เทียบให้ชัด วิ่งตอนเช้ากับตอนเย็น ต่างกันยังไง ?

วิ่งตอนเช้ากับตอนเย็น ต่างกันยังไง

ข้อมูลเปรียบเทียบ วิ่งตอนเช้ากับตอนเย็น ต่างกันยังไง ในกลุ่มนักวิ่งสุขภาพนั้น ถือเป็นข้อสำคัญ เพราะแม้จะสามารถวิ่งได้ทั้งเช้าและเย็น แต่ร่างกายของเรานั้น จะตอบสนองต่อการออกกำลังกาย ในแต่ละช่วงเวลาไม่เหมือนกัน ดังนั้น การเลือกเวลาวิ่งที่เหมาะสม ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเทคนิคดีๆ เพื่อสุขภาพที่ไม่ควรมองข้ามนั่นเอง

ข้อดีและข้อเสียการวิ่งตอนเช้า เวลาฮิตกลุ่มคนตื่นเช้า

วิ่งตอนเช้ากับตอนเย็น ต่างกันยังไง

สำหรับกลุ่มคนตื่นเช้า การเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการวิ่ง คือวิธีปลุกร่างกาย ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ในทางสรีรวิทยา ซึ่งช่วงก่อนการทานอาหารเช้า เป็นช่วงที่ร่างกาย เริ่มหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ทำให้เราตื่นตัว และพร้อมดึงพลังงานมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และจะล้อไปกับ “นาฬิกาชีวิต”

ข้อดีของการวิ่งตอนเช้ามีอะไรบ้าง

  • เบิร์นไขมันมากกว่า 20%:

งานวิจัยจาก Northumbria University พบว่าการวิ่งตอนเช้าแบบท้องว่าง ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันสะสม มาใช้เป็นพลังงาน ได้มากกว่าการวิ่งหลังมื้ออาหาร สูงสุดถึง 20% โดยไม่ได้ทำให้หิวโซเพิ่มขึ้นในระหว่างวัน (24 มกราคม 2013) [1]

  • ลดความดันโลหิตได้ดีกว่า:

เพราะช่วยยับยั้งฮอร์โมนความเครียด ที่พุ่งสูงหลังตื่นนอน ทำให้หลอดเลือดขยายตัว และยืดหยุ่นตั้งแต่เริ่มวัน ส่งผลให้ความดันโลหิตลดลงยาวนานตลอดทั้งวัน ช่วยให้หัวใจทำงานเบาลง นอนหลับสนิทขึ้น และลดความเสี่ยง ต่อภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • เพิ่มการเผาผลาญหลังวิ่ง (EPOC):

การวิ่งตอนเช้าเพิ่มการเผาผลาญ หลังวิ่งผ่านกลไก EPOC ที่ร่างกายต้องใช้พลังงาน และออกซิเจนมากกว่าปกติ ซึ่งสภาวะท้องว่าง และระดับฮอร์โมนที่พุ่งสูงในตอนเช้า จะยิ่งกระตุ้นให้กลไกนี้ ดึงไขมันสะสมมาเผาผลาญต่อเนื่อง ยาวนานไปอีก 12–24 ชั่วโมง เสมือนเครื่องยนต์ที่ยังร้อนแม้จะดับเครื่องไปแล้ว

  • ลดความเสี่ยงโรคเบาหวานประเภท 2:

ผลวิจัยเผยว่า การวิ่งตอนเช้าก่อนกินอาหารมื้อแรก ช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลิน ร่างกายจึงจัดการกับน้ำตาลได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และ 45% ที่สามารถลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 นี้ได้ (18 มกราคม 2023) [2]

ข้อเสียของการวิ่งตอนเช้า

  • อุณหภูมิร่างกายต่ำสุด (เสี่ยงบาดเจ็บ): 

ในช่วงเช้าตื่นนอน (ประมาณ 05:00 – 06:00 น.) อุณหภูมิแกนกลางของร่างกาย จะอยู่ในระดับต่ำสุดรอบวัน ส่งผลให้กล้ามเนื้อมีความตึงตัวสูงและข้อต่อยึดเกาะแน่น หากไม่วอร์มอัพอย่างน้อย 10 – 15 นาที จะมีโอกาสเสี่ยงบาดเจ็บกล้ามเนื้อฉีกขาดสูงขึ้น

  • ประสิทธิภาพปอดต่ำกว่าช่วงเย็น: 

จากสถิติทางชีววิทยา ฟังก์ชันการทำงานของปอด และระบบทางเดินหายใจ ในช่วงเช้าตรู่จะทำงานได้น้อยกว่าช่วงเย็น (16:00 – 18:00 น.) ทำให้รู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าเมื่อต้องวิ่งที่ความเร็วเท่ากัน

  • พลังงานสำรองลดลง: 

ในตอนเช้า ระดับไกลโคเจนในตับจะลดลงไปมาก จากการใช้งานในระบบสมองและร่างกายขณะนอนหลับ ทำให้พละกำลังในการวิ่งสปีด ลดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับตอนเย็นที่มีพลังงานเต็มถัง

ข้อดีและข้อเสียการวิ่งตอนเย็น เวลาฮิตของกลุ่มทำงาน

วิ่งตอนเช้ากับตอนเย็น ต่างกันยังไง

หลังจากนั่งหลังขดหลังแข็ง เผชิญความเครียดหน้าจอคอมพิวเตอร์มาเสร็จสิ้น ตลอด 8 ชั่วโมง การออกไป “วิ่งตอนเย็น” ถือเป็นช่วงเวลาสลัดความล้า และรีเซ็ตสมองยอดฮิตของคนทำงาน แต่การเปลี่ยนพลังงาน ที่เหลืออันน้อยนิด มาลงที่รองเท้าวิ่งในเวลานี้ จะส่งผลดี หรือผลเสียต่อร่างกายของชาวออฟฟิศอย่างไรบ้าง

ข้อดีของการวิ่งตอนเย็น

  • สมรรถภาพร่างกายสูงสุด: 

ช่วงเวลา 16:00 – 18:00 น. อุณหภูมิร่างกายและฟังก์ชันปอด จะทำงานได้ดีที่สุดเพิ่มขึ้น ทำให้วิ่งอึดและทำความเร็วได้ดี

  • เสี่ยงบาดเจ็บน้อยกว่า: 

กล้ามเนื้อและข้อต่อ มีความยืดหยุ่นสูง เนื่องจากขยับเขยื้อนมาตลอดทั้งวัน จึงไม่ตึงตัวเหมือนช่วงเช้า

  • ปลดปล่อยความเครียด: 

ช่วยหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน และระบายความเครียดสะสม จากการทำงานหรือเรียนหนังสือมาตลอดทั้งวัน

ข้อเสียของการวิ่งตอนเย็น

  • รบกวนการนอนหลับ:

การวิ่งหนักใกล้เวลาเข้านอน น้อยกว่า 2 ชั่วโมง จะกระตุ้นให้อะดรีนาลีนพุ่งสูง และตัวร้อนจนทำให้นอนไม่หลับ

  • ทำได้สม่ำเสมอยากกว่า: 

มักมีปัจจัยแทรกแซง เช่น อาการเหนื่อยล้าสะสมจากงาน งานด่วนติดพัน หรือการนัดหมายสังสรรค์ตอนเย็น

  • มลพิษหนาแน่น:

ในช่วงเวลาเร่งด่วน (Rush Hour) มักจะมีมลพิษ แก็สคาร์บอน และฝุ่นควันบนท้องถนนสะสมหนาแน่นที่สุดในรอบวัน

เทียบข้อมูล วิ่งตอนเช้า vs วิ่งตอนเย็น ต่างกันยังไง?

แท้จริงแล้วการวิ่งเพื่อสุขภาพนั้น สามารถทำได้ได้ทั้งเช้าและเย็น แต่ตอบสนองของร่างกาย ต่อการออกกำลังกาย และยังจะต้องล้อไปกับนาฬิกาชีวิต เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งสามารถอ่านงานวิจัยต่างๆ ของวารสาร Open Heart ที่พูดถึงการออกกำลังกาย กับนาฬิกาชีวิตได้ที่ BBC

การออกกำลังกายในช่วงเช้า

  • เป้าหมายหลัก: เน้นลดไขมัน เร่งเผาผลาญ คุมน้ำหนัก
  • พลังงานและกล้ามเนื้อ: เน้นลดไขมัน เร่งเผาผลาญ คุมน้ำหนัก
  • สภาพแวดล้อม: อากาศสดชื่น มลพิษน้อย
  • การกินอาหาร: วิ่งท้องว่าง (เน้นโซนเบา) หรือทานมื้อรองก่อน 30 นาที
  • ผลต่อการนอนหลับ: ช่วยให้หลับสนิทในตอนกลางคืน

การออกกำลังกายในช่วงเย็น

  • เป้าหมายหลักเน้นพัฒนาความเร็ว: สร้างกล้ามเนื้อ คลายเครียด
  • พลังงานและกล้ามเนื้อ: พลังงานเต็มถังกล้ามเนื้อยืดหยุ่นพร้อมใช้งาน
  • สภาพแวดล้อม: มีมลพิษสะสมบนท้องถนนค่อนข้างสูง
  • การกินอาหาร: วิ่งหลังมื้ออาหารหลักอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
  • ผลต่อการนอนหลับ: หากวิ่งดึกเกินไป อาจทำให้นอนไม่หลับ

สรุป วิ่งตอนเช้า หรือวิ่งตอนเย็น แบบไหนดีกว่ากัน

สรุปคือ ไม่มีเวลาไหนที่ดีกว่าอีกเวลาแบบตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับเป้าหมายและร่างกายของแต่ละคน

  • เลือกวิ่งตอนเช้า หากเป้าหมายของคุณคือ การลดน้ำหนัก ลดไขมันสะสม และต้องการสร้างวินัยโดยไม่มีเรื่องงานมา
  • เลือกวิ่งตอนเย็น หากเป้าหมายของคุณคือ การเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกาย (วิ่งอึด/วิ่งไว) ต้องการคลายเครียดจากการทำงาน และมีเวลานอนดึกได้เล็กน้อยควรวิ่งให้เสร็จก่อนเข้านอนอย่างน้อย 2–4 ชั่วโมง
Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง