
ชวนไขข้อสงสัย ลูกฟุตบอลบอลโลก 2026 มีเซนเซอร์ไหม
- Blackcat
- 12 views

ลูกฟุตบอลบอลโลก 2026 มีเซนเซอร์ไหม ลูกฟุตบอลอย่างเป็นทางการ “Trionda” มีเซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว (IMU) ฝังอยู่ภายในตัวบอล โดยจะส่งข้อมูลดิบ 500 ครั้งต่อวินาทีไปที่ระบบ VAR เพื่อจับจังหวะการสัมผัสบอลที่แม่นยำ สำหรับการเช็กตำแหน่งล้ำหน้าทันที

มีการฝังชิปเทคโนโลยี Connected Ball (เซนเซอร์ IMU) ใต้ผิวลูกบอลจริง โดยจะคอยส่งข้อมูลตรวจจับการเคลื่อนไหวและการสัมผัสความถี่ 500 เฮิรตซ์ ส่งตรงเข้าระบบ VAR เพื่อช่วยตัดสินจังหวะล้ำหน้าและแฮนด์บอลแบบเรียลไทม์ได้อย่างแม่นยำ หากอยากเห็นภาพโครงสร้าง และการทำงาน
ของนวัตกรรมภายในลูกฟุตบอลนี้เพิ่มเติม สามารถรับชมสรุปสั้น ๆ ได้ที่วิดีโอ “บอลโลก 2026” เปิดตัวลูกบอลชาร์จแบต “Adidas TRIONDA” ซึ่งอธิบายเกี่ยวกับระบบจัดส่งข้อมูลความเร็วสูง ที่นำมาช่วยสนับสนุนการตัดสินการแข่งขันในทัวร์นาเมนต์นี้ได้ที่ Youtube
เรียกว่า Connected Ball Technology เทคโนโลยีลูกฟุตบอลอัจฉริยะ ซึ่งนวัตกรรมที่ถูกบรรจุอยู่ภายในลูกฟุตบอลอย่างเป็นทางการที่มีชื่อว่า “Adidas Trionda” ของการแข่งขันฟุตบอลโลก FIFA ปี 2026 ซึ่งเป็นการจับมือกันพัฒนาระหว่างแบรนด์กีฬาชื่อดังอย่าง Adidas และบริษัท Kinexon
ผู้นำด้านเครือข่ายเซนเซอร์ และการคำนวณจากเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ระหว่างปี 2020 ถึง 2022 ได้มีการทดสอบใช้ลูกบอลในสนามกีฬาหลายต่อหลายครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ได้รับนั้นถูกต้อง รวมถึงการทำงานร่วมกับระบบ VAR นั้นราบรื่นหรือไม่ ซึ่งทุกครั้ง FIFA จะดำเนินการทดสอบ
และขั้นตอนต่าง ๆ อย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าลูกบอล สามารถทำงานได้อย่างเหมาะสม และช่วยให้การตัดสินของกรรมการ มีความแม่นยำมากขึ้นระหว่างการแข่งขัน (1994-2026) [1]
การออกแบบ Adidas Trionda
Adidas Trionda เปิดตัวเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2025 โดยโทนสีและสัญลักษณ์บนลูกบอลนั้น ได้รับแรงบันดาลใจ มาจากสัญลักษณ์ของสามประเทศ ได้แก่ สีน้ำเงินที่มีดาวห้าแฉกมาจากสหรัฐอเมริกา สีเขียวที่มีหัวนกอินทรีสีทองมาจากเม็กซิโก และสีแดงที่มีใบเมเปิลมาจากแคนาดา
และลูกฟุตบอลนี้ประกอบขึ้นจากแผงโพลียูรีเทน ที่เชื่อมติดกันด้วยความร้อน 4 แผงโดยใช้การเชื่อมด้วยความร้อน โดยบนพื้นผิวของลูกบอลมี ลวดลาย นูนต่ำทั้งแบบมาโครและไมโคร ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงเสถียรภาพในการลอยตัว การเลี้ยว และการยึดเกาะของลูกบอลในสภาพเปีย (29 มิถุนายน 2026) [2]
หัวใจสำคัญของระบบนี้ คือชิปเซนเซอร์วัดความเฉื่อยที่เรียกว่า IMU (Inertial Measurement Unit) เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่วัด และรายงานแรงเฉพาะอัตราเชิงมุม (15 มิถุนายน 2026) [3] ซึ่งประกอบไปด้วยตัววัดความเร่ง และตัววัดความเร็วเชิงมุม มีความสามารถในการบันทึก
และส่งข้อมูลการเคลื่อนไหวในมิติ 3D ตลอดจนแรงกระทบ ในระดับความถี่สูงถึง 500 เฮิรตซ์ (Hz) หรือแปลความหมายง่าย ๆ คือ ชิปนี้จะส่งข้อมูลสถิติของลูกบอล ออกไปสู่ระบบส่วนกลางถึง 500 ครั้งต่อวินาที (ทุก ๆ 2 มิลลิวินาที) ทำให้ไม่มีการสัมผัสหรือการเคลื่อนที่ใด ๆ ของลูกบอลหลุดรอดสายตาไปได้เลย

เซนเซอร์นี้ช่วยยกระดับยุติธรรมของเกมการแข่งขัน ด้วยการเชื่อมข้อมูลการสัมผัสบอล และตำแหน่งผู้เล่นแบบเรียลไทม์ ทำให้ห้อง VAR ตัดสินจังหวะล้ำหน้า แฮนด์บอล หรือลูกข้ามเส้นประตูได้เสร็จสิ้นภายในไม่กี่วินาที ช่วยลดการหยุดชะงัก และเพิ่มความต่อเนื่องให้แมตช์การแข่งขัน
เดิมทีผู้ตัดสินในห้อง VAR ต้องมานั่งกดหยุดวิดีโอ เพื่อหาเฟรมที่บอลออกจากเท้า และลากเส้นสีน้ำเงินสีแดงเองด้วยมือ จนเกมต้องหยุดชะงักเป็นนาที ๆ ระบบเซนเซอร์นี้ จึงเข้ามาเปลี่ยนให้การตัดสินล้ำหน้ามีความแม่นยำระดับมิลลิเมตร คมชัด และรวดเร็วขึ้นอย่างมาก
ด้วยความละเอียดของเซนเซอร์กราฟวัดแรงกระแทก (คล้ายเครื่องตรวจจับแผ่นดินไหวขนาดจิ๋ว) ส่งผลให้เมื่อใดก็ตามที่มีวัตถุมาสัมผัสผิวบอล กราฟก็จะแสดงคลื่นความถี่ขึ้นมาทันที ส่งผลให้หน้าจอ VAR สามารถแยกแยะได้ชัดเจนว่า บอลโดนมือ โดนหน้าอก หรือแค่เฉี่ยวปลายผมของผู้เล่น
แม้จะเป็นการสัมผัสที่บางเบาจนกล้องระดับ 4K มองไม่ชัดเจนก็ตาม เคสตัวอย่างในอดีต เทคโนโลยี Connected Ball นี้เคยพิสูจน์ความแม่นยำมาแล้วในศึกยูโร โดยสกัดกั้นประตูที่เป็นปัญหาจากจังหวะแฮนด์บอลบางเบา รวมถึงในฟุตบอลโลกในปี 2022 ที่จัดขึ้นใน กาตาร์
ซึ่งข้อมูลจากเซนเซอร์ในลูกบอล Al Rihla แสดงกราฟที่นิ่งสนิทจนพิสูจน์ได้ว่า คริสเตียโน โรนัลโด ไม่ได้โหม่งโดนลูกบอลในจังหวะทำประตู ส่งผลให้เครดิตประตูนั้นตกเป็นของเพื่อนร่วมทีมแทน
ลูกฟุตบอลโลก 2026 “Adidas Trionda” มีการฝังเซนเซอร์ IMU ความถี่ 500 เฮิรตซ์ เพื่อส่งข้อมูลตรงเข้าระบบ VAR ในการช่วยตัดสินจังหวะล้ำหน้า และแฮนด์บอลได้อย่าง แม่นยำ รวดเร็ว แบบเรียลไทม์
ต้องชาร์จก่อนการแข่งขัน เพราะชิปและระบบส่งสัญญาณภายในต้องการพลังงาน โดยภายในจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็ก ที่ชาร์จไฟผ่านระบบไร้สายแบบเหนี่ยวนำ ก่อนการแข่งขันทุกแมตช์เจ้าหน้าที่จะต้องนำลูกบอลไปวางบนแท่นชาร์จเฉพาะ เพื่อให้พลังงานเต็มเปี่ยมพร้อมใช้งานตลอด 90 นาทีหรือรวมช่วงต่อเวลาพิเศษ
คำตอบคือ ไม่เลย แม้ว่าลูกบอล Trionda ตัวท็อปที่ใช้แข่งจริงจะมีราคาสูง แต่ตัวชิปเซนเซอร์นั้นมีน้ำหนักเบามากในระดับกรัม และในรุ่นปี 2026 นี้ มีการออกแบบจัดวางตำแหน่งชิปไว้ด้านข้าง ร่วมกับชั้นโฟมโพลียูรีเทนอย่างสมดุล ที่ผ่านการทดสอบมาแล้ว ซึ่งนักฟุตบอลระดับโลกต่างยืนยันว่าวิถีบอล น้ำหนัก การกระดอน และผิวสัมผัส ไม่มีความแตกต่างจากลูกฟุตบอลระดับพรีเมียมทั่วไปเลยแม้แต่น้อย

