เปิดประวัติ Peter Thiel เป็นเจ้าของธุรกิจอะไร

Peter Thiel เป็นเจ้าของธุรกิจอะไร

Peter Thiel เป็นเจ้าของธุรกิจอะไร Peter Thiel เป็นนักลงทุนผู้ร่วมก่อตั้ง PayPal, Palantir Technologies, Founders Fund และเป็นนักลงทุนรายแรกของ Facebook

  • Peter Thiel คือใคร?
  • PayPal และ Palantir Technologies คืออะไร?
  • การลงทุนและธุรกิจอื่น ๆ ของ Peter Thiel

Peter Thiel คือใคร?

Peter Thiel เป็นเจ้าของธุรกิจอะไร

Peter Thiel คือนักคิดสวนกระแสผู้ร่วมก่อตั้ง PayPal และ Palantir ผู้นำกลุ่ม “PayPal Mafia” ที่ทรงอิทธิพลเขามีแนวคิดปฏิเสธการแข่งขันเพื่อสร้าง “ธุรกิจผูกขาด” จาก 0 เป็น 1 ซึ่งกลายเป็นคัมภีร์หลักของสตาร์ตอัปทั่วโลก

Peter Thiel มีความเป็นมาอย่างไร?

Peter Andreas Thiel เป็นทั้งผู้ประกอบการ นักลงทุน และนักเคลื่อนไหวทางการเมืองสายอนุรักษนิยมชาวเยอรมัน-อเมริกัน เกิดวันที่ 11 ตุลาคม 2510 ที่แฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนีตะวันตก เขาจบการศึกษาจาก Stanford University เขาก่อตั้ง Thiel Capital Management ในปี 1996

และ PayPal ร่วมกับ Luke Nosek และ Max Levchin ในปี 1998 ต่อมาได้ก่อตั้ง Clarium Capital กองทุนเฮดจ์ฟันด์ระดับโลก ที่มีฐานอยู่ในซานฟรานซิสโก และได้เปิดตัว Palantir Technologies ในปี 2546 (21 พฤษภาคม 2026) [1]

PayPal และ Palantir Technologies คืออะไร?

PayPal Holdings, Inc. คือบริษัทเทคโนโลยีทางการเงินข้ามชาติ สัญชาติอเมริกัน ที่รองรับการโอนเงินออนไลน์ โดยทำหน้าที่เป็นทางเลือกอิเล็กทรอนิกส์ แทนวิธีการชำระเงินแบบดั้งเดิม ก่อตั้งขึ้นในปี 1998 ในชื่อ Confinity เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ผ่านการเสนอขายหุ้น IPO ในปี 2002

ต่อมา eBay ก็ได้เข้าซื้อกิจการบริษัทเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2002 ด้วยมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ในรูปของหุ้น eBay ในปี 2005 PayPal ได้เข้าซื้อ โซลูชันการชำระเงิน VeriSign เพื่อเพิ่มการสนับสนุนด้านความปลอดภัย และบริษัทก็แยกตัวออกมาจาก eBay เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2014 (15 พฤษภาคม 2026) [2]

Palantir Technologies คือธุรกิจอะไร?

Palantir Technologies Inc. เป็นบริษัทมหาชนสัญชาติอเมริกัน ที่ทำงานเกี่ยวกับการ พัฒนาแพลตฟอร์มการบูรณาการข้อมูลและการวิเคราะห์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2546 ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2553 Palantir ได้ประกาศว่าจะร่วมมือกับ Thomson Reuters

เพื่อที่จะจัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ Palantir Metropolis ในชื่อ “QA Studio” ตั้งแต่ปี 2018 Palantir เป็นหนึ่งในสี่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ซึ่งได้เริ่มทำงานร่วมกับ NHS ในการสนับสนุนและความพยายามรับมือกับ COVID-19 ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2563 บริษัทได้ย้ายสำนักงานใหญ่ไปที่ เดนเวอร์ รัฐโคโลราโด (22 พฤษภาคม 2026) [3]

การลงทุนและธุรกิจอื่น ๆ ของ Peter Thiel

Peter Thiel เป็นเจ้าของธุรกิจอะไร

นอกเหนือจากการสร้างบริษัทเทคโนโลยีด้วยตัวเองแล้ว บทบาทหลักที่สร้างเม็ดเงินมหาศาลและทำให้เขามีสถานะเป็น “เจ้าของร่วม” ในนวัตกรรมเปลี่ยนโลกมากมาย คือการบริหารสินทรัพย์ผ่านกองทุนร่วมลงทุน (Venture Capital) และการเป็นนักลงทุนอิสระ

ธุรกิจและการลงทุนอื่น ๆ ในมือของเขามีอะไรบ้าง?

แบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่เป็นเจ้าของร่วม ซึ่งเม็ดเงินจากกองทุนของเขาทำหน้าที่ เป็นกระดูกสันหลังให้แก่บริษัทและปฏิวัติอุตสาหกรรมหลายแห่ง อาทิ

  • SpaceX: กองทุนของเขามีสัดส่วนถือหุ้นในบริษัทเทคโนโลยีอวกาศของ Elon Musk ล่าสุดที่มีการประเมินมูลค่าบริษัทอาจพุ่งสูงถึง 1.75 แสนล้านดอลลาร์ก่อนการทำ IPO
  • Anduril Industries: สตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยีกลาโหม และการทหารยุคใหม่ ซึ่ง Founders Fund ควักเงินลงทุนก้อนใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเฟิร์มไปกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • Stripe & Nubank: แพลตฟอร์มฟินเทคและธนาคารดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในลาตินอเมริกา รวมถึงการเข้าไปมีส่วนร่วมในดีลระดมทุนมูลค่า 8.3 พันล้านดอลลาร์ของ OpenAI และบริษัทพัฒนาชิป/ระบบคลาวด์ AI อย่าง Databricks

ถอดรหัสดีลประวัติศาสตร์ของเขาคืออะไร?

หากจะพูดถึงดีลที่เป็นตำนาน และถูกกล่าวขานมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ของซิลิคอนวัลเลย์ คงหนีไม่พ้นการที่ Peter Thiel เข้าไปเป็น Angel Investor (นักลงทุนอิสระภายนอก) รายแรกสุดของ Facebook ของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (ปัจจุบันคือ Meta Platforms)

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Facebook ต่อได้ที่ Wikipedia ในเดือนสิงหาคม ปี 2004 Peter Thiel มองเห็นศักยภาพของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ที่เพิ่งก่อตั้งในหอพักนักศึกษา เขาจึงตัดสินใจควักเงินลงทุนส่วนตัวจำนวน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อแลกกับหุ้น 10.2% ของบริษัท

พร้อมที่นั่งในบอร์ดบริหาร ต่อมาเมื่อ Facebook ทำการ IPO ในปี 2012 Thiel ได้ตัดสินใจขายหุ้นส่วนใหญ่ในพอร์ตออกไป ทำกำไรเข้ากระเป๋าตัวเองได้มากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเงินต้นเพียงครึ่งล้านดอลลาร์ คิดเป็นผลตอบแทนที่สูงถึงเกือบ 200,000%

บทสรุป Peter Thiel เป็นเจ้าของธุรกิจอะไร

Peter Thiel คือมหาเศรษฐีนักลงทุนผู้ร่วมก่อตั้ง PayPal และ Palantir รวมถึงเป็นนักลงทุนรายแรกของ Facebook และสร้างผลกำไรมหาศาล จากการสนับสนุนสตาร์ตอัปเปลี่ยนโลกอย่าง SpaceX, Anduril และ OpenAI

หากต้องการลงทุนตามเขาควรเริ่มต้นจากอะไร?

สำหรับนักลงทุนรายย่อย ที่ต้องการถอดรหัสพอร์ตการลงทุน และจับกระแสเติบโตตามแนวคิดของ Peter Thiel สามารถเริ่มต้นได้จากช่องทางตลาดหุ้น และกลยุทธ์การเลือกสินทรัพย์ดังนี้

  • การลงทุนในหุ้นมหาชนโดยตรง: ช่องทางที่ง่ายที่สุดคือการซื้อหุ้นของ Palantir Technologies (NYSE: PLTR) ซึ่งเป็นบริษัทที่เขาลงแรงสร้างและถือหุ้นหลัก หรือหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพ/ซอฟต์แวร์ที่จดทะเบียนแล้วอย่าง AbCellera Biologics (NASDAQ: ABCL)
  • การจับกระแสกลุ่ม Dual-Use Technology: ลงทุนในกองทุนดัชนี (ETF) หรือหุ้นที่เน้นเทคโนโลยีที่ใช้งานได้ทั้งเชิงพาณิชย์และความมั่นคง (เช่น ระบบออโตเมชัน, อวกาศ และโครงสร้างพื้นฐาน AI) เนื่องจากพอร์ตส่วนใหญ่ของ Founders Fund เน้นหนักไปที่กลุ่มปัญญาประดิษฐ์ และระบบป้องกันประเทศ
  • การเข้าซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลหลัก: เขาเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่ การจัดสรรเงินทุนบางส่วนเข้าสู่ Bitcoin แบบสะสมระยะยาว ถือเป็นหนึ่งในแนวทางล้อไปกับมุมมองมหภาคของเขา

เขายังมีโครงการแปลก ๆ อื่นที่น่าสนใจอีกไหม?

ด้วยความเป็นนักคิดแหวกแนว Peter Thiel มักให้ทุนสนับสนุนโครงการข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ที่คนทั่วไปอาจมองว่าเพ้อฝัน โครงการที่น่าสนใจและสร้างแรงสั่นสะเทือนมีดังนี้

  • Thiel Fellowship: โครงการระดมสมองระดับโลกที่มอบเงินทุนก้อนละ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่เด็กหนุ่มสาวอายุต่ำกว่า 23 ปีที่มีไอเดียเปลี่ยนโลก โดยมีเงื่อนไขสุดแปลกคือ “ต้องลาออกจากมหาวิทยาลัย” เพื่อมาสร้างธุรกิจ (หนึ่งในผู้ได้รับทุนนี้คือ Vitalik Buterin ผู้สร้าง Ethereum)
  • โครงการยืดอายุขัยและการแพทย์ชะลอวัย (Longevity & Anti-Aging): เขาใส่เงินทุนส่วนตัวจำนวนมากในมูลนิธิ Methuselah Foundation และสตาร์ตอัปเทคโนโลยีชีวภาพ เพื่อศึกษาวิจัยการย้อนกระบวนการชราภาพของเซลล์มนุษย์ โดยเขามีเป้าหมายความเชื่อส่วนตัวในการเอาชนะความตายและยืดอายุขัยของมนุษย์ให้อยู่ได้ถึง 120-150 ปี
  • The Seasteading Institute: โครงการสนับสนุนการสร้าง “เมืองลอยน้ำที่เป็นอิสระ” ในเขตน่านน้ำสากล เพื่อทดลองสร้างระบบการปกครอง และโครงสร้างสังคมรูปแบบใหม่ ที่ไม่อยู่ภายใต้กฎหมายและการจัดเก็บภาษีของรัฐบาลประเทศใดในโลก
Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง