เจาะลึกเส้นทางชีวิตเจ้าสัว Lee Shau Kee คือใคร

Lee Shau Kee คือใคร

Lee Shau Kee คือใคร Lee Shau Kee คือมหาเศรษฐีชาวฮ่องกงผู้ก่อตั้งอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ “Henderson Land” และเป็นหนึ่งในบุคคลที่รวยที่สุดในเอเชีย

  • ใครคือ Lee Shau Kee?
  • เคล็ดลับการสร้างตัวในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คืออะไร?
  • ทำไมถึงได้ฉายา วอร์เรน บัฟเฟตต์ แห่งเอเชีย?

ใครคือ Lee Shau Kee?

Lee Shau Kee คือใคร

Lee Shau Kee คือมหาเศรษฐีฮ่องกงผู้ก่อตั้งและอดีตประธาน “Henderson Land Development” ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์และพลังงานระดับโลก ตลอดช่วงชีวิตเขาได้รับการจัดอันดับจากนิตยสาร Forbes ให้เป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดเป็นอันดับ 2 ของฮ่องกงมาอย่างยาวนาน

โดยในวาระสุดท้ายของชีวิตเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2025 เขามีทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ประมาณ 23.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ข้อมูล ณ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2025 เขาคือ 50 มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในฮ่องกงประจำปี 2025 ด้วยมูลค่าสุทธิที่ 29.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (สืบค้นเมื่อ 20 มิถุนายน 2026) (26 กุมภาพันธ์ 2025) [1]

Lee Shau Kee มีความเป็นมาอย่างไร?

Lee Shau-kee นักธุรกิจ นักลงทุน และผู้ใจบุญชาวฮ่องกง เกิดวันที่ 20 ​​กุมภาพันธ์ 1928 ที่เมืองซุ่นเต๋อ มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน เขาเป็นผู้ก่อตั้ง Henderson Land Development ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ครอบคลุมทั้ง ร้านอาหาร โรงแรม และบริการอินเทอร์เน็ตในฮ่องกงรวมถึงประเทศอื่น ๆ เส้นทางชีวิตของเขาเคยดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ดังนี้

  • อดีตประธานกรรมการบริษัท Hong Kong and China Gas ดำเนินธุรกิจในชื่อ ทาวน์แก๊ส เป็นผู้ให้บริการก๊าซในเมือง เพียงรายเดียวทั่วเขตปกครองฮ่องกง บริษัทนี้ก่อตั้งขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 1862 ซึ่งบริการส่วนใหญ่ของบริษัทได้แก่ การจัดหาแก๊ส การจัดหาน้ำ การสื่อสารโทรคมนาคม เป็นต้น
  • อดีตประธานกรรมการของโรงแรมมิรามาร์และการลงทุน
  • รองประธานและกรรมการอิสระที่ไม่ใช่ผู้บริหารของ Sun Hung Kai Properties
  • สมาชิกคณะกรรมการบริหารของ Hong Kong Ferry (Holdings) และ Bank of East Asia
  • ได้รับการตั้งชื่อเป็นส่วนหนึ่งของ กลุ่มผู้ร่วมทุนของ Peter Storrie’s เพื่อซื้อสโมสรฟุตบอล Portsmouth

เขามีบุตรทั้งหมด 5 คนรวมถึง Peter Lee Ka-kit และ Martin Lee Ka-shing และมีหลานอีก 8 คน Lee Shau Kee เสียชีวิตวันที่ 17 มีนาคม 2025 ที่ Hong Kong Sanatorium & Hospital ด้วยอายุ 97 ปี

ที่มา: Lee Shau-kee (22 ตุลาคม 2025) [2]

เคล็ดลับการสร้างตัวในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คืออะไร?

