
เนื้อเรื่องเกม Pokemon Gen 3 เป็นอย่างไรบ้าง?
- ไข่น้อย
- 17 views

เนื้อเรื่องเกม Pokemon Gen 3 จะมีการดำเนินเรื่องราว ในภูมิภาคโฮเอ็น ที่ผู้เล่นได้รับบทเป็นเทรนเนอร์โปเกมอนหน้าใหม่ ที่ต้องออกเดินทางสะสมเข็มกลัดยิม และต้องขัดขวางแผนการร้าย ที่มีการใช้พลังของโปเกมอนในตำนาน เพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม จนนำไปสู่เหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ จากนั้นก็เอาชนะแชมเปี้ยนของภูมิภาคโฮเอ็น และเติมเต็มโปเกมอนให้ครบ
สำหรับเกมโปเกมอนเจน 3 นั้น เริ่มจำหน่ายเมื่อปี 2002 โดยช่วงแรกจะจำหน่ายสองเกมคู่กัน ซึ่งได้แก่ภาค Ruby และภาค Sapphire จากนั้นจึงมีการเปิดตัวเกมใหม่อย่างภาค Emerald เมื่อปี 2004 โดยจำหน่ายให้กับเครื่องเกม Boy Advance ในประเทศญี่ปุ่นให้ได้เล่นก่อน ซึ่งภาค Ruby และภาค Sapphire จำหน่ายนอกประเทศครั้งแรก เมื่อปี 2003 ส่วนภาค Emerald จำหน่ายนอกประเทศเมื่อปี 2005
โดยเรื่องราวในภาคนี้ จะเป็นการแยกออกจาก เนื้อเรื่องเกม Pokemon Gen 1 และเจนที่สอง เพราะผู้เล่นจะได้ดำเนินเรื่องราว ในภูมิภาคโฮเอ็น ซึ่งเป็นเกาะที่แยกตัวออกจากภูมิภาค Kanto และภูมิภาค Johto ทำให้ไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ สำหรับโปเกมอนในภาคนี้ จะมีการเพิ่มใหม่ถึง 135 ตัว ที่มีความแปลกใหม่มากขึ้น ทำให้จำนวนโปเกมอนทั้งหมด ตั้งแต่เกมเจนแรก รวมกันมากถึง 386 ตัว (25 มีนาคม 2026) [1]
สำหรับโปเกมอนคู่หูตัวแรก ในเกมโปเกมอนเจน 3 นั้น ก็จะเหมือนกับเกมเจนก่อนหน้า ที่ผู้เล่นสามารถเลือกได้ 1 ใน 3 ตัว ที่ในตัวเกมภาคนี้ จะมีโปเกมอนที่ชื่อว่า Treecko, Mudkip และ Torchic เป็นสัญลักษณ์ของภูมิภาคโฮเอ็น โดยแต่ละตัวก็จะสามารถวิวัฒนาการได้ และมีธาตุแตกต่างกัน (สืบค้นเมื่อ 3 พฤษภาคม 2026) [2] เริ่มต้นที่ Treecko โปเกมอนธาตุพืช ที่โดดเด่นด้านความเร็ว
ต่อมาจะเป็น Mudkip โปเกมอนธาตุน้ำ ที่เมื่อวิวัฒนาการจะได้ธาตุดินเพิ่มเข้ามา เพื่อทำให้มันแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และสุดท้าย Torchic จะเป็นโปเกมอนธาตุไฟ ที่มีพลังโจมตีรุนแรงมาก ซึ่งโปเกมอนทั้งสามตัวเริ่มต้นนี้ เป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้ผู้เล่น สามารถเล่นเกมในช่วงเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจ ก่อนจะได้พบกับความท้าทาย ที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อผู้เล่นเดินทางลึกเข้าไปในภูมิภาคโฮเอ็น
จากที่ได้เล่นเกมนี้มา เกมโปเกมอนเจนที่สามนั้น จะเปิดให้บริการทั้งหมด 3 ภาค โดยภาค Ruby และภาค Sapphire ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุด คือเรื่องราวของกลุ่มตัวร้าย และโปเกมอนในตำนานประจำภาค ที่ในภาค Ruby ผู้เล่นจะต้องรับมือกับ ทีมแม็กม่า เพื่อหยุดยั้งการปลุกโปเกมอนในตำนาน อย่าง Groudon และภาค Sapphire ก็จะเป็นการเผชิญหน้ากับทีมอควา และโปเกมอนในตำนาน Kyogre
ส่วนในตัวเกมโปเกมอนภาค Emerald จะเป็นภาคเสริมที่สมบูรณ์มากขึ้น เพราะมีการรวมเนื้อหาของทั้งสองภาคเข้าด้วยกัน โดยปรับเปลี่ยนให้ต้องรับมือกับ ทีมตัวร้ายทั้งสองทีมพร้อมกัน และยังมีการเพิ่มเนื้อเรื่องของ Rayquaza โปเกมอนในตำนานอีกหนึ่งตัว แถมมีการปรับปรุงระบบการเล่นหลายอย่าง และมีการเปลี่ยนตัวแชมเปี้ยนจาก Steven มาเป็น Wallace แทนภาค Ruby และภาค Sapphire

โปเกมอนในตำนาน ของเกมเจนที่สามนั้น จะมีทั้งหมดสิบตัว ซึ่งก็จะมี Groudon, Kyogre, Regice, Regirock, Registeel, Rayquaza, Latios, Latias, Jirachi และ Deoxys ที่แต่ละตัวจะมีธาตุ และความสามารถแตกต่างกัน โดย Groudon กับ Kyogre ที่จัดว่าเป็นภัยคุกคามที่อาจนำไปสู่หายนะ ต่อมา Regice, Regirock และ Registeel เป็นโปเกมอนในตำนานที่หาได้ยากที่สุด เพราะต้องไขปริศนา เพื่อจับพวกมัน
ต่อมาก็จะเป็น Registeel จะเป็นโปเกมอนในตำนาน ที่มีพลังสูงสุดในโปเกมอนประเภทมังกร และประเภทบินทั้งหมด ตามด้วย Latios กับ Latias เป็นโปเกมอนในตำนานสายพันธุ์เดียวกัน ซึ่ง Latios จะเป็นตัวผู้ ส่วน Latias จะเป็นตัวเมีย Jirachi โปเกมอนที่สามารถให้พรสามข้อ และสุดท้าย Deoxys โปเกมอนจากนอกโลก ที่สามารถเปลี่ยนร่างได้ 4 รูปแบบ (21 พฤศจิกายน 2025) [3]
เป็นเรื่องจริง เพราะในเกมโปเกมอนเจนที่ 3 มีการออกแบบให้โปเกมอนหลายตัวมีสองธาตุ เพื่อเพิ่มความหลากหลายในการวางกลยุทธ์ และการแพ้ทางที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น อย่างโปเกมอนเริ่มต้นที่ชื่อว่า Mudkip ที่เมื่อวิวัฒนาการจะมีธาตุน้ำ และดินควบคู่กัน ซึ่งช่วยลบจุดอ่อนบางธาตุได้อย่างดีเยี่ยม แถมยังทำให้โปเกมอนสามารถเรียนรู้ท่าต่าง ๆ ได้หลากหลายยิ่งขึ้น
ซึ่งการที่เพิ่มโปเกมอนบางตัวให้มีสองธาตุ จะช่วยเพิ่มท้าทายให้แก่ผู้เล่นได้อย่างมาก เพราะในเรื่องของการจัดทีมโปเกมอน ผู้เล่นจะต้องรับมือกับความได้เปรียบ และเสียเปรียบ ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ซึ่งต้องอาศัยการวิเคราะห์คุณสมบัติของธาตุผสมเหล่านั้น เพื่อดึงศักยภาพที่แท้จริงของโปเกมอนออกมา โดยเฉพาะการเลือกใช้ท่าโจมตีให้ชนะทาง เพื่อสร้างความได้เปรียบ
ในเกมเจนนี้ ถูกถอดระบบกลางวัน และกลางคืนออกไป แต่ในความเป็นจริงนั้น ระบบเวลายังคงทำงานอยู่เบื้องหลังผ่านนาฬิกาภายในตลับเกม เพื่อควบคุมเหตุการณ์เฉพาะ อย่างการงอกของผลเบอร์รี่ การขึ้นลงของน้ำทะเลในถ้ำ หรือการวิวัฒนาการของโปเกมอนบางสายพันธุ์ ที่จะเกิดขึ้นตามช่วงเวลา ที่มีการกำหนดเอาไว้ เพียงแต่ตัวเกมจะไม่แสดงกลางวัน และกลางคืนให้เห็น
ซึ่งมันทำให้โลกภายในเกมเจนนี้ มีความคงที่ตลอดการเดินทาง เพราะตัวเกมอยากที่จะเสนอความสวยงาม และความสดใส ของสภาพแวดล้อมในภูมิภาคโฮเอ็นให้ดูโดดเด่น ทำให้ผู้เล่นโฟกัสกับเนื้อหา และการสำรวจพื้นที่ได้อย่างเต็มอิ่ม เพราะไม่ต้องไปกังวลเรื่องของ ข้อจำกัดด้านเวลาในการตามหาโปเกมอนบางชนิด ที่เคยปรากฏตัวเฉพาะช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ทำให้ผู้เล่นมีอิสระมากขึ้น
โดยสรุปแล้ว การเดินทางผ่านเนื้อเรื่อง ภายในเกมโปเกมอนเจนที่ 3 เป็นการพิสูจน์ฝีมือ เพื่อก้าวสู่ตำแหน่งแชมเปี้ยน ผ่านการผจญภัยที่เต็มไปด้วย การต่อสู้กับเหล่าเทรนเนอร์ และโปเกมอนป่า แถมยังต้องรับมือกับกลุ่มตัวร้าย ที่ในคราวนี้ไม่ใช้แก๊งร็อคเก็ตอีกด้วย แต่เป็นตัวร้ายที่มีอุดมการณ์สุดโต่ง แต่การเล่นโดยรวมแล้ว ก็ถือว่ายังคงเหมือนกับตัวเกมเจนก่อนหน้า
ตลับเกมโปเกมอนเจน 3 ในปัจจุบันนี้ ยังสามารถหาซื้อได้ตามแหล่งขายสินค้าออนไลน์ และร้านเกมย้อนยุคทั่วไป แต่เนื่องจากมันเป็นเกมเก่า ตลับแท้จึงมีราคาแพง และหาซื้อได้ยากมาก ส่วนตลับปลอมที่มีจำหน่าย ราคาก็อาจจะต่ำลงเยอะมาก แต่ก็แลกกับคุณภาพ เพราะอาจจะเจอกับตลับเกมที่มีปัญหา
สามารถโหมดเล่นเกมโปเกมอนเจน 3 จากเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อย่างแน่นอน แต่จะต้องใช้โปรแกรมจำลองเครื่องเกมที่รองรับเพื่อเข้าเล่นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่เรื่องที่ถูกกฎหมาย เพราะมันไม่ใช่ตลับเกมแท้ ซึ่งเป็นเพียงแค่ข้อมูลตัวเกม ที่นำมาเปิดบนโปรแกรมจำลองเครื่องเกมเท่านั้น แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่า มันได้รับความนิยมอย่างมาก สำหรับใครที่ไม่อยากเสียเงิน

