
เจาะลึก ประวัติ Henry Cheng เป็นอย่างไร ไปดูกัน
- Blackcat
- 10 views

ประวัติ Henry Cheng เป็นอย่างไร สำหรับ Henry Cheng คือมหาเศรษฐีนักธุรกิจชาวฮ่องกง ผู้สืบทอดและนำพาอาณาจักร Chow Tai Fook และ New World Development ให้เติบโตเป็นกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์และอัญมณีรายใหญ่ระดับโลก

ดร. เฮนรี เฉิง คือเสาหลักผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการธุรกิจฮ่องกง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการกลุ่มบริษัท New World Development และ Chow Tai Fook Jewellery Group
เขาไม่เพียงแต่รับช่วงต่อยอดธุรกิจแสนล้านจากบิดาอย่าง ดร. เฉิง ยู่ตง (Cheng Yu-tung) แต่ยังเป็นสถาปนิกผู้ปรับโฉมองค์กรให้มีความทันสมัย และขยายโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงระหว่างฮ่องกง และจีนแผ่นดินใหญ่อย่างไร้รอยต่อ
Henry Cheng Kar-shun มหาเศรษฐีนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชาวฮ่องกง เกิดวันที่ 11 ธันวาคม 1946 ที่เมืองซุ่นเต๋อ มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน เป็นบุตรชายของ เฉิง ยู่ตง ผู้ก่อตั้ง New World Development โดยต่อมาเขาได้ดำรงตำแหน่งประธานของ NWS Holdings,
New World Department Store China และ New World China Land นอกจากนี้ยังเป็นสมาชิกคณะกรรมการ สภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งประชาชนจีน (CPPCC) อีกด้วย เขามีบุตรทั้งหมด 6 คน ได้แก่ Adrian Cheng, Sonia, Brian, Christopher, Chak-wang และ Chak-yin (3 เมษายน 2025) [1]
บทบาทของ Henry Cheng เริ่มต้นจากการเรียนรู้งานในระดับปฏิบัติการ จนกระทั่งก้าวสำคัญเกิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1989 เมื่อเขาได้รับความไว้วางใจ ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ (Managing Director) ของ New World Development ทันทีที่ขึ้นกุมบังเหียน เขาได้แสดงความกล้าหาญด้วยการนำทัพ
เข้าซื้อกิจการเครือโรงแรมระดับโลกอย่าง Ramada เป็นเครือโรงแรม ข้ามชาติขนาดใหญ่ของอเมริกาที่ Wyndham Hotels & Resorts ก่อตั้งขึ้นในปี 1953 อ่านข้อเพิ่มเติมได้ที่ Wikipedia
ด้วยมูลค่าสูงถึง 540 ล้านดอลลาร์สหรัฐในยุคนั้น แม้การลงทุนครั้งนั้น จะสร้างภาระหนี้สินให้องค์กร ในระยะแรกจนบิดาต้องเข้ามาช่วยประคองสถานการณ์ แต่บทเรียนราคาแพงดังกล่าว ได้เปลี่ยนให้เขากลายเป็นนักยุทธศาสตร์ที่สุขุม รอบคอบ และเฉียบคม จนกระทั่งสามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานกลุ่มบริษัท อย่างเต็มตัวในปี ค.ศ. 2012 หลังจากการประกาศเกษียณอายุของบิดา

ภายใต้การนำของเฮนรี เฉิง อาณาจักรธุรกิจของตระกูลเฉิง ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การเป็นร้านขายทองท้องถิ่น หรือผู้พัฒนาที่ดินในฮ่องกงเท่านั้น แต่ได้รับการยกระดับ ให้กลายเป็นกลุ่มบริษัทโฮลดิงข้ามชาติที่มีการกระจายความเสี่ยง (Diversification) ไปยังหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งระบบขนส่งมวลชน พลังงาน โครงสร้างพื้นฐานท่าเรือ และบริการทางการเงิน
Chow Tai Fook Jewellery Group เริ่มต้นจากการเป็นร้านขายเครื่องประดับ ก่อตั้งขึ้นในปี 1929 ที่เมืองกวางโจว ประเทศจีน ก่อนจะมีการย้ายธุรกิจ ไปยังมาเก๊า (ซึ่งขณะนั้นอยู่ภายใต้การปกครองของโปรตุเกส)ในปี 1940 ก่อนกลับมายังจีนอีกครั้งหลังจากการปฏิรูปตลาดในช่วงทศวรรษ 1980 (14 พฤษภาคม 2026) [2]
กลยุทธ์สำคัญที่เฮนรีนำมาใช้คือ “การเข้ายึดหัวหาดอย่างรวดเร็วและใช้ระบบแฟรนไชส์เพื่อการเติบโตอย่างทวีคูณ” ในปี ค.ศ. 2011 เป็นจุดหมายสำคัญ เมื่อเขาตัดสินใจนำ Chow Tai Fook Jewellery Group เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKEX: 1929)
สามารถระดมทุนได้มากถึง 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เงินทุนมหาศาลนี้ ถูกนำไปใช้ขยายหน้าร้านในจีนแผ่นดินใหญ่อย่างมุ่งมั่น จากจุดเริ่มต้นไม่กี่ร้อยแห่ง ทะยานสู่สถิติมากกว่า 7,000 สาขาในปัจจุบัน โดยเน้นการเปิดจุดจำหน่ายทั้งในเมืองระดับ Tier 1 ไปจนถึง Tier 4 ควบคู่ไปกับการปฏิรูปร้านค้าให้เข้าสู่ระบบดิจิทัลและการค้าออนไลน์ ส่งผลให้แบรนด์ครองส่วนแบ่งการตลาดเครื่องประดับทองคำในจีนเป็นอันดับต้น ๆ
Henry Cheng มีแนวคิดการส่งไม้ต่อธุรกิจ ที่ผสมผสานระหว่างสายเลือดและมืออาชีพ โดยจัดสรรบุตรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้าดูแล แต่ละพอร์ต เช่น แอดเรียน เฉิง (Adrian Cheng) บุตรชายคนโต เกิดเมื่อปี 1979 และเป็นนักธุรกิจมหาเศรษฐีชาวฮ่องกง จบการศึกษาจาก มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (24 เมษายน 2026) [3]
โดยได้เข้ามาสร้างสรรค์โปรเจกต์มิกซ์ยูสระดับเมกะโปรเจกต์อย่าง K11 มอลล์ ที่ผสานศิลปะเข้ากับห้างสรรพสินค้า ขณะที่ โซเนีย เฉิง (Sonia Cheng) บุตรสาว ได้รับความไว้วางใจ ให้บริหารเครือโรงแรมหรูระดับโลก Rosewood Hotels & Resorts
อย่างไรก็ตาม เขาได้ออกมาให้สัมภาษณ์ และปรับทิศทางองค์กรครั้งสำคัญ โดยเน้นย้ำว่าจะไม่มีการรีบร้อน แต่งตั้งผู้สืบทอดตำแหน่งสูงสุดเพียงคนเดียว แต่จะใช้รูปแบบ “คณะกรรมการบริหารมืออาชีพ” ร่วมกับสมาชิกในตระกูล เพื่อสร้างเสถียรภาพและป้องกันความขัดแย้งภายในองค์กร
Henry Cheng มหาเศรษฐีผู้สืบทอดและปฏิรูปอาณาจักร New World และ Chow Tai Fook ด้วยกลยุทธ์ขยายสาขาเครื่องประดับทองกว่า 7,000 แห่งในจีน กระจายความเสี่ยงสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก และวางรากฐานการส่งต่อธุรกิจสู่ทายาทรุ่นที่ 3 ร่วมกับคณะกรรมการมืออาชีพเพื่อความยั่งยืน
จากการจัดอันดับมหาเศรษฐีโลกของนิตยสาร Forbes ประจำปี ค.ศ. 2026 ตระกูลเฉิง (Cheng Family) ภายใต้การนำของเฮนรี เฉิง อยู่ที่ 26.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ติดอันดับ 1 ใน 50 ของมหาเศรษฐีที่มีมูลค่าสุทธิสูงสุดในฮ่องกง (สืบค้นเมื่อ 28 พฤษภาคม 2026)
กุญแจความสำเร็จที่ถอดรหัสได้จากประวัติของ Henry Cheng มี 3 ประการหลัก ดังนี้