สูตรสำเร็จในการครองตลาดของ Lee Shau Kee ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากโมเดลธุรกิจที่เฉียบคม 2 ประการ ได้แก่

  • การพัฒนาโครงการขนาดใหญ่หนุนการเติบโตของเมือง: เขาเน้นสร้างโครงการที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมขนาดใหญ่ ที่รองรับประชากรหลักแสนคน เช่น โครงการพัฒนาพื้นที่ Sha Tin New Town (ซึ่งปัจจุบันรองรับผู้อยู่อาศัยกว่า 700,000 คน) และตึกไอคอนิกอย่าง International Finance Centre (IFC) ริมอ่าววิกตอเรีย ในเขตเซ็นทรัลฮ่องกง เป็นศูนย์การเงินระหว่างประเทศ โดยศูนย์การเงินระหว่างประเทศแห่งที่ 1 เริ่มก่อตั้งในปี 1996 และเสร็จสมบูรณ์ในปี 1998 เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 1998 และศูนย์การเงินระหว่างประเทศแห่งที่สอง เริ่มก่อตั้งในปี 2000 และเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อวัน 18 ตุลาคม 2003 อ่านข้อมูลเพิ่มเติมต่อได้ที่ Wikipedia
  • ยุทธศาสตร์การรวบรวมที่ดินในดินแดนใหม่ (New Territories Land Bank): ในขณะที่ผู้ประกอบการรายอื่นแย่งชิงที่ดินในแถบเซ็นทรัลหรือเกาะฮ่องกงชั้นใน Lee Shau Kee เลือกที่จะกว้านซื้อที่ดินเกษตรกรรมในเขต New Territories เก็บสะสมไว้เป็นจำนวนมากกว่า 20 ล้านตารางฟุต จากนั้นจึงเจรจากับรัฐบาลเพื่อเปลี่ยนผังเมืองเป็นพื้นที่อยู่อาศัย ซึ่งสร้างอัตรากำไร (Margin) สูงกว่าการซื้อที่ดินใจกลางเมืองหลายเท่าตัว

ทำไมถึงได้ฉายา วอร์เรน บัฟเฟตต์ แห่งเอเชีย?

Lee Shau Kee คือใคร

ฉายา “วอร์เรน บัฟเฟตต์ แห่งฮ่องกง” หรือ “ปรมาจารย์แห่งตลาดหุ้น” (Master of Stock) ไม่ได้มาเพราะความร่ำรวย แต่มาจากทักษะการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ที่ต่ำกว่าความเป็นจริง (Value Investing) และการบริหารจังหวะเวลาในการเข้าซื้อที่แม่นยำราวจับวาง

การลงทุนหุ้นและที่ดินของเขาเฉียบคมแค่ไหน?

  • วิกฤตต้มยำกุ้ง (ปี 1997): ในช่วงที่เศรษฐกิจเอเชียเผชิญหน้ากับภาวะฟองสบู่แตกและสินทรัพย์ต่าง ๆ พังทลาย Lee Shau Kee ใช้เงินสดในมือช้อนซื้อสินทรัพย์ที่กำลังประสบปัญหา ในราคาที่ถูกกว่ามูลค่าจริงหลายเท่า (Distressed Assets) ซึ่งกลายเป็นรากฐานกำไรมหาศาลเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Longbridge
  • การกระจายความเสี่ยงสู่ธุรกิจผูกขาดสาธารณูปโภค: เขาไม่ได้พึ่งพาอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว แต่ใช้เงินลงทุนไปไล่ซื้อหุ้นของบริษัท The Hong Kong and China Gas Company Limited (Towngas) จนในที่สุดปี 2007 Henderson Land ได้อัดฉีดหุ้นมูลค่าสูงถึง 39,153 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง เพื่อรวบรวมและควบรวมกิจการจำหน่ายแก๊สนี้อย่างสมบูรณ์ ทำให้เขากลายเป็นผู้ควบคุมระบบจ่ายแก๊สกว่า 85% ของฮ่องกง สร้างกระแสเงินสดหมุนเวียนที่มั่นคงไม่ว่าเศรษฐกิจจะผันผวนเพียงใด

ธุรกิจ Henderson Land ยิ่งใหญ่ระดับโลกอย่างไร?

Henderson Land Development เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ก่อตั้งขึ้นในปี 1976 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ซึ่งให้บริการเกี่ยวกับ การพัฒนาและลงทุนอสังหาริมทรัพย์ การก่อสร้าง การบริหารโครงการ การดำเนินงานโรงแรม ดำเนินงานห้างสรรพสินค้า การถือครองการลงทุน การเงิน และโครงสร้างพื้นฐาน

นอกจากนี้ Henderson Land ยังเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของฮ่องกงเมื่อพิจารณาตามมูลค่าของตลาด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2014 สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทในบริษัทร่วมหลัก ได้แก่ Miramar Hotel and Investment Co, Ltd (45.08%), Towngas (41.51%), และ Hong Kong Ferry (33.33%) (15 มิถุนายน 2026) [3]

ปัจจุบัน Henderson Land ไม่ใช่แค่บริษัทก่อสร้างตึกแถว แต่คือองค์กรกลุ่มทุนข้ามชาติ (Conglomerate) ที่ทรงอิทธิพล โครงสร้างธุรกิจกระจายตัวครอบคลุม 4 เสาหลักทางเศรษฐกิจ ได้แก่

  • อสังหาริมทรัพย์: เจ้าของแลนด์มาร์กสำคัญระดับโลก
    พลังงานและสาธารณูปโภค: ผ่านบริษัท Towngas
  • การบริการและโรงแรม: เจ้าของเครือโรงแรมหรู Miramar Hotel และธุรกิจเรือข้ามฟาก Hong Kong Ferry
  • โครงสร้างพื้นฐานและบริการอินเทอร์เน็ต: ครอบคลุมการลงทุนทั้งในฮ่องกงและหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศจีน

บทสรุป LeeShauKeeคือใคร

Lee Shau Kee คือมหาเศรษฐีฮ่องกงผู้ก่อตั้งอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์และสาธารณูปโภคยักษ์ใหญ่ “Henderson Land” และเจ้าของฉายา “วอร์เรน บัฟเฟตต์ แห่งเอเชีย” จากความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนชั้นเลิศ

ปัจจุบันใครคือผู้สืบทอดอาณาจักรของเขา?

ในปี 2019 ขณะที่ Lee Shau Kee มีอายุได้ 91 ปี เขาได้ประกาศวางมือจากตำแหน่งประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่เพื่อพักผ่อน โดยส่งไม้ต่อให้แก่บุตรชายทั้งสองคนเข้ามาบริหารร่วมกัน ได้แก่

  • Peter Lee Ka-kit (ลี กาเกียต): บุตรชายคนโต รับหน้าที่ดูแลและขับเคลื่อนธุรกิจในส่วนของจีนแผ่นดินใหญ่
  • Martin Lee Ka-shing (ลี กาซิง – ชื่อพ้องเสียงและเขียนเหมือนกับ “Li Ka-shing” มหาเศรษฐีคู่แข่งระดับตำนานของฮ่องกง): บุตรชายคนเล็ก รับผิดชอบการบริหารจัดการสินทรัพย์และธุรกิจภายในเกาะฮ่องกง

เราสามารถนำเรื่องราวของเขามาปรับใช้ได้อย่างไร?

  • แสวงหา “มูลค่าที่แท้จริง” ไม่ใช่กระแสนิยม: การเล็งเห็นคุณค่าของที่ดินห่างไกลในอดีตหรือหุ้นสาธารณูปโภค สอนให้เรารู้จักมองข้ามความผันผวนระยะสั้น แล้วมุ่งเน้นไปที่มูลค่าที่จะเติบโตในระยะยาว
  • ความอดทนคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด: ชีวิตที่เริ่มต้นจากความยากลำบากผ่านวิกฤตเศรษฐกิจนับครั้งไม่ถ้วน แต่การรักษาความเยือกเย็น และการมีวินัยทางการเงินทำให้เขาสามารถเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสได้เสมอ
  • การส่งคืนสู่สังคม: Lee Shau Kee มักบริจาคเงินส่วนตัวมูลค่าหลายพันล้านผ่านมูลนิธิ Lee Shau Kee Foundation ให้แก่สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล และการสร้างที่อยู่อาศัยราคาประหยัดแก่เยาวชน ซึ่งสะท้อนว่าความสำเร็จที่ยั่งยืน ต้องเติบโตไปพร้อมกับความแข็งแรงของสังคมรอบข้าง
Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง