
เจาะลึกอาณาจักรแสนล้าน Donald Bren ทำธุรกิจอะไร
- Blackcat
- 5 views

Donald Bren ทำธุรกิจอะไร Donald Bren เป็นเจ้าของ Irvine Company โดยสร้างความมั่งคั่งจากการพัฒนาและถือครองที่ดิน อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า และที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมจำนวนมหาศาลในรัฐแคลิฟอร์เนีย

Donald Bren ประธานกรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่รายเดียวของ Irvine Company บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับบลูชิปของสหรัฐอเมริกา โดยในการจัดอันดับมหาเศรษฐีโลกประจำปี 2026
เขายังคงครองตำแหน่งมหาเศรษฐีสายอสังหาริมทรัพย์ที่ร่ำรวยที่สุดในอเมริกา และติดอันดับบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกอันดับที่ 144 ด้วยมูลค่าสุทธิที่ 19.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026) (10 มีนาคม 2026) [1]
Donald Leroy Bren นักธุรกิจมหาเศรษฐีชาวอเมริกัน เกิดวันที่ 11 พฤษภาคม 1932 ที่ลอสแอนเจลิส แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา บิดาของเขาเป็นทั้ง ทหารเรือ ตัวแทนนักแสดง และเป็นผู้ผลิตภาพยนตร์ ส่วนมารดาเป็นผู้นำชุมชน ในปี 1948 บิดาของเขาหย่าร้าง และแต่งงานใหม่กับนักแสดงหญิง
ผู้ได้รับรางวัลออสการ์ในปีเดียวกันนั้น และต่อมา ในปี 1953 มารดาของเขาได้แต่งงานใหม่ กับนักธุรกิจอุตสาหกรรมเหล็กกล้า ในส่วนของการศึกษา Donald Leroy Bren สำเร็จการศึกษาจาก มหาวิทยาลัยวอชิงตัน และเริ่มก่อตั้งบริษัทเบรนในปี 1958 ก่อนจะขยายตัวเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ ในปี 1963
การก่อตั้งบริษัท
นอกจากนี้ยังเข้าร่วมก่อตั้งบริษัทมิชชั่นวิเอโฮ (MVC) โดยมีการซื้อที่ดิน 10,000 เอเคอร์ เพื่อพัฒนาเมืองมิชชั่นวิเอโฮ รัฐแคลิฟอร์เนีย และเขาเองก็ดำรงตำแหน่งประธานของ MVC ตั้งแต่ปี 1963 ถึง 1967 ต่อมาในปี 1970 International Paper เป็นบริษัทผลิตเยื่อกระดาษและกระดาษที่ใหญ่ที่สุดในโลก
มีสำนักงานใหญ่ อยู่ที่เมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี มีพนักงานประมาณ 39,000 คน (29 พฤษภาคม 2026) [2] ได้เข้าซื้อบริษัทเบรนในราคา 34 ล้านดอลลาร์ แต่ก็มีการขายคืนให้กับ Donald Bren อีกครั้งในปี 1972 เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย
ที่มา: Donald Bren (5 มกราคม 2026) [3]
ความสำเร็จของเขา ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ตัวเลขในบัญชี แต่ยังได้รับการยกย่อง ในฐานะนักวางผังเมือง และผู้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ทรัพย์สินส่วนใหญ่ของ Donald Bren อยู่ในรูปของอสังหาริมทรัพย์ เชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัยภายใต้บริษัท Irvine Company เช่น อาคารสำนักงานกว่า 590 แห่ง (รวมถึงอาคาร MetLife ในนิวยอร์ก) ชุมชนอะพาร์ตเมนต์ ศูนย์การค้า รีสอร์ตริมชายฝั่ง สนามกอล์ฟ และท่าจอดเรือ
ขุมทรัพย์และกระแสเงินสดหลักของ Irvine Company มาจากอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียม ซึ่งมีสถิติตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้
สิ่งที่ทำให้โมเดลธุรกิจของ Donald Bren อยู่เหนือผู้พัฒนาอสังหาฯ ทั่วไปคือการครอบครอง Irvine Ranch ซึ่งเป็นผืนดินขนาดใหญ่ยักษ์กว่า 93,000 เอเคอร์ คิดเป็นพื้นที่เกือบ 1 ใน 5 ของออเรนจ์เคาน์ตี้ทั้งหมด Donald Bren ไม่ได้ใช้วิธีหั่นที่ดินแบ่งขาย แต่เขาทำหน้าที่เป็น “Master Planner”
วางผังเมืองอย่างเป็นระบบตั้งแต่วันแรก มีการกำหนดจุดสร้างมหาวิทยาลัย, ย่านพาณิชย์, นิคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง และเขตที่อยู่อาศัยสีเขียว ส่งผลให้เมือง Irvine กลายเป็นเมืองที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง และติดอันดับเมืองที่ปลอดภัยที่สุดในอเมริกา ติดต่อกันมากกว่า 15 ปี มูลค่าที่ดินบน Irvine Ranch จึงเพิ่มขึ้นหลายพันเท่า
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Irvine
Irvine Company LLC บริษัทเอกชนสัญชาติอเมริกัน โดยมุ่งเน้นที่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ เมืองนิวพอร์ตบีช รัฐแคลิฟอร์เนีย เดิมเป็นฟาร์มปศุสัตว์ขนาด 185 ตารางไมล์ (480 ตารางกิโลเมตร) ก่อตั้งโดย James Irvine I, Benjamin, Thomas Flint และ Llewellyn Bixby
ในปี 1864 แต่ด้วยภัยแล้งที่เกิดขึ้นทำสัตว์ในฟาร์มล้มตายจนหมด ในช่วงปลายทศวรรษ 1970 บริษัท Irvine ได้ยุติธุรกิจปศุสัตว์ลง ในปี 1983 Donald Bren ก็ได้กลายเป็นเจ้าของส่วนใหญ่ของบริษัท Irvine และต่อมาในปี 1996 เขาได้ซื้อหุ้นทั้งหมดที่เหลืออยู่ และกลายเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Wikipedia
Donald Bren ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเจ้าของ Irvine Company แต่เพียงผู้เดียว สร้างความมั่งคั่งจากการเป็นผู้บุกเบิกการวางผังเมือง และถือครองพอร์ตสินทรัพย์ระดับพรีเมียม จำนวนมหาศาลในแคลิฟอร์เนีย ทั้งผืนดินประวัติศาสตร์ Irvine Ranch อาคารสำนักงานเกรด A+ ทั่วประเทศ ชุมชนอพาร์ตเมนต์ ห้างสรรพสินค้าเชิงไลฟ์สไตล์ และรีสอร์ตหรู
ความสำเร็จของ Donald Bren สรุปได้เป็น 3 ปรัชญาธุรกิจที่ทรงพลัง ดังนี้
Donald Bren ยังคงดำรงตำแหน่งเป็น ประธานกรรมการบริหาร ของ Irvine Company และเป็นผู้ตัดสินใจในยุทธศาสตร์ระยะยาว อย่างไรก็ตาม ในแง่ของการบริหารจัดการรายวัน เขาได้ส่งต่อให้แก่ทีมบริหารมืออาชีพนำโดยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขับเคลื่อนระบบให้ดำเนินไปอย่างยั่งยืนและไร้รอยต่อในอนาคต

