
มหกรรมการแข่งขัน บอลโลก 2026 แข่งเมืองไหนบ้าง
- Chono
- 20 views

บอลโลก 2026 แข่งเมืองไหนบ้าง คำตอบก็คือ จะแข่งขันกันทั้งหมด 16 เมือง ของประเทศเจ้าภาพจัดงานทั้งหมด 3 ประเทศ แบ่งเป็น ประเทศสหรัฐอเมริกา 11 เมือง, ประเทศเม็กซิโก 3 เมือง และประเทศแคนาดา 2 เมือง ซึ่งรายละเอียดเนื้อหาในส่วนถัดไป เราจะพาทุกท่าน ไปทำความรู้จักเจ้าภาพจัดการแข่งขัน และพาไปดูเพลงฟุตบอลโลกในปีนี้
ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ที่มีรอบการแข่งขันทั้งหมด 60 นัด แข่งขันกันใน 11 เมือง ซึ่งรวมไปถึงการแข่งขันก่อนรองชนะเลิศ ต่อมาก็คือ ประเทศเม็กซิโก ที่จะมีการจัดการแข่งขันทั้งหมด 10 นัด แข่งขันกันใน 3 เมืองหลวง และประเทศสุดท้ายก็คือ ประเทศแคนาดา ซึ่งจะจัดการแข่งขันทั้งหมด 10 นัด และแข่งขันกัน 2 เมือง
ฟุตบอลโลกในปี 2026 ที่เป็นการแข่งขันครั้งที่ 23 จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน ไปจนถึงวันที่ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 2026 สาเหตุที่ทำให้สหรัฐอเมริกา กลายเป็นหนึ่งในเจ้าภาพจัดการแข่งขัน เพราะชนะประเทศโมร็อกโก ซึ่งนับเป็นครั้งแรก ตั้งแต่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก 2002 ที่มีเจ้าภาพร่วมกัน
แต่ประเทศเม็กซิโก เคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 1970 และ 1986 ดังนั้น ประเทศเม็กซิโก จึงเป็นประเทศแรกที่ได้เป็นเจ้าภาพครั้งที่ 3 ในขณะที่ประเทศแคนาดา กลายเป็นเจ้าภาพครั้งแรก ทำให้การแข่งขันในครั้งนี้ จะกลับมาจัดขึ้น ในช่วงฤดูร้อน ตามฤดูกาลของซีกโลกเหนือ หลังจากที่จัดการแข่งขัน ที่ประเทศกาตาร์ (12 พฤษภาคม 2026) [1]
อย่างที่เราได้นำเสนอเอาไว้ข้างต้น เกี่ยวกับเมืองที่จัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งจะแข่งขันกันทั้งหมด 16 เมือง ใน 3 ประเทศเจ้าภาพ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แข่งขันกันทั้งหมด 11 เมือง, เม็กซิโก แข่งขันกันทั้งหมด 3 เมือง และแคนาดา จะทำการแข่งขันทั้งหมด 2 เมือง และในครั้งนี้ นับเป็นการแข่งขันครั้งแรก ที่มีเจ้าภาพมากที่สุด นับตั้งแต่ปี 2002 ที่ประเทศเกาหลี
สนามที่ใช้เปิดพิธีการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ในวันที่ 11 มิถุนายน ได้แก่ Estadio Azteca ประเทศเม็กซิโก ซึ่งสนามแข่งขันแห่งนี้ เป็นสนามแรกของโลก ที่มีการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก มากถึง 3 สมัยด้วยกัน และเคยเป็นสนามแข่งขันที่นักเตะชื่อดังอย่าง เปเล่ และ มาราโดน่า คว้าแชมป์โลกมาแล้ว
และสำหรับนัดชิงชนะเลิศ จะจัดขึ้นในวันที่ 19 กรกฎาคม ซึ่งจะใช้สนามแข่งขัน MetLife Stadium ในประเทศสหรัฐอเมริกา และสนามแข่งขันฟุตบอลโลกแห่งนี้ ถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะจะเป็นสังเวียนการแข่งขันมากถึง 8 นัดด้วยกัน และเป็นสนามแข่งขัน ที่ใช้พิสูจน์ว่าทีมใด จะเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกในปีนี้ (1 มิถุนายน 2026) [2]

สำหรับสนามแข่งขันฟุตบอลโลก ที่สามารถบรรจุผู้ชมได้มากที่สุด นั่นก็คือ เอทีแอนด์ทีสเตเดียม ตั้งอยู่ที่เมืองอาร์ลิงตัน รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งสามารถบรรจุผู้ชมได้มากถึง 94,000 ที่นั่ง และยังได้รับเลือก ให้เป็นสนามการแข่งขัน ที่คึกคักมากที่สุด สำหรับการแข่งขันรอบรองชนะเลิศอีกด้วย
เพลงบอลโลก 2026 ตัวอย่างเพลงแรก Lighter เป็นซิงเกิลแรกจากอัลบั้มอย่างเป็นทางการ FIFA World Cup 2026 โดยเป็นผลงานร่วมของ Jelly Roll และ Carín León ปล่อยให้ฟังในวันที่ 20 มีนาคม 2026 แต่กลับได้รับเสียงวิจารณ์จากแฟนบอลทั่วโลก และส่วนใหญ่ไม่พอใจ เกี่ยวกับแนวเพลงคันทรี ที่ดูไม่เหมาะสำหรับเป็นเพลงฟุตบอลโลก
ทำให้ทาง FIFA ต้องดึงตัวเจ้าแม่เพลงฟุตบอลโลก Shakira ระเบิดผลงานเพลงอีกครั้ง โดยใช้ชื่อเพลงว่า Dai Dai ที่มีความโดดเด่น และตรงกับธีมฟุตบอลโลก ด้วยการพยายามเอาเสียงดนตรีจาก 3 ประเทศเจ้าภาพ มารวมไว้ด้วยกัน ซึ่งทำให้ทุกองค์ประกอบของเพลงนี้ มีความสนุกสนาน ทำให้แฟนบอลขนลุก ตั้งแต่ต้นไปจนจบเพลง (19 พฤษภาคม 2026) [3]
จากการคาดเดา ด้านกิจกรรมทางเศรษฐกิจรวม ของเมืองที่จัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ได้แก่ มหานครนิวยอร์ก (รัฐนิวเจอร์ซีย์) ที่เป็นเมืองสำหรับการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ ซึ่งมีการคาดการณ์เอาไว้ว่า จะมีจำนวนเม็ดเงินพุ่งสูงถึง 3,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 116,000 ล้านบาท
สรุปแล้ว การแข่งขันฟุตบอลโลกในปีนี้ จะมีการจัดการแข่งขันทั้งหมด 16 เมือง ภายในเมืองหลวงของ 3 ประเทศเจ้าภาพ ตามที่เราได้นำเสนอเอาไว้ข้างต้น และฟุตบอลโลกในปีนี้ จะมีการจัดการแข่งขันทั้งหมด 104 นัด โดยมีทีมฟุตบอลในเครือ FIFA เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 48 ทีมด้วยกัน
การแข่งขันฟุตบอลโลก ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 11 มิถุนายน ไปจนถึงวันที่ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 2026 โดยมีเจ้าภาพร่วมกันจัดการแข่งขันทั้งหมด 3 ประเทศ ได้แก่ แคนาดา, เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา โดยมีจุดประสงค์ ด้วยการเพิ่มต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และการถ่ายทอดสัญญาณ ซึ่งผลักดันให้ค่าลิขสิทธิ์สูงตามไปด้วย
I Show Speed เขาเป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ที่ชื่นชอบ และมีใจรักในกีฬาฟุตบอลเป็นอย่างมาก เขาได้สร้างผลงานเพลงออกมา โดยใช้ชื่อว่า World Cup และหลังจากที่ปล่อยเพลงออกไปแค่ 11 ชั่วโมง ก็มียอดวิวรับชมไปแล้ว 2.6 ล้านวิว และได้รับคำชมจากเหล่าแฟนบอลหลายคน แถมยกให้เป็นเพลงบอลโลกที่ดีที่สุดของปีอีกด้วย

