
FAQ สัญญาของ จาเลน กรีน กำลังมัดมือซันส์หรือเปล่า
- Harry P
- 5 views

จาเลน กรีน กำลังมัดมือซันส์หรือเปล่า มัดมือบางส่วน แต่ไม่ได้เป็นต้นเหตุทั้งหมดของปัญหา ปัญหาสำคัญไม่ใช่แค่เงินเดือนของจาเลน กรีน (Jalen Green) แต่คือความไม่แน่นอนว่า ซันส์ควรวางเขาเป็นตัวทำแต้มเบอร์สอง ใช้เป็นทรัพย์สินสำหรับเทรด หรือจ่ายเพิ่มเพื่อรักษาเขาในระยะยาว
ผลงานฤดูกาลล่าสุดยังไม่คุ้ม แต่มีเหตุผลที่ไม่ควรรีบตัดสิน กรีนลงเล่นเพียง 32 เกม ทำเฉลี่ย 17.8 แต้ม 3.6 รีบาวด์ และ 2.8 แอสซิสต์ โดยชู้ตจากสนาม 42.2% และสามแต้ม 31.3% ตัวเลขดังกล่าวยังต่ำกว่าที่คาดหวัง จากผู้เล่นค่าตัวมากระดับนี้ (28 กรกฎาคม 2026) [1]
บทบาทที่ทับกันอาจสร้างปัญหามากกว่าเงินเดือน ทั้งกรีน และบุ๊กเกอร์ ต้องการบอลเพื่อโจมตี สร้างช็อต และเล่นจากจังหวะไดรฟ์ แต่ทั้งคู่ไม่ได้เป็นพอยต์การ์ด ที่คุมเกมให้เพื่อนตลอดเวลา เมื่ออยู่ด้วยกัน ซันส์จึงมีพลังทำแต้มสูง แต่ยังขาดตัวจัดเกมที่ควบคุมจังหวะ และลดความผิดพลาดในเกมครึ่งสนาม
ใช่ เพราะความเสี่ยงของสัญญา เอียงเข้าหาฝั่งผู้เล่น ข้อตกลงของกรีนมี Player Option มูลค่า 36 ล้านดอลลาร์ในฤดูกาล 2027-28 หากฟอร์มดี กรีนสามารถปฏิเสธออปชันเพื่อหาสัญญาใหม่ แต่หากฟอร์มไม่ดี หรือมีปัญหาอาการบาดเจ็บ เขายังสามารถเลือกใช้สิทธิ์รับเงินก้อนเดิมได้ (28 กรกฎาคม 2026) [1]

ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าซันส์กำลังเร่งขายเขา ข่าวที่พูดถึงการส่ง Jalen Green แลก James Harden หรือใช้เขาในดีลหา Dejounte Murray ส่วนใหญ่เป็นข้อเสนอสมมติ และการวิเคราะห์จากสื่อ ไม่ใช่รายงานว่าทั้งสองฝ่ายกำลังเจรจาจริง (24 กรกฎาคม 2026) [2]
ช่วยได้ในเชิงจับคู่เงินเดือน เพราะเงินเดือนของจาเลน กรีนสูงพอจะใช้ในดีลใหญ่ อีกทั้งเขายังอายุน้อย และทำแต้มได้ จึงอาจน่าสนใจสำหรับ ทีมที่พลาดตลาด Free Agency 2026 แต่ซันส์ก็ไม่ได้จะเทรดเขาง่ายๆ หากอีกฝ่ายมองว่าสัญญาแพงเกินผลงาน
ยังไม่ควรรีบต่อ ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือให้กรีนพิสูจน์ว่าเขา สามารถเล่นร่วมกับ Booker สร้างเกมให้เพื่อนได้มากขึ้น และยกระดับการชู้ต หากทำได้ สัญญาใหม่จะมีเหตุผลรองรับ แต่หากฟอร์มยังขึ้นๆลงๆ ซันส์ควรเปิดรับข้อเสนอเทรดมากกว่าผูกเงินเพิ่ม (25 กรกฎาคม 2026) [3]
เก็บกรีนไว้เริ่มฤดูกาล แต่ยังไม่ต้องรีบต่อสัญญา หรือเทรดลดราคา วิธีนี้เปิดโอกาสให้ซันส์ประเมินร่างกาย ผลงาน และเคมีในแบ็กคอร์ตอีกครั้ง หากเขาเล่นดี มูลค่าในตลาดจะสูงขึ้น และช่วยทีมได้จริง แต่หากปัญหาเดิมยังอยู่ ทีมยังสามารถนำเงินเดือนของเขา ไปใช้ในตลาดเทรดช่วงกลางฤดูกาลได้
สุดท้าย สิ่งที่อันตรายกว่าสัญญา คือการไม่มีคำตอบว่าเขาคือใครในทีม หากกรีนไม่ได้เป็นแกนอนาคต เงินเดือน 36 ล้านดอลลาร์ย่อมดูแพงทันที แต่หากซันส์สามารถกำหนดบทบาท และดึงศักยภาพของเขาออกมาได้ สัญญาฉบับเดียวกันนั้น อาจกลายเป็นทั้งกำลังหลัก และไพ่เทรดที่มีค่าที่สุดของทีม

