
เชื้อไวรัสอันตราย Ebola 2026 ระบาดที่ไหน ?
- ไข่น้อย
- 16 views

Ebola 2026 ระบาดที่ไหน ระบาดในสองประเทศหลัก ที่ทวีปแอฟริกาตอนกลาง และแอฟริกาตะวันออกเป็นหลัก โดยจุดที่มีการแพร่ระบาดรุนแรง และหนาแน่นที่สุดนั้น เชื้อได้แพร่กระจายข้ามพรมแดนอย่างรวดเร็ว ไปยังเขตเมืองหลวงที่มีประชากรหนาแน่น และพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้ต้องยกระดับการป้องกัน ทั้งในประเทศที่มีการระบาด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดระหว่างประเทศ
จากคำถามที่ว่า Ebola 2026 คืออะไร จากอดีตสู่ปัจจุบัน Ebola ก็คือไวรัสชนิดหนึ่ง ที่เป็นไวรัสญาติสนิทของมาบวร์ก ที่ค้นพบในปี 1967 แต่ระบบสาธารณสุขพบเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นครั้งแรก เมื่อปี 1976 โดยโลกใบนี้ ต้องเผชิญกับโรคระบาดอีโบลาหลายสายพันธุ์ แต่ทางการแพทย์ได้เร่งพัฒนา ตรวจสอบ และสร้างวัคซีนเพื่อต้านสายพันธุ์ซาอีร์เป็นหลัก เพราะเป็นสายพันธุ์ที่ระบาดหลัก และทำให้ผู้คนเสียชีวิตนับหมื่นคน
ซึ่งมันทำให้เกิดอาการไข้เลือดออก และมีอัตราการเสียชีวิตสูง 50-90% แล้วแต่สายพันธุ์ โดยจากข้อมูลอ้างอิง พบว่ามี 4 สายพันธุ์ ที่ก่อโรคในคน สายพันธุ์ซาอีร์ อย่างที่บอกระบาดหนักที่สุด ตามด้วยสายพันธุ์ ซูดาน และอีกสองสายพันธุ์ มีชื่อว่า Tai Forest ebolavirus และ Bundibugyo ebolavirus ซึ่งเป็นไวรัสอีโบลา ที่มีความรุนแรงปานกลาง และกำลังระบาด (25 มิถุนายน 2026) [1]
จากแหล่งข่าวต่างประเทศ ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2026 ทางองค์การอนามัยโลก ได้รับแจ้งว่า มีการระบาดของโรคที่ไม่ทราบสาเหตุ และมีอัตราเสียชีวิตสูง ซึ่งพบที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก โดยพบว่าในหมู่บุคลากรทางการแพทย์เสียชีวิต เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2026 จึงมีการวิเคราะห์ตัวอย่างเลือด และพบว่าเป็นสายพันธุ์หนึ่งของไวรัสอีโบลา ที่ยังไม่มีวัคซีน หรือยาเฉพาะใช้ในการรักษา
แต่พบว่าการดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ สามารถช่วยชีวิตได้ ทำให้มีการประกาศอย่างเป็นทางการ ถึงการระบาดของโรคอีโบลาครั้งที่ 17 และถือเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ เพราะมีการพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อจากต่างประเทศ 1 ราย และเสียชีวิตในภายหลัง เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2026 ทำให้ต้องใช้ข้อกำหนดของกฎอนามัยระหว่างประเทศ เพื่อความปลอดภัยของผู้คน (16 พฤษภาคม 2026) [2]
เริ่มสร้างไปแล้ว เพราะจากแหล่งข้อมูล มีการกล่าวเอาไว้ว่า เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2026 มีการประกาศให้ทุนสนับสนุน จากกลุ่ม CEPI เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือโรคระบาด โดยมีการประกาศให้เร่งพัฒนาวัคซีน 3 ชนิด โดยมุ่งเป้าไปที่วัคซีนป้องกัน ไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ Bundibugyo อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้ใช้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพต่อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ซาอีร์
เนื่องจากไม่มีหลักฐาน ว่าสามารถป้องกันไวรัสอีโบลาข้ามสายพันธุ์ได้ ส่วนวัคซีนที่กำลังพัฒนานั้น พัฒนาโดยIAVI ที่ใช้งบ 3.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ Moderna 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด 8.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (14 มิถุนายน 2026) [3] เพื่อให้พร้อมผลิต และแจกจ่ายสู่พื้นที่ระบาดทันที หลังผ่านการทดสอบแล้วว่า วัคซีนที่ผลิตขึ้นมานั้น สามารถป้องกันไวรัสได้ และมีความปลอดภัยในมนุษย์

ข้อมูลบนโลกออนไลน์ มีการกล่าวถึงประเทศไทย ที่มีการยกระดับสกัดกั้นไวรัสอีโบลา สำหรับผู้ที่เดินทางในประเทศดีอาร์คองโก และยูกันดา หากเข้าไทยจะต้องมีการกักตัว 21 วัน และมีการสั่งห้ามประชาชนไทย เดินทางไปยังสองประเทศที่มีความเสี่ยง หากไม่มีความจำเป็นใด ๆ แต่หากจำเป็น และต้องกลับมาประเทศไทย จะต้องมีการกักกันโรค และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด
รวมถึงต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้ออย่างละเอียด ตามวงรอบที่กรมควบคุมโรคกำหนด เพื่อความปลอดภัยสูงสุด นอกจากนี้ หน่วยงานสาธารณสุขได้ประสานงานร่วมกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อติดตามประวัติการเดินทางย้อนหลังของนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด ซึ่งมาตรการที่เด็ดขาดนี้ ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสอีโบลาแพร่ระบาดในประเทศไทย
การติดต่อของไวรัสอีโบลา พบว่าแค่สัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือของเหลวจากร่างกายผู้ป่วยที่ติดเชื้อ สามารถติดได้ทันที แถมยังติดจากการสัมผัสสิ่งของ หรือพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้ออีกด้วย และพบว่าระยะฟักตัว และการแพร่เชื้อนั้น จะอยู่ที่ 2 – 21 วัน และนอกจากนี้ ผู้ป่วยที่เสียชีวิตไปแล้ว ก็ยังสามารถแพร่เชื้อได้ หากมีใครไปสัมผัสกับศพโดยตรง ในระหว่างเคลื่อนย้าย
อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดมักเกิดขึ้นเป็นระยะ ในชนบทของทวีปแอฟริกากลาง และตะวันตก เพราะมีการจัดการที่ไม่ถูกต้อง โดยอาการเริ่มแรก จะทำให้มีไข้สูง อ่อนเพลีย หรืออาการปวดศีรษะ แต่หากร้ายแรงที่สุดนั้น อาจจะมีภาวะเลือดออกผิดปกติ อวัยวะล้มเหลว และความดันโลหิตต่ำ และเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งหากว่าตนเองมีความเสี่ยง ให้รีบไปตรวจกับหมอ และกักตัวทันที
เนื่องจากไวรัสอีโบลาเป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่คน โดยมีสัตว์หลายชนิดที่สามารถติดเชื้อและแพร่กระจายเชื้อได้ ที่บนโลกออนไลน์มีการกล่าวถึง แหล่งรังโรคตามธรรมชาติ ที่เกิดจากค้างคาวที่กินผลไม้ โดยเฉพาะสัตว์ตระกูลลิง ซึ่งการแพร่กระจายเชื้อมาสู่มนุษย์ มักเกิดขึ้นจากการเข้าไปสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรืออวัยวะของสัตว์ที่ติดเชื้อเหล่านี้
ผ่านกิจกรรมการล่า การชำแหละเนื้อสัตว์ป่ามาบริโภค หรือการเดินป่า แล้วไปหยิบจับสัตว์ที่ป่วย และตายโดยไม่มีการป้องกันที่ถูกต้อง ส่งผลให้เชื้อไวรัสสามารถข้ามสายพันธุ์ จากสัตว์ป่าเข้ามาสู่คน และเกิดการระบาดลุกลามในชุมชนอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการควบคุมโรคในภาคสนาม จึงต้องให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังพฤติกรรม การบริโภค และการสัมผัสสัตว์ป่าในพื้นที่เสี่ยงด้วย
โดยสรุปแล้ว ไวรัสที่ชื่อว่า Ebola 2026 ระบาดที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และประเทศยูกันดาเป็นหลัก โดยมีผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตมากที่สุด รวมถึงมีการแพร่กระจายไปยังพื้นที่ข้างเคียง ขณะเดียวกันในฝั่งยูกันดา ก็พบการระบาดเข้ามาถึงเขตเมืองหลวง และพื้นที่ใกล้เคียง โดยวิกฤตการณ์ครั้งนี้ เกิดจากไวรัสอีโบลา ที่ยังไม่มีวัคซีน แต่กำลังสร้างขึ้นมา
การป้องกันตนเองจากไวรัสอีโบลา สามารถทำได้โดยการหลีกเลี่ยงการเดินทาง ไปยังพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคหากไม่มีความจำเป็น งดการสัมผัสหรือบริโภคเนื้อสัตว์ป่าทุกชนิด หมั่นล้างมือด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์อย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสเลือด สารคัดหลั่ง หรือสิ่งของเครื่องใช้ของผู้ป่วย
วัคซีนป้องกันไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ Bundibugyo ที่กำลังเร่งพัฒนาอยู่นี้ จะไม่ใช่การนำมาวางขายเชิงพาณิชย์ให้ประชาชนทั่วไปซื้อเอง แต่จะเน้นการแจกจ่ายฟรี ให้กับกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ระบาดเป็นหลัก ส่วนประเทศที่ไม่มีการระบาด ก็ไม่ต้องหาซื้อ

