นักลงทุนที่จัดอันดับโดย Forbes มีใครบ้าง ที่เป็นระดับตำนาน

นักลงทุนที่จัดอันดับโดย Forbes มีใครบ้าง

นักลงทุนที่จัดอันดับโดย Forbes มีใครบ้าง การจัดอันดับนั้นจะมีหลากหลายโดยหลัก ๆ ตัวอย่างเช่น ชาร์ลส์ คอช, วอร์เรน บัฟเฟตต์, เคน กริฟฟิน, วิโนด โคสลา และมหาเศรษฐีกลุ่มเทคโนโลยีกับทายาทธุรกิจชั้นนำระดับโลก เป็นต้น

  • Forbes คืออะไร?
  • สินทรัพย์ประเภทไหนที่ทำให้พวกเขาติดอันดับ?
  • รวมนักลงทุนที่ถูกจัดอันดับโดย Forbes

Forbes คืออะไร?

นักลงทุนที่จัดอันดับโดย Forbes มีใครบ้าง

Forbes คือนิตยสารและสื่อธุรกิจระดับโลก ที่โดดเด่นด้านการจัดอันดับมหาเศรษฐี รวมถึงการนำเสนอข้อมูลเจาะลึกด้านการเงิน การลงทุน และการบริหารธุรกิจที่มีอิทธิพลสูง

นิตยสาร Forbes มีความเป็นมาอย่างไร?

Forbes เป็นนิตยสารธุรกิจของอเมริกา ก่อตั้งและเผยแพร่ฉบับแรกในวันที่ 15 กันยายน 1917 โดย BC Forbes และเป็นเจ้าของโดยกลุ่มลงทุน Integrated Whale Media Investments ตั้งแต่ปี 2014 บรรณาธิการบริหารและประธานคือ Steve Forbes ส่วนตำแหน่ง CEO คือ Sherry Phillips

โดยเริ่มดำรงตำแหน่งตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 โดยบริษัทของ Forbes นั้นจะมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ เมืองเจอร์ซีย์ซิตี รัฐนิวเจอร์ซีย์ ตัวนิตยสารจะมีการตีพิมพ์ปีละ 8 ครั้ง โดยจะมีการนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับ การเงิน การลงทุน อุตสาหกรรม การตลาด เทคโนโลยี กฎหมาย และ การสื่อสารด้านวิทยาศาสตร์การเมือง ถือลิขสิทธิ์ทั้งหมด 27 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก

ตัวนิตยสารกลายเป็นที่รู้จักจากรายการและการจัดอันดับต่าง ๆ รวมถึงรายชื่อชาวอเมริกันที่ร่ำรวยที่สุด หรือ Forbes 400 นอกจากนี้ยังมี Forbes 30 Under 30 ซึ่งเป็นการจัดอันดับบุคคลที่มีชื่อเสียง 30 คนที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี เป็นต้น (11 มิถุนายน 2026) [1]

สินทรัพย์ประเภทไหนที่ทำให้พวกเขาติดอันดับ?

  • หุ้นเทคโนโลยี (Technology Equity) นี่คือ “เครื่องจักรปั๊มความมั่งคั่ง” ที่ทรงพลังที่สุดในยุคนี้ มหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของโลกเกือบทั้งหมดถือครองสินทรัพย์ประเภทนี้ เพราะบริษัทเทคโนโลยีมีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) เช่น Larry Page, Sergey Brin, Mark Zuckerberg เป็นต้น
  • สินทรัพย์และพอร์ตการลงทุนในตลาดทุน (Finance & Investments) ในแง่ของจำนวนคนนี่คือกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมหาเศรษฐีติดอันดับ Forbes มากที่สุด (คิดเป็นประมาณ 15% ของรายชื่อทั้งหมด) สินทรัพย์ของพวกเขาคือ หุ้นกู้, หุ้นในบริษัทต่าง ๆ ที่กระจายตัวอยู่ทั่วโลก, กองทุนเฮดจ์ฟันด์ (Hedge Funds), และไพรเวทอิควิตี้ (Private Equity)
  • หุ้นในอาณาจักรค้าปลีกและสินค้าลักชัวรี (Fashion & Retail / Luxury Brands) เป็นสินทรัพย์ที่มาจากแบรนด์สินค้าที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน แต่เป็นแบรนด์ที่มีอำนาจในการตั้งราคาสูง หรือมีสาขากระจายอยู่ทั่วโลก
  • หุ้นในบริษัทพลังงาน เหมืองแร่ และโครงสร้างพื้นฐาน (Commodities & Infrastructure) สินทรัพย์ประเภทนี้ มักเป็นรากฐานของเศรษฐกิจในแต่ละประเทศ เช่น สัมปทานโรงไฟฟ้า เหมืองแร่ ท่าเรือ หรือเครือข่ายโทรคมนาคม (มหาเศรษฐีไทยหลายท่านก็ติดอันดับจากสินทรัพย์ประเภทนี้ เช่น ธุรกิจพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน)
  • สินทรัพย์ทางเลือกใหม่ เช่น คริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Forbes ได้เพิ่มหมวดหมู่มหาเศรษฐีหน้าใหม่ที่ร่ำรวยจากการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลและหุ้นในกระดานเทรดคริปโทเคอร์เรนซี

รวมนักลงทุนที่ถูกจัดอันดับโดย Forbes

นักลงทุนที่จัดอันดับโดย Forbes มีใครบ้าง

นักลงทุนที่จัดอันดับโดย Forbes มีใครบ้าง ทำเนียบนี้รวบรวมมหาเศรษฐี ผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ทั้งนักลงทุนสถาบัน ราชาหุ้นคุณค่า ผู้บริหารกองทุนความเสี่ยงสูง และผู้คุมเม็ดเงินในสตาร์ตอัปเทคโนโลยี ดังนี้

ทำไม Warren Buffett ถึงยังเป็นเบอร์หนึ่งของนักลงทุน?

Warren Buffett ประธานบริหารของ Berkshire Hathaway คือสัญลักษณ์แห่งความสม่ำเสมอ แม้ในปัจจุบันความมั่งคั่งสุทธิของเขาจะทะยานเกินกว่า 144.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ติดอันดับ Top 10 ของโลก) (สืบค้นเมื่อ 15 มิถุนายน 2026) (10 มีนาคม 2026) [2] แต่สิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างคือกลยุทธ์การลงทุนระยะยาวในธุรกิจที่มีกำแพงภาษีแข่งขันได้สูง

  • ช่วงทศวรรษ 1980 – 1990: บัฟเฟตต์เริ่มสร้างชื่อเสียงจากการเข้าซื้อหุ้นยักษ์ใหญ่อย่าง Coca-Cola และ Gillette ในช่วงที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน
  • วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2008: เขาอัดฉีดเงิน 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเข้าอุ้ม Goldman Sachs ซึ่งสร้างผลกำไรมหาศาลในเวลาต่อมา
  • วิกฤตโควิด-19 และยุคหลังปี 2022: Berkshire Hathaway ปรับพอร์ตครั้งใหญ่ด้วยการเพิ่มสัดส่วนในหุ้นเทคโนโลยีอย่าง Apple จนกลายเป็นสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในพอร์ต และถือเงินสดสำรองรวมกันทุบสถิติโลกกว่า 3.97 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (สืบค้นเมื่อ 15 มิถุนายน 2026) เพื่อรอช้อนซื้อสินทรัพย์ราคาถูกในช่วงที่ตลาดผันผวน แต่ในช่วง 2024 จนถึงปลายปี 2025 บัฟเฟตต์ได้ทยอยลดสัดส่วนหุ้น Apple ลงอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม Apple ยังคงเป็นหุ้นตัวที่ใหญ่ที่สุดในพอร์ตคิดเป็นสัดส่วนราว 22%

ยังมีนักลงทุนคนไหนอีกบ้างที่ถูกจัดอันดับ?

  • กลุ่มนักลงทุนและผู้สร้างเทคโนโลยีระดับโลก เช่น Jensen Huang ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง NVIDIA ผู้นำด้านชิปประมวลผล AI ที่ขับเคลื่อนเทคโนโลยีโลกยุคปัจจุบัน ซึ่งบริษัท NVIDIA ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 5 เมษายน 1993 ร่วมกับ Chris Malachowsky และ Curtis Priem, ลาร์รีย์ เอลลิสัน ผู้ร่วมก่อตั้ง Oracle และ Elon Musk ผู้นำและนักลงทุนหลักใน Tesla, SpaceX, xAI และ Neuralink เน้นหนักด้าน Deep Tech และโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต
  • กลุ่มมหาเศรษฐีภาพรวมระดับโลก ได้แก่ Masayoshi Son (มาซาโยชิ ซัน) ผู้ก่อตั้ง SoftBank และกองทุน Vision Fund ที่เน้นลงทุนในสตาร์ตอัปเทคโนโลยีและ AI ระดับโลก (เช่น การลงทุนใน ARM, Uber) เป็นหนึ่งในไอคอนของสาย Tech Investment และ Ken Griffin ผู้ก่อตั้ง Citadel บิ๊กบอสแห่งวงการ Hedge Fund ที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์และอัลกอริทึมขั้นสูง (Quantitative Trading) ในการลงทุน เป็นต้น
  • กลุ่มทายาทผู้สืบทอดกิจการระดับโลก เช่น The Walton Family ทายาทผู้สืบทอดอาณาจักรค้าปลีกยักษ์ใหญ่ Walmart (นำโดย Jim Walton, Rob Walton และ อลิซ วอลตัน) ซึ่งหากนับความมั่งคั่งรวมกันทั้งตระกูล ถือเป็นหนึ่งในตระกูลที่รวยที่สุดในประวัติศาสตร์โลก, Françoise Bettencourt Meyers & family ทายาทหญิงของอาณาจักรเครื่องสำอางระดับโลกอย่าง L’Oréal เธอครองตำแหน่งผู้หญิงที่รวยที่สุดอันดับสองของโลก (16 ธันวาคม 2025) [3] รองจาก Alice Walton (สืบค้นวันที่ 15 มิถุนายน 2026), Julia Koch & family ทายาทผู้รับมรดกหุ้นใน Koch Industries และ Mark Mateschitz ทายาทหนุ่มชาวออสเตรียเขาได้รับมรดกหุ้น ใน Red Bull (กระทิงแดง) หลังจากที่ Dietrich Mateschitz พ่อของเขาเสียชีวิต
  • กลุ่มเจ้าพ่อสินค้าหรูหราและแฟชั่น อาทิ Bernard Arnault & family เจ้าของอาณาจักร LVMH (Louis Vuitton, Dior, Tiffany & Co. และแบรนด์หรูอีกกว่า 75 แบรนด์) ซึ่งสลับกันขึ้นลงในอันดับ Top 3 ของโลกร่วมกับ Elon Musk และ Jeff Bezos อยู่ตลอดเวลา, Amancio Ortega มหาเศรษฐีชาวสเปนผู้ก่อตั้ง Inditex ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแบรนด์ฟาสต์แฟชั่นระดับโลกอย่าง Zara และ Alain & Gerard Wertheimer สองพี่น้องผู้ถือหุ้นและควบคุมแบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนด์อย่าง Chanel
  • กลุ่มอุตสาหกรรมหนัก พลังงาน และสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น Mukesh Ambani ประธาน Reliance Industries จากอินเดีย, Gautam Adani อีกหนึ่งบิ๊กบอสจากอินเดีย เจ้าของอาณาจักร Adani Group ที่คุมโครงสร้างพื้นฐาน ท่าเรือ พลังงาน และถ่านหิน และ ตระกูลมาร์ส Jacqueline Mars & John Mars เจ้าของอาณาจักรขนมหวานและอาหารสัตว์ระดับโลกอย่าง Mars (แบรนด์ M&M’s, Snickers, Pedigree) ซึ่งเป็นบริษัทนอกตลาดหุ้นที่ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของสหรัฐอเมริกา

บทสรุป นักลงทุนที่จัดอันดับโดย Forbes มีใครบ้าง

การที่นักลงทุนจะถูกจัดอันดับนั้น จะคำนวณจาก มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (Net Worth) ซึ่งส่วนใหญ่สร้างความมั่งคั่งจากหุ้นเทคโนโลยี พอร์ตการลงทุน ตลาดทุน สินค้าหรูหรา และอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก เช่น Jensen Huang, Larry Ellison และ The Walton Family เป็นต้น

หากอยากประสบความสำเร็จบ้างต้องเริ่มศึกษาจากอะไร?

หัวใจสำคัญของการสร้างความมั่งคั่งคือการเริ่มลงทุนให้เร็วเพื่อพลังของดอกเบี้ยทบต้น ร่วมกับการเลือกสินทรัพย์ที่มี ROE สูง และมีจิตวิทยาการลงทุนที่ดีเพื่อเข้าซื้อสินทรัพย์ราคาถูกในช่วงวิกฤต

ปัจจัยอะไรที่ทำให้นักลงทุนเหล่านี้ยังไม่หลุดจากอันดับ?

คำตอบภาพรวมคือ “ความสามารถในการปรับตัวและการสร้างกระแสเงินสดเหนือกาลเวลา”

  • กลไกการเก็บค่าธรรมเนียมที่มั่นคง: เช่น Citadel ของ Ken Griffin ที่มีรายได้คงที่จากค่าธรรมเนียมการบริหาร 2% ไม่ว่าตลาดจะเป็นขาขึ้นหรือขาลง ทำให้อาณาจักรการเงินมีทุนไปต่อยอดได้ตลอดเวลา
  • การเปลี่ยนผ่านตามเทคโนโลยี: เช่นการที่บัฟเฟตต์ยอมกลืนน้ำลายตัวเองหันมาลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี หรือการที่ SoftBank เปลี่ยนผ่านจากบริษัทโทรคมนาคมมาเป็นกองทุน AI
  • ความได้เปรียบทางภาษี: มหาเศรษฐีในสหรัฐฯ มักจะถือครองสินทรัพย์ในรูปแบบของกำไรที่ยังไม่รับรู้ (Unrealized Capital Gains) ซึ่งจะไม่ถูกจัดเก็บภาษีจนกว่าจะมีการขายออก ทำให้เงินต้นยังคงทำงานและทบต้นต่อไปได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยในระยะยาว
Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง