รีวิวเกม Pokemon Platinum ใช่ภาคปรับปรุงไหม?

รีวิวเกม Pokemon Platinum

รีวิวเกม Pokemon Platinum คำตอบคือใช่แล้ว เพราะเป็นภาคปรับปรุงของเกมโปเกมอนภาค Diamond และ Pearl ที่มีความสมบูรณ์แบบที่สุด เพราะการปรับปรุงระบบการเล่นให้รวดเร็ว และลื่นไหลยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีการขยายเนื้อเรื่องให้เข้มข้นน่าติดตาม ด้วยการเพิ่มเรื่องของโลกคู่ขนาน ที่ช่วยเพิ่มความท้าทายให้แก่ผู้เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม และถือว่าเป็นภาคที่แฟนเกมไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

  • เกม Pokemon Platinum จำหน่ายเมื่อไหร่?
  • โปเกมอน Platinum การเล่นเป็นแบบไหน?
  • ในภาค Platinum มีโปเกมอนที่หายไป

เกม Pokemon Platinum เริ่มจำหน่ายเมื่อไหร่?

เกมโปเกมอนภาคที่กล่าวถึงนี้ คือการ รีวิวเกม Pokemon Gen 4 เริ่มจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นก่อน เมื่อปี 2008 ก่อนที่จะปล่อยจำหน่ายทั่วโลก เมื่อปี 2009 ที่นักวิจารณ์ต่างชื่นชมว่า เป็นหนึ่งในเกมโปเกมอนที่ดีที่สุด แถมยังได้รับการจัดอันดับจาก IGN โดยจัดอันดับให้เกมโปเกมอนภาค Platinum ติดอันดับที่ 9 ในรายชื่อของเครื่องเกม Nintendo DS และเสนอให้เป็นหนึ่งในเกม RPG DS ที่ดีที่สุดของปี 2009

ส่วนเรื่องของยอดขาย เกมนี้มียอดขายจากทั่วโลก มากถึง 7.06 ล้านชุด ซึ่งเป็นข้อมูลจากวันที่ 31 มีนาคม 2010 อย่างไรก็ตาม เกมนี้เป็นเกมปรับปรุงของภาค Diamond และ Pearl ที่วางจำหน่ายก่อนหน้า ตั้งแต่ปี 2006 (25 พฤษภาคม 2026) [1] ซึ่งการมาของภาค Platinum สามารถช่วยแก้ไขจุดบกพร่อง แถมยังมีการเพิ่มเรื่องราว และลูกเล่นใหม่ ๆ ภายในตัวเกม ที่จะทำให้ผู้เล่นตื่นตาตื่นใจ

เกมโปเกมอน Platinum การเล่นเป็นแบบไหน?

การเล่นของเกมนี้ ก็จะเหมือนกับตัวเกมก่อน ๆ ที่วางจำหน่าย แต่การดำเนินเรื่องราวส่วนใหญ่ในเกมนี้ จะมีความคล้ายกับภาค Diamond และ Pearl แต่มีการเปลี่ยนแปลงบางจุด อย่างจุดเริ่มต้นนั้น ก็แตกต่างจากตัวเกมในเจนเดียวกันเล็กน้อย เพราะในภาคนี้ ผู้เล่นจะได้พบกับศาสตราจารย์โรวัน และผู้ช่วย ก่อนที่จะถึงทะเลสาบ จากนั้นเขาก็จะให้เลือกโปเกมอนเริ่มต้น ที่จะต้องเลือกหนึ่งในสามตัว

จากนั้นผู้เล่นก็จะต้องต่อสู้ กับคู่ต่อสู้ที่เป็นเทรนเนอร์ แทนที่จะเป็นโปเกมอนป่าเหมือนกับเจนเดียวกัน ในภาคก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ ลำดับการต่อสู้กับยิม ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน และการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด คือโลกแห่งการบิดเบือน ที่หัวหน้าทีมตัวร้ายในภาคนี้ จะมีการเรียกโปเกมอนในตำนานประจำภาค Diamond และ Pearl ออกมา เพื่อเปิดเส้นทางไปจับโปเกมอนตำนาน Giratina (2008-2026) [2]

โปเกมอนประจำภาค Platinum คือตัวอะไร?

โปเกมอนประจำภาคที่กล่าวถึงนี้ ก็คือ Giratina ซึ่งเป็นโปเกมอนในตำนาน ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อเนื้อเรื่องหลักในภาคนี้ โดยตัวเกมได้ดึงเอา Giratina มาเป็นศูนย์กลางของเรื่องราว ทดแทนโปเกมอนในตำนาน อย่าง Dialga และ Palkia จากภาคในเจนสี่ก่อนหน้า เพื่อให้ผู้เล่นได้ดิ่งลึกเข้าไปไขปริศนา เกี่ยวกับความลึกลับของพลังแห่งมิติเวลา จากนั้นเผชิญหน้า และจับมันมาครอบครอง

และสิ่งที่ทำให้ Giratina ในภาค Platinum มีความพิเศษ และแตกต่างจากภาคอื่นอย่างเห็นได้ชัด คือการเปิดตัวร่างใหม่ ซึ่งมันเป็นรูปลักษณ์ดั้งเดิม เมื่ออยู่ในมิติเบื้องหลัง โดยในร่างนี้ มันจะมีลักษณะคล้ายงูขนาดใหญ่ ซึ่งต่างจากร่างที่เคยเห็นในภาคก่อนหน้า ทำให้ผู้เล่นจะต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรค และการไขปริศนาตามแรงโน้มถ่วงที่ผิดเพี้ยน ก่อนที่จะได้เข้าไปต่อสู้ และจับมัน

ในเกมภาค Platinum มีโปเกมอนที่หายไป

รีวิวเกม Pokemon Platinum

สำหรับโปเกมอนที่หายไปในเกมภาค Platinum แต่โปเกมอนเหล่านี้ จะมีภาค Diamond และ Pearl ที่หากผู้เล่นต้องการได้รับมานั้น จะต้องทำการการแลกเปลี่ยนภายในตัวเกมเจนเดียวกัน โดยโปเกมอนที่หายไปนั้น ก็จะมี Murkrow, Misdreavus, Trapinch, Vibrava, Flygon, Clamperl, Huntail, Gorebyss, Mismagius, Honchkrow, Glameow, Purugly, Stunky และสุดท้าย Skuntank (25 พฤษภาคม 2026) [3]

และการแลกเปลี่ยน เพื่อตามเก็บโปเกมอนที่หายไปเหล่านี้ สำหรับตัวเกมเจนนี้เป็นเรื่องที่ง่ายมาก เพราะมี Wi Fi ของเครื่อง Nintendo DS ที่ช่วยทลายกำแพงการแลกเปลี่ยน การต่อสู้ และการที่ต้องเล่นคนเดียวได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะผู้เล่นไม่จำเป็นต้องนั่งอยู่ใกล้กัน แล้วใช้สายเพื่อเชื่อมต่ออีกต่อไปแล้ว แต่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เพื่อแลกเปลี่ยนโปเกมอน หรือทำอย่างอื่นกับผู้เล่นคนอื่นได้ทันที

ตัวร้ายเกมโปเกมอน Platinum จะล้างจักรวาล

จากแหล่งข้อมูลบนโลกออนไลน์ ตัวร้ายของเกม Pokemon Platinum ก็คือ Cyrus หัวหน้ากลุ่ม Galactic ที่แผนการของเขาในภาคนี้ คือการทำลายล้างจักรวาลปัจจุบันทิ้งทั้งหมด และสร้างจักรวาลใหม่ขึ้นมาตามอุดมคติของเขาเอง ซึ่งเป็นโลกที่ต้องมีความสมบูรณ์ แบบและปราศจากความรู้สึกของมนุษย์ ที่เขาเชื่อว่าเป็นต้นเหตุของความขัดแย้ง และความทุกข์ยากในโลกโปเกมอน

โดยเขาจะใช้พลังบางอย่าง เพื่อควบคุมโปเกมอนในตำนาน อย่าง Dialga, Palkia และ Giratina เพื่อทำลายโลกปัจจุบัน ทำให้ผู้เล่นต้องสวมบทบาทเป็นผู้กล้า และเข้าไปขัดขวางแผนการอันบ้าคลั่งนี้ โดยจุดพีคของเรื่องราวทั้งหมด จะเกิดขึ้นที่บริเวณยอดเขา เพื่อเป็นการเปิดฉากดวลตัดสินครั้งสุดท้าย กับหัวหน้ากลุ่ม Galactic และต้องยับยั้งไม่ให้ห่วงโซ่แห่งมิติเวลาพังทลายลง

เกมโปเกมอน Platinum ยังอยู่ภูมิภาค Sinnoh

ตัวเกมภาค Platinum ยังมีการนำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ ในภูมิภาค Sinnoh ที่ได้รับการขยายความ และแต่งเติมรายละเอียดให้มีความสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศในบางพื้นที่ จะมีความหนาวเย็นมาก จนมีหิมะปกคลุมไปทั่วพื้นที่ ซึ่งมันส่งผลให้ตัวละครภายในเกม ต้องเปลี่ยนมาสวมชุดกันหนาวดีไซน์ใหม่ ที่ดูเข้ากับบรรยากาศภายในเกม

 นอกเหนือจากนี้ เรื่องทัศนียภาพภายในเกมก็สวยงาม และดูมีมิติมากขึ้น แถมยังได้ปรับปรุงเส้นทางการผจญภัยใหม่ รวมถึงการดีไซน์ฉากใหม่ภายในยิมต่าง ๆ เพื่อให้มีความท้าทาย เกี่ยวกับแก้ปริศนาที่แปลกใหม่ภายในยิม ตลอดไปจนถึง การเพิ่มพื้นที่ใหม่ช่วงท้ายเกมอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวนี้ ทำให้การเดินทางสำรวจภูมิภาค Sinnoh ในเกมภาคที่กล่าวถึงนี้ เต็มไปด้วยความลึกซึ้ง

รีวิวเกม Pokemon Platinum โดยสรุป

โดยสรุปแล้ว ตัวเกมที่กล่าวถึงในบทความนี้ กล่าวได้ว่าเป็นเกมโปเกมอนที่สมบูรณ์แบบที่สุดของ ตัวเกมโปเกมอนเจนที่สี่ เพราะสามารถลบทุกข้อจำกัด และจุดบกพร่องจากภาคดั้งเดิมได้อย่างไร้ที่ติ ด้วยการยกระดับความเร็วของระบบเกมเพลย์ เพื่อให้มีความไหลลื่น ผนวกกับการขยายเนื้อเรื่องอันเข้มข้น และการท้าทายตนเองในมิติลึกลับอันน่าตื่นตาตื่นใจ

เกมโปเกมอน Platinum ปัจจุบันเล่นได้ที่ไหน?

ปัจจุบันเกมนี้ ยังไม่มีการนำมาพอร์ตลงเครื่องใหม่อย่าง Nintendo Switch ทำให้ช่องทางการเล่นหลักนั้น จะมีเครื่องตระกูลดั้งเดิมอย่าง Nintendo DS, 2DS หรือ 3DS โดยใช้ตลับเกมแท้ หรือจะเล่นผ่านโปรแกรมจำลองบนคอมพิวเตอร์ ก็สามารถทำได้เช่นกัน ซึ่งการเล่นผ่านโปรแกรมจำลอง จะไม่ค่อยเสถียรเท่าไหร่ แต่ก็เป็นทางเลือกที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดแล้ว แถมฟรีอีกด้วย

เกมโปเกมอน Platinum ปกกล่องเป็นอย่างไร?

ปกกล่องของเกมโปเกมอน Platinum จะใช้โทนสีเงิน และสีเทาสะท้อนแสง ที่เป็นประกายระยิบระยับ โดยมีภาพของโปเกมอนในตำนานประจำภาคอย่าง Giratina ที่มีลักษณะคล้ายงูขนาดใหญ่ กำลังกางปีกสีดำสนิท และพุ่งทะยานออกมาจากจุดศูนย์กลางฉากหลัง ที่เป็นเส้นสายกราฟิกพลังงานสีทองปนส้ม ซึ่งสื่อถึงมิติเบื้องหลังอันบิดเบือน และดูลึกลับน่าค้นหา

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง