
รีวิวเกม Omega Ruby ใช่เกมโปเกมอนเจนหกไหม?
- ไข่น้อย
- 22 views

รีวิวเกม Omega Ruby ใช่เกมเจนหกอย่างแน่นอน แต่เป็นเกมสร้างใหม่ของภาคเก่า ที่ได้นำมาปรับปรุงหลายอย่าง พร้อมทั้งมีการอัปเดตระบบต่อสู้ เพื่อให้ทันตามยุคสมัย แต่เนื้อเรื่องโดยรวมยังคงเหมือนเดิม ซึ่งการปรับปรุงองค์ประกอบทั้งหมดนี้ ช่วยให้ตัวเกมดูสดใหม่ น่าตื่นเต้น และมีความสมบูรณ์แบบ ซึ่งเหมาะทั้งแฟนเกมยุคเก่า และผู้เล่นหน้าใหม่ที่กำลังเริ่มเล่นเกมโปเกมอน
ตัวเกมโปเกมอนภาค Omega Ruby เริ่มจำหน่ายในปี 2014 ซึ่งเป็นการจำหน่ายบนเครื่องเกม Nintendo 3DS พร้อมกับภาคคู่ ที่มีชื่อภาคว่า Alpha Sapphire โดยเริ่มจำหน่ายพร้อมกันทั้งในประเทศญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อเมริกาเหนือ ตามด้วยยุโรป ซึ่งมันตรงกับวันครบรอบ 12 ปี ที่มีการจำหน่ายตัวเกมภาคดั้งเดิม อย่างภาค Ruby และ Sapphire เมื่อปี 2002 ที่จำหน่ายบนเครื่อง Game Boy Advance
โดยตัวเกมทั้งภาค Omega Ruby และ Alpha Sapphire เมื่อปี 2024 พบว่ามียอดขายรวมทั่วโลกมากถึง 14.63 ล้านชุด จนกลายเป็นเกมบนตัวเครื่อง Nintendo 3DS ที่ขายดีเป็นอันดับสี่ (2 เมษายน 2026) [1] จึงส่งผลให้มันกลายเป็นหนึ่งในเกมโปเกมอน ที่นำมากลับมาทำใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยม และถูกยกย่องให้เป็นมาตรฐานของ เกมโปเกมอนที่ได้นำมาสร้างใหม่ แถมยังเคารพต้นฉบับอีกด้วย
สำหรับเกมเพลย์ ของเกมโปเกมอนภาคที่กล่าวถึงนี้ มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อใช้ระบบของเกมเจนใหม่ ที่มีทั้งการแบ่งประเภทโปเกมอน การต่อสู้แบบสามต่อสาม การใช้ TM แบบไม่มีจำกัด แถมยังรักษาคุณสมบัติการเล่นของการ รีวิวเกม Pokemon X และภาค Y เอาไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Mega Evolution, Super Training, Pokémon Amie ระบบการค้นหาผู้เล่น
และยังไม่มีหมดเพียงเท่านี้ เพราะมีการเพิ่ม Primal Reversion ที่จะเป็นเหมือนกับ Mega Evolution ทำให้โปเกมอนมีร่างเพิ่มขึ้น แถมยังมีโปเกมอนอย่าง Latios หรือ Latias ที่ผู้เล่นสามารถขี่ได้ โดยมันจะใช้ในการเดินทางทั่วไป และเดินทางในพื้นที่เฉพาะ ที่จะเป็นแหล่งรวมโปเกมอนหายากอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ มันทำให้เกมเพลย์โดยรวม ค่อนข้างมีความลึกซึ้ง และมีชีวิตชีวา
สำหรับตัวเกมโปเกมอน ภาคสร้างใหม่ที่กล่าวถึงนี้ จะมาพร้อมกับองค์ประกอบใหม่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นตัวละครใหม่ มีการเปิดตัว Cosplay Pikachu โปเกมอนในตำนาน Groudon และ Kyogre จะได้รับร่าง Primal Reversion มีการต่อสู้บนท้องฟ้า ที่สามารถใช้โปเกมอนได้ทุกตัว ซึ่งต่างจากภาค X และภาค Y ที่จะต้องใช้โปเกมอนประเภทบิน หรือโปเกมอนที่สามารถลอยตัวได้เท่านั้น
และนอกจากนี้ ผู้เล่นยังสามารถดำน้ำ โดยการใช้ชุดดำน้ำ Devon Scuba Gear เพื่อต่อสู้กับผู้เล่นใต้น้ำได้อย่างอิสระ แถมยังมีชุดเฉพาะ ที่ใช้ใส่เป็นชุดอวกาศ เมื่อผู้เล่นต้องไปพบกับโปเกมอนในตำนาน Deoxys อีกด้วย (8 พฤษภาคม 2026) [2] ซึ่งองค์ประกอบที่ถูกแต่งเติมเข้ามาทั้งหมดนี้ ช่วยเปลี่ยนการผจญภัยแบบเดิม ๆ ให้กลายเป็นการเดินทางครั้งใหม่ ที่เต็มไปด้วยสีสัน และมีความหลากหลายในเกมเพลย์มากขึ้น

โปเกมอนในเกมภาค Omega Ruby และภาคคู่อย่าง Alpha Sapphire เป็นเรื่องจริงที่เกือบเหมือนตัวเกมต้นฉบับ แต่ก็มีการเพิ่มโปเกมอนใหม่ เพิ่มร่างปกติของโปเกมอนบางตัว และร่างเมก้าเข้ามาเยอะมาก โดยโปเกมอนใหม่ และร่างโปเกมอนปกติที่เพิ่มเข้ามานั้น ได้แก่ Froslass, Gallade, Magnezone, Probopass, Roserade, Budew, Chingling, Dusknoir และ Rhyperior (2008-2026) [3]
ส่วนร่างเมก้าที่ได้เพิ่มเข้ามานั้น ก็จะมี Mega Beedrill, Mega Pidgeot, Mega Sableye, Mega Swampert, Mega Sceptile, Mega Steelix, Mega Slowbro, Mega Glalie, Mega Altaria, Mega Camerupt, Mega Sharpedo, Mega Salamence, Mega Metagross, Mega Latias, Mega Latios, Mega Rayquaza, Mega Audino, Mega Gallade, Mega Lopunny และ Mega Diancie
จากแหล่งข้อมูลบนโลกออนไลน์ โปเกมอนเริ่มต้นของภาค Omega Ruby และภาคคู่ที่จำหน่ายพร้อมกัน พบว่ายังคงเหมือนเดิม ที่โปเกมอนประเภทหญ้าจะเป็น Treecko ประเภทไฟ Torchic และประเภทน้ำ Mudkip ที่ผู้เล่นจะได้เลือกหนึ่งตัว จากสามตัวที่กล่าวมานี้ ที่ยังคงความคลาสสิก และผูกพันกับผู้เล่นมาอย่างยาวนาน แต่ในภาคสร้างใหม่นี้ มีการเพิ่มเมก้าให้ทั้งสามตัว
ซึ่งทำให้พวกมันได้รับความสามารถเพิ่มขึ้น ทั้งเรื่องของพลังโจมตี และการเปลี่ยนประเภท เมื่อมีการพัฒนาร่างเมก้าอีกด้วย ทำให้พวกมันทั้งสามตัวทรงพลังยิ่งขึ้น และส่งผลให้การเลือกโปเกมอนคู่หูตัวแรกในภาคนี้ ไม่เพียงแต่จะให้ความรู้สึกย้อนวันวานเท่านั้น แต่ยังสร้างความตื่นเต้น และความท้าทายใหม่ ๆ ในการวางแผนจัดทีมโปเกมอน เพื่อพิชิตเรื่องราวทั้งหมดให้จบลงอย่างสมบูรณ์
เหล่าโปเกมอนเฉพาะ ที่ผู้เล่นสามารถพบเจอได้ในภาคสร้างใหม่นี้ ก็จะมีโปเกมอนหลายตัวต่างจากภาคคู่ ซึ่งก็จะมี Kabuto, Kabutops, Seedot, Nuzleaf, Shiftry, Mawile, Solrock, Skrelp, Dragalge, Archen, Archeops, Throh, Gastrodon, Shellos, Bastiodon และ Shieldon แล้วก็จะมีโปเกมอนในตำนานอย่าง Ho Oh, Latios, Groudon, Palkia, Tornadus และ Reshiram
ซึ่งการกระจายโปเกมอนเฉพาะในแต่ละภาค ถือเป็นเสน่ห์ดั้งเดิมตั้งแต่เกมเจนแรก ที่จะทำให้ผู้เล่นต้องมีการปฏิสัมพันธ์ กับผู้เล่นคนอื่น ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนเหล่าโปเกมอน เพื่อเติมเต็มสมุดบันทึกโปเกมอนให้ครบทุกตัว และยิ่งเป็นยุคสมัยของเกมโปเกมอนเจนที่หก บอกเลยว่าความสะดวกสบาย และเปิดกว้างมากขึ้น ทำให้การตามล่า และการแลกเปลี่ยนโปเกมอน สามารถทำได้อย่างง่ายดาย
โดยสรุปแล้ว ตัวเกมโปเกมอนภาค Omega Ruby คือที่สุดแห่งเกมสร้างใหม่ ที่ยกระดับความคลาสสิกของโลกโปเกมอน ในภูมิภาคเก่าให้สมบูรณ์แบบได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการผสานระบบการเล่นที่ทันสมัย ให้เข้ากับคุณสมบัติใหม่ และฟีเจอร์ใหม่อันน่าตื่นตาตื่นใจ แถมยังเคารพเนื้อหาดั้งเดิมได้อย่างลงตัว จึงถือว่าเป็นผลงานที่แฟนเกมหน้าเก่าจะต้องประทับใจ และผู้เล่นหน้าใหม่ไม่ควรพลาด
กล่องเกมแท้ของภาค Omega Ruby บนเครื่อง Nintendo 3DS จะเป็นกล่องพลาสติกสีแดงโปร่งแสง ซึ่งต่างจากกล่องเกมทั่วไปที่เป็นสีขาว โดยหน้าปกจะพิมพ์ภาพของ Primal Groudon หรือร่างใหม่ของโปเกมอนในตำนานประจำภาค ที่มาพร้อมโลโก้ชื่อภาคสีแดงแวววาว
ตลับเกมแท้ จะใช้ตัวกล่องตลับพลาสติกสีเทา ที่เหมือนกับตลับเกม 3DS ทั่วไป และไม่ได้เป็นสีแดงตามสีของกล่องภายนอก แต่สิ่งที่เป็นจุดสังเกตหลัก คือบนตัวตลับจะแปะสติกเกอร์รูป Primal Groudon บนพื้นหลังสีแดง พร้อมสกรีนชื่อภาคชัดเจนสวยงาม ส่วนด้านหลังตลับ จะต้องตรงกับรหัสกล่อง หากมีทุกอย่างครบ ก็เป็นตลับแท้แน่นอน

