
รีวิวเกม Pokemon Gen 3 ตัวเกมเป็นอย่างไร?
- ไข่น้อย
- 18 views

รีวิวเกม Pokemon Gen 3 คือเกมโปเกมอนที่แยกจากเจนก่อนหน้า เพื่อสร้างประสบการณ์การผจญภัยที่สดใหม่ และยกระดับมาตรฐานของ ซีรีส์เกมโปเกมอนให้ดียิ่งขึ้น ผ่านภูมิภาคโฮเอ็นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเป็นการเปิดประตูสู่กราฟิกที่สวยงาม และมีชีวิตชีวามากขึ้น แต่ยังคงรักษาแก่นแท้ของเกมโปเกมอนได้อย่างยอดเยี่ยม และครบครัน
ตัวเกมโปเกมอนในเจน 3 นั้น จะมีการวางจำหน่ายทั้งหมด 3 ภาค โดยเริ่มจำหน่ายสองภาคแรก ในประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2002 ซึ่งได้แก่ภาค Ruby กับภาค Sapphire และจำหน่ายภาคพิเศษ อย่างภาค Emerald เมื่อปี 2004 ก่อนที่จะจำหน่ายออกนอกประเทศ ในปี 2003 และปี 2005 ตามลำดับ ซึ่งทั้งสามภาค มีการนำเสนอเรื่องราว ในภูมิภาคโฮเอ็น ที่จะแยกออกจากภูมิภาค Kanto และ Johto (25 มีนาคม 2026) [1]
แถมระบบภายในเกมภาคที่สาม ยังได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมต่อจากตัวเกมเจนแรก และเจนที่สองอย่างก้าวกระโดด โดยมีการนำเสนอระบบใหม่มากมาย ที่จะส่งผลต่อการวางกลยุทธ์ในการเล่น ที่มีความลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น และกลายเป็นมาตรฐานสำคัญ ของซีรีส์เกมโปเกมอนมาจนถึงปัจจุบัน แถมตัวร้ายในภาคนี้ ยังมีการเสนอทีมตัวร้ายใหม่ ที่จะใช้โปเกมอนในตำนาน เพื่อเปลี่ยนแปลงโลกอีกด้วย
การเล่นของเกมโปเกมอนในเจนนี้ รูปแบบยังคงเหมือนกับเจนก่อนหน้า ที่เริ่มต้นเรื่องราวจากเด็กคนหนึ่ง ที่ได้รับโปเกมอนตัวแรก จากเมืองเริ่มต้นนั้น ๆ ซึ่งในตัวเกมเจนนี้ ก็จะมีการนำเสนอเรื่องราวในภูมิภาคโฮเอ็น ที่จะมีหัวหน้ายิม 8 คน ที่กระจายกันอยู่ทั่วภูมิภาค และจบด้วยกันต่อสู้กับสี่จตุรเทพ จนกว่าผู้เล่นจะได้เป็นแชมเปี้ยนโปเกมอน ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุด
สำหรับกราฟิกภายในเกมเจนที่สามนี้ ก็จะมีการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด โดยทำให้เมืองต่าง ๆ เริ่มมีลักษณะที่เป็นสามมิติมากขึ้น แต่มีการตัดคุณสมบัติกลางวัน และกลางคืน ที่เคยนำเข้ามาในเกมเจน 2 ออกไป นอกจากนี้ โปเกมอนภายในเกม ก็มีการเพิ่มความสามารถ ทำให้มีหนึ่ง หรือสองความสามารถ จากทั้งหมด 77 แบบ ที่จะเป็นตัวชี้วัดผลชนะ หรือแพ้ในการต่อสู้อีกด้วย (สืบค้นเมื่อ 4 พฤษภาคม 2026) [2]

โปเกมอนเริ่มต้นในเกมเจนสาม ก็ยังคงมีสามตัว เหมือนกับตัวเกมเจนแรก และตัวเกมเจนที่สอง ซึ่งได้แก่ Treecko, Torchic และ Mudkip ที่แต่ละตัวนั้น จะสามารถวิวัฒนาการขั้นสามได้ และมีความสามารถแตกต่างกัน และยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการะบุเอาไว้ว่า โปเกมอนเริ่มต้นทั้งสามตัวในภาคนี้ ยังมีเมก้าอีโวลูชันที่แตกต่างกัน จากตัวเกมที่สร้างใหม่ในปี 2014 อีกด้วย (9 กุมภาพันธ์ 2024) [3]
โดย Treecko เป็นโปเกมอนพืช จะกลายเป็น Sceptile ที่เน้นความเร็วในการโจมตี ส่วน Torchic โปเกมอนธาตุไฟ จะเปลี่ยนร่างเป็น Blaziken ที่มีความสามารถในการต่อสู้แบบผสมผสาน ระหว่างโปเกมอนธาตุไฟ และต่อสู้ สุดท้าย Mudkip โปเกมอนธาตุน้ำ ที่จะวิวัฒนาการเป็น Swampert มีความทนทานสูง และได้ธาตุดินเสริมเข้ามา ทำให้แพ้ทางได้ยากขึ้นนั่นเอง
เหตุผลที่เกมโปเกมอนเจนที่ 3 ถูกมองว่าแทบไม่มีความเกี่ยวข้อง กับการ รีวิวเกม Pokemon Gen 2 เลย โดยจุดเปลี่ยนสำคัญคือการที่ผู้เล่น ไม่สามารถโอนย้ายโปเกมอนจากภาค Gold, Silver หรือ Crystal ในเครื่อง Game Boy Color ข้ามมายังภาค Ruby, Sapphire หรือ Emerald ในเครื่อง Game Boy Advance ได้เลย เพราะโครงสร้างข้อมูลของตัวโปเกมอนในเจนสาม มีการเพิ่มระบบใหม่
ที่ใส่ระบบความสามารถเฉพาะตัว และนิสัยให้กับโปเกมอนเป็นครั้งแรก ซึ่งส่งผลให้ค่าสถานะ และการคำนวณพลังต่างจากเดิม นอกจากนี้ในด้านเนื้อเรื่อง ภูมิภาคโฮเอ็นยังถูกออกแบบให้ห่างจากภูมิภาคคันโต และโจโต ทำให้ไม่มีตัวละครหลัก หรือเหตุการณ์สำคัญจากภาคก่อนมาเชื่อมโยง ซึ่งมันเป็นเหมือนการเริ่มต้นยุคสมัยใหม่ ที่มุ่งเน้นการสร้างสมดุลโปเกมอนให้มากขึ้น
ตัวร้ายทั้งสองในเกมเจนสาม ก็คือกลุ่ม Magma และ Aqua ที่ตัวร้ายทั้งสองกลุ่มนี้ จะมีความขัดแย้งกัน เนื่องจากอุดมการณ์ที่สวนทางกัน โดยกลุ่ม Magma จะมุ่งเน้นไปที่การขยายอาณาเขตบนพื้นดิน เพื่อให้มนุษย์มีที่อยู่อาศัย และพื้นที่ในการพัฒนาอารยธรรมมากขึ้น ในขณะที่กลุ่ม Aqua กลับต้องการที่จะขยายพื้นที่ใต้น้ำ และมหาสมุทรให้กว้างใหญ่ขึ้น
โดยความขัดแย้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแย่งชิงความเป็นใหญ่ แต่เป็นการต่อสู้เพื่อเปลี่ยนโลกโปเกมอน ที่มีการปลุกโปเกมอนในตำนาน Groudon และ Kyogre ขึ้นมา เพื่อสร้างความปั่นป่วน โดยผู้เล่นต้องเข้าไปหยุดยั้งแผนการ ของกลุ่มตัวร้ายทั้งสอง ที่ทำลายสมดุลโลกโปเกมอน และอย่างที่บอกไป ในเกมเจนสามแต่ละภาคตัวร้ายจะต่างกัน ยกเว้นภาค Emerald ที่มีการรวมสองกลุ่มตัวร้าย
โดยสรุปแล้ว เกมโปเกมอนเจนที่ 3 คือการเริ่มต้นยุคสมัยใหม่ ที่แยกตัวออกจากภาคก่อนหน้าอย่างชัดเจน ด้วยการนำเสนอภูมิภาคโฮเอ็น ที่เต็มไปด้วยสีสันของธรรมชาติ พร้อมระบบใหม่อย่างความสามารถ และนิสัยของโปเกมอน ที่จะช่วยเพิ่มมิติในการเล่นให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และพร้อมมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม จนกลายเป็นรากฐานสำคัญ ที่กำหนดทิศทางให้กับซีรีส์โปเกมอน มาจนถึงปัจจุบัน
สำหรับการหาซื้อเกมโปเกมอนเจนที่ 3 ในปัจจุบัน วิธีหลักที่จะหาซื้อได้นั้น จะต้องหาจากร้านขายเกมเก่า หรือตลาดออนไลน์ ที่เป็นแหล่งรวมสินค้ามือสอง ซึ่งผู้ซื้อจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อตรวจสอบตลับเกมแท้ เนื่องจากมีการระบาดของตลับลอกเลียนแบบ โดยจุดสังเกตสำคัญ ก็คือตัวตลับจะเป็นพลาสติกแบบใส ที่มีสีสันตามชื่อภาค และมีแผ่นสติกเกอร์หน้าตลับ
ตลับเกมโปเกมอนเจ 3 ของเครื่อง Game Boy Advance มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น คือตัวตลับจะเป็นพลาสติกแบบ สีใสโปร่งแสง ซึ่งแตกต่างจากตลับเกมทั่วไป ที่จะเป็นสีเทาทึบ โดยในแต่ละภาคจะมีสีเฉพาะตัว ที่ตรงกับชื่อภาคและสีของโปเกมอนในตำนาน ภาค Ruby ตัวตลับจะเป็นสีแดงใส ภาค Sapphire ตัวตลับจะเป็นสีน้ำเงินใส และภาค Emerald ตัวตลับจะเป็นสีเขียวใส

