
ชวนหาคำตอบเกี่ยวกับ Mark Mateschitz ทำธุรกิจอะไร
- Blackcat
- 7 views

Mark Mateschitz ทำธุรกิจอะไร ธุรกิจหลักของเขาคือการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของอาณาจักร Red Bull ควบคู่ไปกับการบริหารทีมแข่งรถ Formula 1 และธุรกิจสื่อในเครือทั้งหมด
Mark Mateschitz นักธุรกิจมหาเศรษฐีชาวออสเตรีย เกิดวันที่ 7 พฤษภาคม 1992 เป็นเจ้าของหุ้นรายใหญ่ของ Red Bull GmbH ซึ่งสืบทอดมรดกทางธุรกิจมาจากผู้เป็นบิดาผู้ล่วงลับ (14 มีนาคม 2026) [1]
พอร์ตธุรกิจของเขาจะขับเคลื่อนด้วยหุ้นจาก Red Bull, ทีมแข่งรถ Formula 1, แบรนด์เครื่องดื่ม Thalheimer, สื่อ Red Bull Media House และการลงทุนในหุ้นของบริษัท Rosenbauer
Mark Mateschitz ถือหุ้นในบริษัท Red Bull GmbH อยู่ที่ 49% ซึ่งเป็นสัดส่วนเดิมที่บิดาของเขาเคยถือครอง ทำให้เขากลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดจากฝั่งของออสเตรีย อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Wikipedia
ในปัจจุบันเขาไม่ได้มีตำแหน่งในฝ่ายบริหารรายวัน โดยหลังจากที่บิดาของเขาเสียชีวิต เขาได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก เพื่อเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อย่างเต็มตัวเพื่อโฟกัสการดูแลทิศทางกลยุทธ์ ภาพรวม และการเติบโตในระยะยาวของบริษัท ร่วมกับทีมผู้บริหารระดับสูงแทน
เขามีบริษัทเครื่องดื่มที่ก่อตั้งเองชื่อว่า Thalheimer Heilwasser GmbH ซึ่งจะผลิตและจำหน่ายเบียร์ น้ำแร่บำบัด รวมถึงน้ำมะนาวระดับพรีเมียม โดยจุดเด่นคือการใช้น้ำพุธรรมชาติจากแหล่งน้ำพุที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศออสเตรีย
เขาเป็นเจ้าของและผู้ดูแลสินทรัพย์ด้านสื่อในเครือ Red Bull ทั้งหมดผ่าน Red Bull Media House ซึ่งจะเน้นที่การผลิตคอนเทนต์ เกี่ยวกับกีฬาเอ็กซ์ตรีม ไลฟ์สไตล์ และวัฒนธรรม รวมถึงสถานีโทรทัศน์ ServusTV ในออสเตรีย นิตยสารระดับโลก และสื่อดิจิทัลต่าง ๆ ที่สร้างรายได้จากการโฆษณาและการสนับสนุน
เขามีส่วนร่วมในฐานะเจ้าของร่วม ของทีมแข่งรถชื่อดังถึง 2 ทีมในโปรแกรมการแข่งขัน ได้แก่ Visa Cash App RB (หรือชื่อเดิมคือ AlphaTauri / Toro Rosso) และ Red Bull Racing ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การตลาด และการสปอนเซอร์กีฬา ที่ทรงอิทธิพลที่สุดของเครือธุรกิจ Red Bull
เขาได้ตัดสินใจซื้อคอลเลกชันรถแข่งอย่าง Formula One และ Grand Prix จำนวนรวม 69 คัน ต่อจาก Bernie Ecclestone (อดีตประธานบริหาร F1) ด้วยมูลค่าสูงถึง 500 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในดีลซื้อขายรถแข่ง F1 ส่วนบุคคลที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมาร์กมีแผนที่จะเปิดคอลเลกชันรถยนต์ระดับตำนานนี้ให้สาธารณชนได้เข้าชมในอนาคต (7 มีนาคม 2025) [2]
ในฐานะผู้ถือหุ้นเขาได้รับเงินปันผลส่วนแบ่งส่วนตัวอยู่ที่ประมาณ 615 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นเงินปันผลตามสัดส่วนหุ้นปกติ 405 ล้านดอลลาร์สหรัฐ บวกกับเงินปันผลพิเศษตามธรรมเนียมของบริษัทให้กับผู้ถือหุ้นฝั่งออสเตรียอีก 210.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (31 ตุลาคม 2023) [3]
เขาดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริหารของมูลนิธิ Wings for Life ซึ่งเป็นมูลนิธิการกุศลไม่แสวงหากำไรที่ก่อตั้งโดย Red Bull เน้นการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของไขสันหลัง โดยมีมารดาของเขาเป็นผู้บริหารหลัก

เขาได้สานต่อธุรกิจของบิดาด้วยการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ Red Bull GmbH ควบคู่ไปกับการเป็นเจ้าของทีมแข่งรถ 2 ทีม และสื่อ Red Bull Media House นอกจากนี้เขายังขยายพอร์ตไปยังธุรกิจส่วนตัวและการลงทุนในสินทรัพย์มูลค่าสูงเพื่อต่อยอดความมั่งคั่ง และรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม สปอร์ต และบันเทิงระดับโลกอย่างมั่นคง

