กีฬาทางเลือกสุดแหวกแนว Joggling มีวิธีเล่นยังไง

Joggling มีวิธีเล่นยังไง

Joggling มีวิธีเล่นยังไง คำตอบก็คือ คุณจะต้องควบคุมจังหวะ การกลั้นหายใจ การวิ่ง พร้อมกับใช้มือโยน และรับลูกบอลกลางอากาศ ทำแบบนี้สลับไปมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะใช้ลูกบอลขนาดเล็ก 3 ลูก พร้อมกับจับจังหวะการก้าวเท้า จากนั้นค่อยๆ ปรับความเร็วเพิ่มขึ้น จนกลายเป็นการวิ่งเหยาะๆ โดยกีฬาประเภทนี้ จะช่วยในเรื่องของการฝึกสมาธิได้ดี

  • วิธีการเล่นเบื้องต้นสำหรับกีฬา Joggling
  • กระแสไวรัลของกีฬาที่โยนลูกบอลไปด้วย พร้อมกับวิ่งไปด้วย

คนทั่วไปสามารถฝึก Joggling ได้ไหม?

แน่นอนว่า สามารถฝึกได้ หากเข้าใจหลักการเล่นเบื้องต้น เพราะนี่เป็นกีฬาลูกผสม ระหว่างการวิ่งจ๊อกกิ้ง และการโยน-รับสิ่งของ ซึ่งหลักการเล่นเบื้องต้น ก่อนที่คุณจะเริ่มวิ่ง ควรฝึกโยนลูกบอลพร้อมกัน 3 ลูก ในขณะที่กำลังเดิน หรือยืนนิ่งๆ เพื่อให้เกิดความชำนาญ และความคุ้นเคย เคล็ดลับก็คือ ไม่ควรมองไปที่มือตลอดเวลา

Joggling มีวิธีเล่นยังไง ตัวอย่างผู้ที่ฝึกเล่นกีฬา Joggling ได้แก่ Scott Jenkins และ James McDiarmid ในตอนแรก พวกเขารู้สึกแปลกตา กับกีฬาประเภทนี้ และมองว่ามันเป็นเพียงแค่เรื่องล้อเล่น ไม่ใช่การแสดงความสามารถแต่อย่างใด แต่เมื่อพวกเขาได้เรียนรู้วิธีการเล่น ในช่วงที่อายุ 27 ปี ก็ได้เริ่มต้นการฝึกเล่นกลอย่างจริงจัง ในปี 2018

พวกเขาเริ่มทรงตัวได้แล้ว จึงหาสิ่งของอื่นๆ มากระตุ้นความสามารถของตนเอง จึงได้หยิบลูกบอลขนาดเล็ก 3 ลูก ที่เคยได้มาจากการฝึกเล่นกล และค่อยๆ ลดความเร็วในการวิ่งช้าลง 5-10% พร้อมกับฝึกโยนลูกบอลขึ้นไปในอากาศ ซึ่งมันเกิดความท้าทายขึ้นมาใหม่ ที่สร้างความสนุกสนาน จนพาพวกเขาเข้าสู่การแข่งขัน ฮาล์ฟมาราธอน (Half Marathon) (14 มีนาคม 2024) [1]

Joggling ช่วยเรื่องการทรงตัวได้จริงหรือไม่?

คำตอบก็คือ ช่วยได้จริง เพราะการวิ่งเหยาะๆ พร้อมกับโยนสิ่งของขึ้นไปในอากาศ เช่น ลูกบอลขนาดเล็ก 3 ลูก จะช่วยพัฒนาการทรงตัวได้ดี และยังช่วยฝึกทักษะได้อีกหลายด้าน เช่น ฝึกการทำงานร่วมกันของสมอง และร่างกาย การบังคับให้สมองต้องรับข้อมูลการมองเห็น และสั่งการมือพร้อมกับก้าวเท้า ทำให้ระบบประสาท และกล้ามเนื้อทำงานสอดคล้องกันมากขึ้น

ช่วยให้รู้ระบบการทำงานของร่างกาย ซึ่งการควบคุมร่างกาย ให้เคลื่อนไหวไปข้างหน้า ขณะที่รักษาระยะสายตา ที่กำลังมองวัตถุกลางอากาศ ช่วยให้ร่างกาย เข้าใจศูนย์ถ่วงของร่างกายตัวเองได้ดีขึ้น และกระตุ้นการทำงานของสมอง ในส่วนซีรีเบลลัม (Cerebellum) เป็นสมองที่คอยควบคุมการทรงตัว และการเคลื่อนไหว

เทคนิคฝึก Joggling สำหรับมือใหม่แบบเข้าใจง่าย

สำหรับกีฬาประเภทนี้ ต้องอาศัยการแยกประสาทสัมผัส เริ่มต้นจากการฝึกโยนลูกบอล 3 ลูก ในขณะที่กำลังยืนนิ่งๆ จากนั้นค่อยๆ เริ่มก้าวเท้า และค่อยๆ เพิ่มจังหวะความเร็ว ให้เปลี่ยนเป็นการวิ่งเหยาะๆ สำหรับผู้เล่นมือใหม่ ควรฝึกโยนลูกบอล 3 ลูกให้คล่องก่อน โยนลูกบอลจากอีกมือหนึ่ง ไปอีกมือหนึ่ง ให้อยู่ในระดับสายตา

ต่อมาก็คือ การลดความตึงเครียดของร่างกาย เพราะผู้เล่นมือใหม่ มักจะเกิดอาการเกร็งหัวไหล่ และมักจะเผลอเหยียดมือออกไปข้างหน้ามากเกินไป วิธีแก้ไขก็คือ ให้แนบข้อศอกใกล้ลำตัว ในขณะที่โยนลูกบอล หากพบว่าลูกบอลลอยไปข้างหน้า ให้ลองฝึกโยนลูกบอล ในขณะที่ยืนชิดกำแพง เพื่อฝึกการบังคับลูกบอล

และนักกีฬา Joggling ส่วนใหญ่ นิยมใช้ถุงถั่ว ที่มีขนาดเท่าฝ่ามือ ยัดไส้ด้วยเมล็ดพืช เพราะมีน้ำหนักเบา สามารถวิ่งระยะไกลได้ และยังสามารถต้านทานลมได้อีกด้วย ซึ่งกีฬาประเภทนี้ ในรูปแบบการโยนลูกบอล 3 ลูก จะมีประสิทธิภาพ และใช้พลังงานน้อยที่สุด แต่ควรขยับแขนให้เป็นธรรมชาติ ให้เข้ากับการเคลื่อนไหว (21 กุมภาพันธ์ 2026) [2]

Joggling กีฬาแปลกสุดไวรัลที่กำลังมาแรงในปี 2026

Joggling มีวิธีเล่นยังไง

นี่คือกีฬาเอ็กซ์ตรีมสายฮา ที่ได้นำเอาทั้งสองกิจกรรม Juggling (การเล่นโยนลูกบอลสลับมือ) และ Jogging (การวิ่งจ๊อกกิ้ง) มาร่วมไว้เป็นกีฬาเดียวกัน จนเกิดเป็นหนึ่งในเทรนด์กีฬาสุดแปลก ที่เป็นกระแสไวรัลทั่วโลก ในปี 2026 โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์ม TikTok และ Instagram Reels เนื่องจากความท้าทาย และการแสดงทักษะควบคุมร่างกาย

ประวัติความเป็นมาของกีฬา Joggling

จุดเริ่มต้นกีฬาประเภทนี้ เกิดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1975 เกิดขึ้นจากความบังเอิญ ในขณะที่กำลังโยนลูกบอล เมื่อ บิลล์ กิดุซ ได้นำลูกบอลสำหรับเล่นจ๊อกกิ้ง ไปที่ลู่วิ่งของมหาวิทยาลัย NC State เพื่อทำการฝึกฝนเทคนิคต่างๆ หลังจากที่เขาออกกำลังกาย ในวันนั้น เขาเริ่มวิ่งเหยาะๆ พร้อมกับโยนลูกบอลขึ้นไปในอากาศ

จนมาถึงปี 1976 บิลล์ กิดุซ ได้ทราบว่า ทางสมาคมนักเล่นกลนานาชาติ (IJA) กำลังมองหาบรรณาธิการคนใหม่ สำหรับถ่ายทอดทักษะเล่นกลของพวกเขา ซึ่ง บิลล์ กิดุซ เห็นด้วยกับความคิดนี้ จึงได้ร่วมเดินทางไปร่วมงานเทศกาลประจำปี และบิลล์ก็ได้รับเลือกให้เป็นบรรณาธิการคนใหม่ (21 มกราคม 2015) [3]

เหตุผลที่คนรุ่นใหม่เริ่มหันมาสนใจ Joggling

  • สร้างคอนเทนต์ในโซเชียลมีเดีย : ซึ่งวิธีการเล่นที่แปลกตา และค่อนข้างทำได้ยากมาก จึงเป็นส่วนหนึ่ง ที่สามารถดึงดูดความสนใจ ของผู้คนบนโลกโซเชียลมีเดีย และแพลตฟอร์มชื่อดัง TikTok หรือ Instagram ได้เป็นอย่างดี
  • บริหารทั้งร่างกายและสมอง : สำหรับการวิ่ง ที่จะช่วยในส่วนของระบบหัวใจ และหลอดเลือด ในขณะที่การโยนลูกบอลสลับใช้มือ จะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง เพิ่มความสัมพันธ์ในระหว่างมือกับตา และช่วยฝึกสมาธิขั้นสูง
  • ก้าวข้ามความเบื่อหน่าย : เปลี่ยนจากการวิ่งทั่วไป โดยเพิ่มความสนุกสนาน และเพิ่มความท้าทายเข้ามา โดยกีฬาประเภทนี้ จะต้องใช้สมาธิขั้นสูง เพื่อบังคับไม่ให้ลูกบอลตกลงพื้น จึงเกิดเป็นกีฬารูปแบบใหม่ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ปัจจุบัน เทรนด์กีฬาสุดแปลก ของกลุ่มวัยรุ่นยุคใหม่ ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม มีการจัดตั้งกลุ่ม Joggling Club หรือชมรมคนรัก Joggling ที่ผู้คนจะพบปะสังสรรค์ ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ หรือใครที่ต้องการดูบทความรีวิวกีฬาสุดแปลกจากทั่วโลก สามารถคลิกเข้าไปดูได้ที่ กีฬาประหลาดจากทั่วโลก มีอะไรบ้าง

บทส่งท้าย Joggling มีวิธีเล่นยังไง

สรุปได้ว่า วิธีการเล่นกีฬาประเภทนี้ จะเป็นการโยนลูกบอล 3 ลูกขึ้นไปในอากาศ พร้อมกับก้าวเท้าวิ่งเหยาะๆ จะต้องบังคับลูกบอล ไม่ให้ตกลงสู่พื้น และพร้อมกับก้าวเท้าวิ่งไปข้างหน้า โดยกีฬาประเภทนี้ ที่จะต้องใช้ทักษะความชำนาญหลายๆ ด้าน ทั้งทักษะการทรงตัว และทักษะการวิ่ง

Joggling เผาผลาญพลังงานกี่แคลอรีต่อชั่วโมง?

กีฬาสุดแปลกประเภทนี้ ช่วยเผาผลาญพลังงานได้ดีเยี่ยม ประมาณ 400-700 กิโลแคลอรีต่อชั่วโมง โดยจำนวนปริมาณแคลอรีที่ถูกเผาผลาญ จะขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว และความเร็วในการวิ่งเป็นหลัก ยกตัวอย่างเช่น หากคุณมีน้ำหนัก 60 กิโลกรัม จะช่วยเผาผลาญได้ประมาณ 450-550 กิโลแคลอรีต่อชั่วโมง

ใครคือเจ้าของสถิติโลก Joggling Marathon?

คำตอบก็คือ Benjamin Balbeur ชายผู้เป็นเจ้าของสถิติโลก ซึ่งเขาทำเวลาไปทั้งหมด 2 ชั่วโมง 47 นาที 52 วินาที ส่วนสถานที่สำหรับทำสถิติโลก ได้แก่ เมืองนามูร์ (Namur) ประเทศเบลเยียม วันที่สถิติของเขา ถูกจดบันทึกไว้ใน Guinness World Records คือวันที่ 6 เมษายน 2025

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง