กีฬาผาดโผนสร้างความตื่นเต้น Cliff Diving มาจากไหน

Cliff Diving มาจากไหน

Cliff Diving มาจากไหน คำตอบก็คือ มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่อดีต ในสมัยพระราชา Muai Kahekli II ปกครองหมู่เกาะฮาวาย เมื่อประมาณ 250 ปีก่อน โดยพระองค์ทรงสั่งให้เหล่าทหาร ทำการกระโดดหน้าผาสูงชัน ลงสู่ทะเล เพื่อทดสอบความกล้าหาญ และเป็นเครื่องทดสอบความจงรักภักดี

  • พาไปดูจุดเริ่มต้นของกีฬาสุดหวาดเสียว
  • สาเหตุที่กีฬากระโดดหน้าผาได้รับความนิยมไปทั่วโลก

กีฬา Cliff Diving เริ่มต้นขึ้นเมื่อใด?

สำหรับกีฬา และกิจกรรมที่สร้างความท้าทาย มีต้นกำเนิดย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษ 1770 บนเกาะฮาวาย โดยเป็นกิจกรรมที่หัวหน้าเผ่าชนพื้นเมือง นามว่า Kahekili แห่งเกาะ Maui ได้เริ่มพิธีกรรมที่เรียกว่า “Lele Kawa” ด้วยการกระโดดจากหน้าผาสูงชัน ลงไปยังทะเล เพื่อแสดงความกล้าหาญ และแสดงความจงรักภักดีต่อพระเจ้า

ต่อมาในปี 1997 กีฬาประเภทนี้ ถูกนำมาแข่งขันในระดับโลก ซึ่งเป็นรูปแบบการแข่งขันอย่างเป็นทางการ พลิกโฉมรูปแบบการกระโดด ให้กลายเป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีม ผ่านการกำกับดูแลของบริษัทเครื่องดื่ม Red Bull และถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นตาตื่นใจ ที่มีนักกระโดดหน้าผา กระโดดลงมาจากอนุสาวรีย์สูงตระหง่าน ลงสู่ผืนน้ำชายฝั่งลาโรเชลล์

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การแข่งขัน Red Bull Cliff Diving ก็ได้มีการจัดการแข่งขันขึ้น ในสถานที่ที่น่าทึ่งมากมาย จนกระทั่งมีการสร้างอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ ปรากฏให้เห็นในปี 2013 และ ออร์แลนโด ดูเก้ แชมป์นักกระโดดหน้าผาคนแรก ได้ทำการกระโดดผาดโผนจากเฮลิคอปเตอร์ ที่มีความสูง 22 เมตร (17 เมษายน 2019) [1]

รูปแบบการแข่งขัน Cliff Diving

สำหรับการแข่งขันกระโดดหน้าผา มีการแข่งขันระดับโลก เช่น Red Bull Cliff Diving จะแบ่งรูปแบบการแข่งขันออกเป็น 4 รอบ โดยนักกีฬาแต่ละคน จะต้องแจ้งท่าที่จะทำการกระโดดเอาไว้ล่วงหน้า นักกีฬาจะต้องกระโดดหน้าผาที่ความสูง 27 เมตร ส่วนนักกีฬาผู้หญิง จะต้องกระโดดหน้าผาจากความสูง 21 เมตร

โดยทั่วไปแล้ว การกระโดดหน้าผา คือการกระโดดออกจากขอบหน้าผา และลงไปในแหล่งน้ำ อาจใช้เป็นส่วนหนึ่งของกีฬาสำรวจชายฝั่ง หรือเป็นกิจกรรมเดี่ยวๆ การกระโดดหน้าผา อาจมีรูปแบบเฉพาะเจาะจง การกระโดดหน้าผา และการกระโดดลงน้ำแบบทูมสโตนนิ่ง มีท่าทางเฉพาะสำหรับการกระโดดลงน้ำ

การกระโดดแบบทูมสโตนนิ่ง เป็นรูปแบบหนึ่งของการกระโดดหน้าผา ที่ได้รับความนิยมในสหราชอาณาจักร โดยมีลักษณะเด่นก็คือ ร่างกายอยู่ในท่าตั้งตรง เมื่อนักกีฬากระโดดลงมาจากขอบหน้าผา พวกเขาจะต้องรักษาท่าตั้งตรงเอาไว้ จนกว่าจะถึงผิวน้ำ โดยเท้าจะต้องสัมผัสผิวน้ำก่อนเป็นอันดับแรก (24 พฤษภาคม 2026) [2]

พัฒนาการของการแข่งขัน Cliff Diving

ช่วงทศวรรษ 1930-1990 ถือเป็นยุคบุกเบิกกีฬาประเภทนี้ โดยมีการแข่งขันกระโดดหน้าผา La Quebrada จัดขึ้นโดยกลุ่มชาวประมงท้องถิ่น ในเมืองอากาปุลโก ประเทศเม็กซิโก ซึ่งกระโดดหน้าผาสูงชัน 35 เมตร จนมาถึงปี 1996 ก็ได้มีการก่อตั้งสหพันธ์การกระโดดหน้าผาโลก World High Diving Federation ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ต่อมาในยุคสมัยใหม่ ที่เป็นการยกระดับกีฬากระโดดหน้าผา ให้เข้าสู่การแข่งขันระดับสากล ในปี 2009 บริษัทเครื่องดื่มชูกำลัง Red Bull ได้เปิดตัวการแข่งขัน Red Bull Cliff Diving World Series ที่ประเทศฝรั่งเศส ทำให้กีฬาประเภทนี้ กลายเป็นกีฬาอาชีพ และจัดการแข่งขันเป็นระบบลีก เพื่อสะสมคะแนน

กีฬากระโดดน้ำจากที่สูง หรือ High Diving ซึ่งแยกออกมาจากกีฬา Cliff Diving ได้รับการบรรจุ ให้เป็นหนึ่งในประเภทกีฬาของสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ และมีการแข่งขันในศึกชิงแชมป์โลก นับตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา หรือใครที่อยากดูบทความรีวิวกีฬาประเภทอื่นๆ สามารถคลิกเข้าไปดูได้ที่ กีฬาประหลาดจากทั่วโลก มีอะไรบ้าง

ทำไม Cliff Diving จึงได้รับความนิยมทั่วโลก?

Cliff Diving มาจากไหน

คำตอบก็คือ กีฬากระโดดหน้าผา ถือเป็นหนึ่งในกีฬาที่สร้างความตื่นเต้น ท้าทาย ซึ่งนักกีฬาจะต้องใช้ความกล้าหาญเป็นอย่างมาก ในการดิ่งพสุธาจากหน้าผาสูงชัน เพื่อลงไปยังผิวน้ำทะเล และกีฬาประเภทนี้ ผสมผสานอะดรีนาลีน ทิวทัศน์ธรรมชาติ จึงเป็นที่น่าสนใจ ของนักกีฬาที่ต้องการสร้างความท้าทายให้แก่ตนเอง

แต่ถึงอย่างนั้น กีฬาประเภทนี้ ค่อนข้างมีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก ซึ่งจะเป็นการกระโดดหน้าผาจริงๆ แบบที่ไม่มีการสวมอุปกรณ์ป้องกันใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ใช่แค่การเตรียมความกล้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่นักกีฬาจะต้องมีร่างกายแข็งแรง ต้องฝึกฝนเทคนิคการกระโดด หรือในบางครั้ง อาจจะต้องใช้ร่มชูชีพในการกระโดดด้วย (24 เมษายน 2021) [3]

ประโยชน์ของการเล่น Cliff Diving

  • สร้างความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อแกนกลาง เพราะการกระโดดหน้าผา จะต้องอาศัยกล้ามเนื้อแกนกลาง ในการเกร็งท่าทาง ก่อนที่จะลงสู่ผิวน้ำ
  • เพิ่มความยืดหยุ่น และช่วยในเรื่องของการทำงานแบบประสาน ระหว่างข้อต่อและกล้ามเนื้อ
  • เผาผลาญพลังงาน เพราะถือเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ และช่วยเสริมสร้างความทนทานของหัวใจ
  • สร้างความมั่นใจและการเอาชนะความกลัว
  • กีฬาประเภทนี้ จะต้องใช้สมาธิระดับสูง ในการจดจ่อกับจังหวะการกระโดด ซึ่งถือเป็นการฝึกฝนสมาธิได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ความตื่นเต้นที่เกิดจากความท้าทาย จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกาย หลั่งสารเอนเดอร์ฟิน และอะดรีนาลีนออกมา เพื่อช่วยลดความเครียด และสะสมความรู้สึกสะใจ หลังจากที่กระโดดหน้าผาสำเร็จ

สถิติที่น่าสนใจของกีฬา Cliff Diving

เริ่มต้นด้วยนักกีฬากระโดดหน้าผาชาย ที่ได้รับการยกย่อง ให้เป็นสุดยอดนักกีฬากระโดดหน้าผาที่เก่งที่สุด ได้แก่ แกรี่ ฮันท์ เขาคือผู้ที่ครอบครองรางวัลนักกีฬาแชมป์เวิลด์ซีรีส์มากที่สุด ตั้งแต่ปี 2009 ใน 14 ฤดูกาลแข่งขัน ชายคนนี้อายุ 40 ปี ที่สามารถสะสมแชมป์เวิลด์ซีรีส์ ที่ไม่มีใครสามารถเทียบได้

ไรแอนแนน อิฟฟ์แลนด์ เขาคือนักกีฬากระโดดหน้าผาหญิง วัย 33 ปี ที่สร้างสถิติกระโดดหน้าผา 49 ครั้ง และ เอเดน เฮสลอป เขาสร้างชื่อเสียงในรายการเวิลด์ซีรีส์ในปี 2022 โดยคว้าแชมป์รายการแรก ในฐานะนักกีฬาประจำเมืองบอสตัน เขาสร้างสถิติระดับความยากสูงสุด ในการแข่งขันที่ 6.2 ในปี 2024

บทส่งท้าย Cliff Diving มาจากไหน

สรุปได้ว่า กีฬาประเภทนี้ คือการกระโดดหน้าผาสูงชัน เพื่อลงไปในน้ำทะเล โดยเริ่มต้นจากการกระโดดหน้าผาในเกาะฮาวาย ซึ่งเป็นกิจกรรมที่พระราชา Kahekili II ให้เหล่าทหารของพระองค์ ทำการกระโดดหน้าผา เพื่อทดสอบความกล้าหาญ จนกลายเป็นกีฬาที่แข่งขันในระดับโลก มีการทำสถิติน่าทึ่งหลากหลายรายการแข่งขัน

Cliff Diving ต้องกระโดดจากความสูงเท่าไร?

คำตอบก็คือ สำหรับการกระโดดหน้าผาทั่วไป จะเริ่มกระโดดที่ความสูง 10-15 เมตร แต่ถ้าหากเป็นการแข่งขันระดับโลก จะกระโดดกันที่ความสูงประมาณ 20-27 เมตร ในอดีต มีนักกีฬากระโดดหน้าผา ได้สร้างสถิติการกระโดดที่ความสูง 58.8 เมตร เป็นฝีมือของนักกีฬา Laso Schaller

Cliff Diving มีในโอลิมปิกหรือไม่?

คำตอบก็คือ ยังไม่มีการบรรจุกีฬาประเภทนี้ ไว้ในรายการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก แม้ว่าจะเป็นกีฬาที่ได้มาตรฐานโอลิมปิกในฤดูร้อน ตั้งแต่ปี 1904 แต่จะเน้นการแข่งขันในสระว่ายน้ำ โดยกระโดดจากแท่นกระโดด ที่มีความสูงระดับมาตรฐาน 10 เมตร และกระโดดผ่านสปริงบอร์ด 3 เมตรเท่านั้น

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง