กีฬาฝึกฝนระบบประสาท Kendama มาจากประเทศใด

Kendama มาจากประเทศใด

Kendama มาจากประเทศใด คำตอบก็คือ เป็นเกมที่มีต้นกำเนิดมาจากฝรั่งเศส ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “Bilboquet” ก่อนที่จะมีการเผยแพร่ เข้าไปยังประเทศญี่ปุ่น ในช่วงศตวรรษที่ 18 จนเกิดการพัฒนารูปแบบการเล่น ปรับเปลี่ยนดีไซน์ กลายมาเป็นของเล่น และเป็นกีฬาพื้นบ้าน ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ประจำประเทศญี่ปุ่น มาจนถึงปัจจุบัน

  • พาไปดูต้นกำเนิดกีฬาเคนดามะ
  • พาไปดูความแตกต่างระหว่างเคนดามะ และโยโย่

เจาะลึกต้นกำเนิดกีฬาและของเล่น Kendama

Kendama มาจากประเทศใด อย่างที่เราได้กล่าวเอาไว้ข้างต้นว่า กีฬาและเกมการเล่นรูปแบบนี้ มีต้นกำเนิดในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งนิยมเล่นกันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 และได้รับความนิยมในยุโรป ช่วงศตวรรษที่ 17 ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกัน เชื่อกันว่า กีฬาเคนดามะ ได้มีการเผยแพร่เข้าสู่ประเทศญี่ปุ่น ผ่านเส้นทางสายไหมของประเทศจีน

สำหรับประเทศญี่ปุ่น ที่มีการนำเข้ามาในยุคเอโดะ ในระหว่าง ค.ศ. 1600-1868 โดยนักวิชาการบางกลุ่ม กล่าวเอาไว้ว่า เคนดามะถูกนำเข้ามาในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1420-1500 และเมืองหลวงฮัตสึไคจิ จังหวัดฮิโรชิมะ ถือเป็นต้นกำเนิดของเล่นเคนดามะ ในประเทศญี่ปุ่นสมัยใหม่ เนื่องจากเมืองแห่งนี้ เป็นสถานที่แรกในการผลิตของเล่นชนิดนี้

บริษัท ฮามากัตสึ เอคุสะ ได้ออกแบบรูปทรงของเล่นเคนดามะ ที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ในยุคปัจจุบัน 1919 ที่เมืองคุเระ ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งของเล่นชนิดนี้ มีถ้วย 2 ด้าน ซึ่งเรียกว่า “ลูกบอลจิสึเก็ตสึ” เนื่องจากลูกบอลเป็นตัวแทนของตัวอาทิตย์ และถ้วยมีลักษณะคล้ายพระจันทร์เสี้ยว ซึ่งเป็นความหมายชื่อของเล่นชนิดนี้นั่นเอง (25 พฤษภาคม 2026) [1]

การเล่น Kendama มีประโยชน์ต่อร่างกายหรือไม่?

คำตอบก็คือ มีประโยชน์เป็นอย่างมาก และถูกจัดให้เป็นการออกกำลังกาย แบบฟูลบอดี้ ที่ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาท การทรงตัว ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และยังช่วยฝึกฝนสมาธิได้เป็นอย่างดี ซึ่งรายละเอียดในส่วนนี้ เราจะพาไปดู ประโยชน์ที่ได้จากการเล่นกีฬา Kendama

  • พัฒนาการทรงตัวและสมาธิ : ผู้เล่นจะต้องจดจ่อกับระยะ และจับจังหวะของลูกบอล ซึ่งช่วยฝึกสติและความอดทนได้เป็นอย่างดี
  • เสริมสร้างการทำงานของกล้ามเนื้อ : การจับและเหวี่ยงลูกบอล จำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อแขน หัวไหล่ และข้อมือ ในขณะที่จังหวะการย่อ-ยืดเข่า เพื่อรองรับลูกบอล
  • ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอเบา : การเล่นกีฬาเคนดามะอย่างต่อเนื่อง จะช่วยกระตุ้นการเต้นของหัวใจ และระบบเผาผลาญ ถือเป็นกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายที่แอคทีฟ
  • ฝึกการทำงานประสานกันของร่างกาย : ซึ่งจะช่วยให้สมอง สายตา และมือ ทำงานสอดคล้องกันมากขึ้น

ปัจจุบัน กีฬาประเภทนี้ ถูกยกระดับให้เป็นของเล่นพื้นบ้าน สู่เครื่องมือพัฒนาศักยภาพ ที่ครอบคลุมทั้งการปลูกฝังวินัย สมาธิ และความอดทน ให้กับเด็กและเยาวชน ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์ เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย และกระตุ้นการทำงานของสมอง ให้กับผู้สูงอายุ (14 พฤษภาคม 2026) [2]

เทคนิคพื้นฐานสำหรับผู้เริ่มเล่น Kendama

หากใครที่มีความสนใจ และอยากจะลองเล่นเคนดามะ เพื่อที่จะฝึกสมาธิ สร้างสมดุล และการประสานงานของระบบประสาท คุณจะต้องเริ่มต้นจาก 3 ท่าสำหรับผู้เล่นมือใหม่ ได้แก่ Big Cup, Around the Block และ Pull Up Spike ซึ่งแต่ละท่าจะช่วยให้คุณพัฒนาการควบคุม ไปทีละขั้นตอน

  • Big Cup : เป็นท่าเริ่มต้นที่ง่ายที่สุด ซึ่งจะต้องจับไปที่ด้าม หรือส่วนโค้งด้านใหญ่ จากนั้นดึงลูกบอลขึ้นตรงๆ แล้วรับไว้ในถ้วยใหญ่ให้ได้
  • Around the Block : เมื่อคุณฝึกท่า Big Cup จนเกิดความชำนาญแล้ว ต่อไปให้คุณเริ่มจับแบบซาร่า รับลูกบอลในถ้วยใหญ่ จากนั้นย้ายไปถ้วยเล็ก และจบด้วยการวางลูกบอลลงบนฐาน
  • Pull Up Spike : เป็นท่าที่ทดสอบความแม่นยำ และฝึกฝนสมาธิขั้นสูง เริ่มต้นจากการจับไปที่ด้ามจับ ให้ปลายแหลมชี้ขึ้น แล้วปล่อยให้ลูกบอลห้อยลงมา จากนั้นดึงขึ้นตรงๆ แล้วรับไว้ที่ปลายแหลมไว้ให้ได้

ที่มา: Easy Kendama Tricks for Beginners (4 พฤศจิกายน 2025) [3]

Kendama กับโยโย่ อะไรเล่นยากกว่ากัน?

Kendama มาจากประเทศใด

โดยของเล่นทั้ง 2 ประเภทนี้ มีระดับความยากที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งโยโย่ จะเริ่มต้นง่ายกว่า แต่ถ้าหากต้องการเล่นท่ายาก จะมีขั้นตอนการทำที่ซับซ้อนมาก สำหรับเคนดามะ ในช่วงเริ่มเล่น จำเป็นต้องใช้ความพยายามสูงมาก ในการกะระยะ แต่คุณสามารถคาดเดาการเคลื่อนไหวได้ง่ายกว่า และมีท่าทางการเล่นที่ไม่ซับซ้อน

เสน่ห์ของ Kendama ที่ทำให้คนทั่วโลกหลงรัก

  • พกพาง่าย เล่นได้ทุกที่ : ด้วยขนาดของเล่นที่กะทัดรัด คุณสามารถหยิบขึ้นมาเล่นได้ทุกที่ทุกเวลา หรือท้าดวลกับเพื่อนได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่เยอะ
  • ฝึกสมาธิและความอดทน : การเหวี่ยงลูกบอลให้ลงปลายแหลม ต้องอาศัยการจดจ่อ และการฝึกฝนซ้ำไปซ้ำมา
  • ยกระดับเป็นกีฬาและไลฟ์สไตล์ : สำหรับกีฬาเคนดามะ มีการจัดการแข่งขัน ในระดับสากล และผสมผสานเข้ากับแฟชั่น เสียงดนตรี รวมถึงศิลปะการเคลื่อนไหว ที่ทำออกมาได้อย่างลงตัว
  • พลิกแพลงท่าเล่นได้ไร้ขีดจำกัด : แม้ว่าจะเป็นของเล่นธรรมดาทั่วไป แต่สามารถสร้างสรรค์ท่าทางการเล่น ที่ทำได้มากกว่า 1,000 ท่า เริ่มต้นตั้งแต่ท่าพื้นฐาน ไปจนถึงการแข่งขันระดับโลก
  • มีประโยชน์ต่อสุขภาพ : การเล่นเคนดามะ จะช่วยพัฒนาการทำงานของระบบประสาท สายตา สมอง และมือ ซึ่งนิยมใช้เป็นกิจกรรมฝึกสมาธิ หรือช่วยบำบัดผู้สูงอายุ

คุณสามารถศึกษาประวัติความเป็นมา และเทคนิคการเล่นของกีฬาเคนดามะ ได้ที่เว็บไซต์ Thailandkendama’s Blog หรือใครที่ต้องการดูบทความรีวิวกีฬาสุดแปลก ที่เกิดขึ้นจากทั่วทุกมุมโลก สามารถคลิกเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กีฬาประหลาดจากทั่วโลก มีอะไรบ้าง

การแข่งขัน kendama ระดับโลก

การแข่งขันเคนดามะระดับโลก ที่ใหญ่ที่สุด และมีความสำคัญมากที่สุด นั่นก็คือการแข่งขัน Kendama World Cup (KWC) จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ที่เมืองฮัตสึไคจิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจัดการแข่งขันขึ้นโดยสมาคม Global Kendama Network (GLOKEN) และยังมีการแข่งขันอีกหลายรายการ ดังนี้

  • European Kendama Championship (EKC) : เป็นการแข่งขันระดับชิงแชมป์ของยุโรป
  • Catch & Flow : การแข่งขันประเภทฟรีสไตล์ระดับโลก ที่เน้นความคิดสร้างสรรค์ ดนตรี และจังหวะการออกท่าทาง
  • Festival International des Sports Extrêmes (FISE) : เป็นเทศกาลกีฬาผาดโผนระดับโลก จัดขึ้นในฝรั่งเศส

บทส่งท้าย Kendama มาจากประเทศใด

สรุปได้ว่า กีฬาและของเล่นเคนดามะ ที่ต้นกำเนิดมาจากประเทศยุโรป ก่อนที่จะนำเข้ามายังประเทศญี่ปุ่น ในช่วงศตวรรษที่ 18 จนมาถึงยุคสมัยใหม่ ที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่น ให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ จนกลายเป็นของเล่นที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และมีการจัดการแข่งขันระดับโลกอีกด้วย

Kendama ช่วยลดเวลาเล่นมือถือได้หรือไม่?

คำตอบก็คือ ช่วยลดเวลาการเล่นโทรศัพท์มือถือได้จริงๆ เพราะเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิ และต้องใช้การทำงานของระบบประสาท สายตา และมือ ทำให้คุณต้องจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ฝึกฝนท่าทางการเล่นใหม่ๆ ยิ่งทำสำเร็จ ยิ่งช่วยให้คุณแก้เบื่อได้ดี อีกทั้งยังสามารถเล่นได้ทุกที่ทุกเวลา

Kendama เหมาะกับเด็กอายุเท่าไร?

กีฬาหรือของเล่นประเภทนี้ เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุ 7 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะสมกับการฝึกฝน เนื่องจากเด็กวัยนี้ มีพัฒนาการด้านประสาท และการประสานงานระหว่างสายตา มือ กล้ามเนื้อมัดเล็ก และการทรงตัวที่ดี ซึ่งพร้อมสำหรับการฝึกฝนทักษะการเล่นขั้นพื้นฐาน

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง