร็จประเด็นของเขากลับเปลี่ยนไป (18 พฤษภาคม 2026) [1]
เก่งขึ้นจริง และตัวเลขปี 2025-26 ค่อนข้างแรงพอจะตอบคำถามนี้ได้ กิลเจียส-อเล็กซานเดอร์ทำเฉลี่ย 31.1 แต้ม 6.6 แอสซิสต์ ยิงสนาม 55.3% และสามแต้ม 38.6% สะท้อนว่าเขาไม่ได้รักษามาตรฐานเดิมไว้เฉยๆ แต่เพิ่มประสิทธิภาพการทำแต้มขึ้นไปอีกระดับ (7 สิงหาคม 2026) [2]
เพราะ MVP ไม่ได้วัดจากว่าใครมีสถิติส่วนบุคคลแปลกที่สุดเพียงอย่างเดียว Jokic จบฤดูกาลด้วยระดับ triple-double เฉลี่ย แต่กิลเจียส-อเล็กซานเดอร์มีทั้งประสิทธิภาพส่วนตัว และความสำเร็จของทีมหนุนพร้อมกัน จนผลโหวตออกมาค่อนข้างชัด
เพราะเวทีที่ตามมาหลังรับ MVP คือ Western Conference Finals และตรงนั้น SGA ไม่สามารถคุมซีรีส์ได้เหมือนฤดูกาลปกติ ขณะที่ Spurs ชนะซีรีส์ และ Wembanyama ได้ Western Conference Finals MVP แบบเอกฉันท์

ไม่ควรโยนความพ่ายแพ้ทั้งหมดให้ SGA เพราะเกมตัดสินเขาทำ 35 แต้ม 9 แอสซิสต์ ชู้ต 12 จาก 21 ครั้ง ซึ่งเป็นผลงานระดับที่ดาวเด่นควรทำใน Game 7 ปัญหาคือกำลังสนับสนุนไม่มากพอ โดยตัวจริงของ OKC อย่าง Holmgren, Hartenstein และ Dort รวมกันเพียง 14 แต้ม (30 พฤษภาคม 2026) [3]
ไม่ใช่ว่ากิลเจียส-อเล็กซานเดอร์ทำแต้มไม่ได้ แต่คู่แข่งสามารถทำให้การสร้างแต้มของเขายากขึ้นตลอดทั้งซีรีส์ได้ Spurs มีทั้งขนาดตัวของการ์ด และ Wemby เป็นกำแพงชั้นสุดท้าย ทำให้การเจาะเข้าใกล้ห่วง ที่ปกติกิลเจียส-อเล็กซานเดอร์ใช้ควบคุมเกมไม่ง่ายเหมือนเดิม
มีต้นตอให้วิจารณ์ แต่ถ้าบอกว่าเกมของเขามีแค่ฟรีโทรว์ ก็ถือว่าลดทอนเกินไป ปี 2024-25 กิลเจียส-อเล็กซานเดอร์ทำฟรีโทรว์ลงมากที่สุดในลีกถึง 601 ครั้ง จึงไม่แปลกที่สไตล์เรียกฟาวล์จะถูกพูดถึงบ่อย (22 พฤษภาคม 2025) [4]
สุดท้าย การได้ 2 MVP ทำให้เช กิลเจียส-อเล็กซานเดอร์หลุดจากคำว่า “ซูเปอร์สตาร์ที่กำลังขึ้น” ไปอยู่ในกลุ่มผู้เล่นระดับประวัติศาสตร์แล้ว โดยเฉพาะเมื่อมีแชมป์ และ Finals MVP อยู่ในมือด้วย แต่ความพ่ายแพ้ต่อ Spurs ในปี 2026 ทำให้เรื่องราวยังไม่ปิด

