
กีฬาลูกผสมแบบเล่นเป็นทีม Slamball มาจากไหน
- Chono
- 15 views

Slamball มาจากไหน คำตอบก็คือ มาจากประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี ค.ศ. 1999 ถูกคิดค้นโดยผู้กำกับ และนักเขียนบทรายการโทรทัศน์ Mason Gordon ซึ่งเขามีความตั้งใจ ที่จะนำเสนอกีฬาแนวใหม่ ที่เรียกว่า กีฬาแนวไฮบริด โดยผสมผสานระหว่างความตื่นเต้น ของกีฬาแต่ละประเภท รวมไว้กับกีฬายิมนาสติก ซึ่งก็ออกมาเข้ากันได้ดี
อย่างที่เราตอบข้อสงสัยข้างต้นไปว่า Slamball มาจากไหน ซึ่งกีฬาสุดแปลกประเภทนี้ มาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกคิดค้นเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1999-2000 โดย เมสัน กอร์ดอน นักเขียนบทรายการโทรทัศน์ชาวอเมริกัน ซึ่งคิดค้นไอเดียนี้ขึ้นมา ในตอนที่เรายังเป็นวัยรุ่น เพราะเขาชื่นชอบความลื่นไหลของกีฬาหลากหลายประเภท
ได้แก่ กีฬาบาสเกตบอล และการปะทะกันของกีฬาอเมริกันฟุตบอล โดยมีความคิด ที่จะผสมผสานลักษณะเด่น ของทั้งสองกีฬานี้ ให้เกิดเป็นกีฬาประเภทใหม่ขึ้นมา และยังต้องการสร้างกีฬา ที่มีลักษณะเฉพาะ มีความโดดเด่น คล้ายกับวิดีโอเกม เพื่อพัฒนากีฬาประเภทใหม่นี้ เขาจึงร่วมมือกับอาจารย์พลศึกษา จากสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย
เขาได้คัดเลือกผู้เล่น 5 คน จากผู้เล่นที่อาสาสมัครทั้งหมด 500 คน เพื่อทดลองเล่นกีฬาประเภทนี้ และปรับปรุงกฎกติกาไปเรื่อยๆ จนทำให้กีฬาประเภทนี้ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ในสหรัฐอเมริกา และมีการแข่งขันชิงแชมป์ขึ้นอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 ซึ่งก็มีทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 6 ทีมด้วยกัน (26 กุมภาพันธ์ 2026) [1]
กีฬาสแลมบอล กำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลก โดยศูนย์ฝึกอบรมแห่งแรก ถูกก่อตั้งขึ้นในประเทศจีน ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2014 ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ และทางกอร์ดอน ร่วมมือกับ เคนนี แอนเดอร์สัน (อดีตผู้เล่น NBA) ได้ผันตัวมาเป็นโค้ชกีฬาสแลมบอล ได้ร่วมกันรณรงค์ส่งเสริมในประเทศจีน และจัดการแข่งขันขึ้นในเมืองหางโจว
สำหรับการแข่งขันต่างๆ ถูกถ่ายทอดสด ผ่านทางรายการโทรทัศน์ และได้รับสิทธิ์ในการออกอากาศ ผ่านช่องทาง Mediaset Italia, CCTV, One HD และ Cuatro และกอร์ดอนยังตั้งเป้าเอาไว้ว่า เขาจะทำให้กีฬาสแลมบอล เป็นกีฬาสาธิต ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน
และในประเทศยุโรป ก็ได้มีการพัฒนากีฬาสแลมบอล ตั้งแต่ฤดูร้อนปี 2016 ซึ่งก็มีนักกีฬาสแลมบอล มาร์โก ไวท์ บิอานคี ได้จัดตั้งสนามสแลมบอลขึ้นที่เมืองริชชิโอเน และวัฒนธรรมสมัยนิยม กีฬาประเภทนี้ ได้ปรากฏภายในภาพยนตร์เรื่อง Back to the Future Part II และยังปรากฏบนหน้าแรกของหนังสือพิมพ์ USA Today
นอกจากนี้ ลูกบอลที่ใช้เล่นสแลมบอล ยังสามารถเอาไปออกกำลังกายได้หลากหลายท่า โดยเน้นการออกแรงกระแทก หรือกระโดด เพราะลูกสแลมบอล จะทำมาจากวัสดุที่ทนทานต่อแรงกระแทก โดยไม่กระเด้งหรือดีดกลับ จากการทิ้งน้ำหนักของลูกบอล (22 พฤศจิกายน 2023) [2]

สำหรับกีฬาสุดแปลก ที่กำลังเป็นกระแสนิยม Slamball ได้รับความนิยมสูงที่สุด ในสหรัฐอเมริกา เพราะเป็นต้นกำเนิด และเป็นประเทศแรก ที่จัดการแข่งขันลีกอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ ยังได้รับความนิยม ไปยังภูมิประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะในแถบประเทศจีน, อิตาลี และออสเตรเลีย สามารถรับชมจากการถ่ายทอดสด
และที่สำคัญ ผู้เล่นจะต้องมีความแข็งแกร่งทางร่างกาย โดยเฉพาะกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว เพื่อรักษาศูนย์ถ่วง และสร้างแรงกระแทก หรือใครที่อยากดูข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาสุดแปลก สามารถคลิกเข้าไปดูบทความรีวิวได้ที่ กีฬาประหลาดจากทั่วโลก มีอะไรบ้าง
นี่ถือเป็นกีฬาแนว Extreme ที่มีความเสี่ยงสูงมาก ผู้เล่นอาจได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่ข้อต่อ จากการลงสู่พื้นแบบผิดจังหวะ หรือได้รับบาดเจ็บจากการปะทะ ไม่ว่าจะเป็นการปะทะบนพื้น หรือการปะทะกลางอากาศ อาจส่งผลให้ไหปลาร้าหัก หัวไหล่หลุด และร้ายแรงที่สุด อาจเกิดการบาดเจ็บที่ศีรษะ ไปจนถึงกระดูกต้นคอ
มีการรายงานว่า ความสำเร็จของกีฬาใดๆ ก็ตาม ขึ้นอยู่กับการเผยแพร่ทางสื่อ แม้จะพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อทำข้อตกลง ในด้านการออกอากาศ แต่กีฬาสแลมบอล ก็ประสบปัญหาในการได้รับความสนใจ การขาดการเผยแพร่ จึงเป็นอุปสรรคต่อแฟนๆ ที่รอชมการแข่งขัน (22 กรกฎาคม 2023) [3]
สรุปได้ว่า กีฬาสุดแปลก ที่เป็นการผสมผสานกีฬาหลากหลายประเภท มีต้นกำเนิดมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถูกคิดค้นโดยนักเขียนบทรายการโทรทัศน์ Mason Gordon จนนำไปสู่การเผยแพร่ไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมไปถึงการจัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการขึ้นมา
มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน จุดเด่นของกีฬาสแลมบอล จะเป็นการผสมผสานระหว่างกีฬาบาสเกตบอล ยิมนาสติก และอเมริกันฟุตบอล โดยมีแทรมโพลีนฝังอยู่หน้าแป้นทำคะแนนของทั้ง 2 ฝั่ง ส่วนกีฬาบาสเกตบอล จะเป็นการแข่งขันบนสนามปกติทั่วไป ไม่มีการกระโดดตีลังกา หรือโชว์ท่าทางสุดแปลก เหมือนกับกีฬาสแลมบอล
ปัจจุบัน ยังไม่พบลีกการแข่งขันของกีฬาสแลมบอล แต่ย้อนกลับไปในปี 2023 กีฬาสแลมบอล ได้รับการปลุกกระแสความนิยม ให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง โดยจัดการแข่งขันขึ้นที่ Cox Pavilion ในลาสเวกัส และยังมีการถ่ายทอดสด ผ่านช่องทาง ESPN

