
ไขข้อสงสัยว่า เจ้าภาพ ได้ประโยชน์อะไรจาก บอลโลก
- Chono
- 31 views

เจ้าภาพ ได้ประโยชน์อะไรจาก บอลโลก คำตอบก็คือ เป็นการกระตุ้นระบบเศรษฐกิจ ภายในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่ จะได้มาจากนักท่องเที่ยว รวมไปถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ที่เป็นการโปรโมทผ่านสื่อระดับโลก จะทำให้ประเทศที่ได้เป็นเจ้าภาพ กลายเป็นภาพที่น่าจดจำ และส่งผลการท่องเที่ยวในระยะยาว
สำหรับฟุตบอลโลกในปี 2026 ที่มีประเทศเจ้าภาพร่วมกันจัดงานกว่า 3 ประเทศ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจ ผ่านการขับเคลื่อนเม็ดเงิน ที่หมุนเวียนในระบบ ในช่วงระยะเวลาอันสั้น โดยเฉพาะการสร้างรายได้มหาศาล ในภาคธุรกิจการท่องเที่ยว การให้บริการ และการใช้จ่ายของเหล่าบรรดาแฟนบอล
บอลโลก 2026 สร้างรายได้ให้เจ้าภาพเท่าไร จากการศึกษาของ OpenEconomics ซึ่งได้เผยแพร่ผ่านองค์กร FIFA และองค์การการค้าโลก (WTO) ระบุว่าฟุตบอลโลกในปี 2026 อาจสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ให้กับประเทศสหรัฐอเมริกา ประมาณ 17,200 ล้านดอลลาร์ และยังมีการสนับสนุนการจ้างงานประมาณ 185,000 ตำแหน่ง
ซึ่งการแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งนี้ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน ไปจนถึงวันที่ 19 กรกฎาคม 2026 โดยมีสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน และถือเป็นการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรก ที่มีจำนวนทีมฟุตบอลมากถึง 48 ทีม และมีจำนวนแมตช์การแข่งขันทั้งหมด 104 แมตช์ด้วยกัน (18 มิถุนายน 2026) [1]
รายได้จากการท่องเที่ยว และการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว ในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลกปี 2026 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ และนับเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งมีการคาดการณ์เอาไว้ว่า สามารถดึงดูดผู้ชมได้ประมาณ 6.5 ล้านคน รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประมาณ 2.6 ล้านคน
จากการประเมินมูลค่า GDP ในภูมิภาคอเมริกาเหนือ ประมาณ 9-9.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงระยะเวลาแข่งขัน 6 สัปดาห์ ซึ่งได้รับแรงขับเคลื่อนหลัก มาจากการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว ที่ครอบคลุมทั้งที่พักอาศัย ร้านอาหาร ความบันเทิง และการเดินทาง ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ธุรกิจการโรงแรม มีอัตราการเข้าพักสูงถึง 90-95%
แม้ว่าจำนวนเงินจะค่อนข้างเยอะ แต่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาคในภาพรวม ยังคงมีข้อจำกัด โดยคาดว่า GDP ของสหรัฐอเมริกา จะเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 0.1% ในขณะที่ประเทศเม็กซิโก เพิ่มขึ้นประมาณ 0.3% และประเทศแคนาดา เพิ่มขึ้นประมาณ 0.2% ซึ่งสะท้อนให้เห็นแรงกระตุ้นระบบเศรษฐกิจในระยะสั้น (17 มิถุนายน 2026) [2]
ในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก 2026 การสร้างงานและการลงทุนภายในประเทศ จะเน้นไปที่การขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจระยะสั้น และการกระตุ้นผู้บริโภค สำหรับประเทศไทย มีจำนวนเม็ดเงินสะพัดกว่า 68,600 ล้านบาท ผ่านการลงทุน และการจ้างงานในภาคบริการ การท่องเที่ยว ร้านอาหาร และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสื่อโฆษณา
ซึ่งการสร้างงาน และการลงทุนหลักๆ ในประเทศไทย ช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก จะช่วยกระตุ้นการบริโภค และการค้าปลีก ส่งผลให้เกิดการจ้างงานในระยะเวลาอันสั้น การลงทุนด้านการโฆษณา โดยแบรนด์สินค้าต่างๆ จะลงทุนด้วยงบประมาณมหาศาล ไปกับการทำการตลาด เพื่อดึงดูดความต้องการของผู้บริโภค
ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว และการให้บริการ โดยผู้ประกอบการร้านอาหาร บาร์ และโรงแรม จะมีการลงทุนปรับโครงสร้าง ปรับปรุงสถานที่ เพื่อจัดกิจกรรมถ่ายทอดสด ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขาย และสร้างการจ้างงานเพิ่มเติมในภาคบริการ แต่ในทางตรงกันข้าม ธุรกิจผิดกฎหมาย พนันออนไลน์ ก็ก่อให้เกิดปัญหาหนี้สินเช่นกัน

คำตอบก็คือ การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศ ผ่านการสื่อสารระดับสากล โดยเปลี่ยนสถานะประเทศ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง สร้างความน่าเชื่อถือ ต่อสายตาของผู้คนทั่วโลก ดึงดูดการท่องเที่ยว กระตุ้นการลงทุน และยังเป็นการเบี่ยงเบนประเด็นปัญหาทางการเมือง
ตัวอย่างประโยชน์ภาพลักษณ์ของประเทศเจ้าภาพ
การประชาสัมพันธ์ประเทศสู่สายตาผู้คนทั่วโลก ในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลกปี 2026 ผ่านการโปรโมทโฆษณา หรือการเป็นสปอนเซอร์ตามสนามแข่งขัน การจัดกิจกรรมแฟนโซน ในเมืองหลวงของประเทศเจ้าภาพ และการโปรโมทผ่านสื่อดิจิทัล ร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ระดับโลก รวมถึงการถ่ายทอดสดผ่านผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการ
ก่อนหน้านี้ ประเทศไทยยังคงติดปัญหา ในเรื่องของการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 เพราะหากไม่มีการถ่ายทอดสด จำนวนตัวเลขเงินสะพัด เพื่อกระตุ้นระบบเศรษฐกิจ อาจร่วงลงเหลือเพียง 57,660 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงฟุตบอลยูโร 2024 ที่มีส่วนต่างอย่างเห็นได้ชัด เกือบ 11,000 ล้านบาท
แต่ในวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ทางบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ได้ทำการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 และฟุตบอลโลกปี 2030 ในราคา 70 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2,300 ล้านบาท และยังมีการยืนยันความคุ้มทุนในระยะยาว (11 มิถุนายน 2026) [3]
ซึ่งการแข่งขันฟุตบอลโลก ไม่ใช่เพียงแค่การรับชมการแข่งขันฟุตบอลเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ ที่ช่วยยกระดับความเชื่อมั่น และดึงดูดการลงทุนระหว่างประเทศ ผ่านการโปรโมทภาพลักษณ์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ
สรุปแล้ว การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก จะได้รับผลประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น การกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการสร้างภาพลักษณ์ระดับโลก ซึ่งนอกจากจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว ยังช่วยดึงดูดนักลงทุนในระยะยาวอีกด้วย
หากมองในเรื่องของจำนวนเม็ดเงิน ที่อาจจะได้รับกลับมา การเป็นประเทศเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก ถือว่าไม่คุ้มค่าในแง่ของเม็ดเงิน เมื่อเทียบกับงบประมาณมหาศาล ที่ต้องใช้ในการลงทุน ถึงแม้จะช่วยสร้างรายได้ในช่วงเวลาอันสั้น แต่ต้นทุนในการสร้างสนามกีฬา การปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐาน มักจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายรับ
การแข่งขันฟุตบอลโลกตั้งแต่อดีต มาจนถึงปัจจุบัน ประเทศเจ้าภาพที่ประสบความสำเร็จ ในการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก ได้แก่ ประเทศอุรุกวัย ที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในปี 1930 หรือประเทศเม็กซิโก ที่คุ้มค่าทางระบบเศรษฐกิจการท่องเที่ยว เพราะสามารถจัดการแข่งขันได้ทั้งหมด 3 สมัย

