
ทำไม FIFA ถึงจัด Halftime Show ในฟุตบอลโลก 2026
- Chono
- 21 views

ทำไม FIFA ถึงจัด Halftime Show คำตอบก็คือ เพื่อเป็นการยกระดับความยิ่งใหญ่ ในช่วงแมตช์การแข่งขันรอบสุดท้าย ในการชิงแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งจะเน้นไปที่ การสร้างประสบการณ์ความบันเทิงระดับสูง การระดมทุนเพื่อการกุศล และการรวบรวมศิลปินระดับโลก มาช่วยขับเคลื่อนความสนุกสนาน และสร้างแรงบันดาลใจผ่านเสียงดนตรี
คือหนึ่งในการแสดงครั้งยิ่งใหญ่ ที่อยู่ในช่วงพักครึ่งของการแข่งขัน ในฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศ โดยทางฟีฟ่าได้เริ่มจัดการโชว์อย่างเป็นทางการ แบบเต็มรูปแบบครั้งแรก ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนามฟุตบอล MetLife Stadium ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ซูเปอร์โบวล์ (Super Bowl)
ซึ่งการแสดงในช่วงพักครึ่ง ของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศ เป็นการแสดงครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก โดยได้ 3 ศิลปินระดับแนวหน้า ได้แก่ Madonna, Shakira และ BTS ร่วมแสดงเป็นเฮดไลน์เนอร์ และโชว์จะจัดขึ้นในวันที่ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 2026 โดยจะมีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก
แกนนำผู้ร่วมสร้าง Halftime Show นี้ขึ้นมา ได้แก่ Chris Martin นักร้องจากวงดนตรี Coldplay และอำนวยการสร้างโดย Global Citizen พร้อมตั้งเป้าหมายให้การแสดงในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ความบันเทิงเท่านั้น แต่เป็นการแสดงครั้งยิ่งใหญ่ ที่เป็นแรงขับเคลื่อนเพื่อสังคมอีกด้วย (14 พฤษภาคม 2026) [1]
Shakira หนึ่งในศิลปินระดับแนวหน้า ที่ให้สัมภาษณ์กับ Billboard เกี่ยวกับความรู้สึกของเธอ ที่ได้รับการคัดเลือก ให้ขึ้นโชว์ในช่วงพักครึ่งของ FIFA World Cup ร่วมกับ BTS และ Madonna เธอรู้สึกเป็นเกียรติมาก ที่ได้ร่วมแสดงไปกับศิลปินระดับแนวหน้า และคิดว่ามันแตกต่างจาก Super Bowl โดยสิ้นเชิง (24 พฤษภาคม 2026) [2]
สำหรับฟุตบอลโลก 2026 ที่อาจถูกจดจำในฐานะการแข่งขันฟุตบอลครั้งยิ่งใหญ่ แต่ในมุมมองทางธุรกิจ สิ่งที่น่าจับตามองมากที่สุด นั่นก็คือ นี่อาจเป็นฟุตบอลโลกครั้งแรก ที่ทางฟีฟ่าตั้งใจเปลี่ยนทัวร์นาเมนต์ฟุตบอล ให้กลายเป็นแพลตฟอร์มความบันเทิง เพื่อดึงดูดความสนใจของแฟนบอล ตลอดการรับชมการแข่งขัน
การแข่งขันฟุตบอลโลกในปีนี้ แสดงให้เห็นถึงความทันสมัย โลกที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็น การแข่งขัน ดนตรี เกม โซเชียลมีเดีย และเทคโนโลยี AI ทั้งหมด ถูกนำเสนอผ่านการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งไม่ใช่แค่สปอร์ตอีเวนต์อีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็น Attention Economy Event ที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง

ก่อนที่โชว์ในช่วงพักครึ่ง ที่จะถูกจัดแสดงในวันที่ 19 กรกฎาคม 2026 ก่อนหน้านี้ทาง FIFA ได้รวบรวมศิลปินชื่อดัง เพื่อร่วมกันสร้างผลงานเพลงฟุตบอลโลกแห่งปี แต่กลับเป็นว่า มีแต่กระแสเชิงลบ แฟนบอลทั่วโลกผิดหวัง ขาดความสนุกสนาน โดยเฉพาะเพลง Goals และเพลง Lighter ที่แฟนบอลกลับมองว่า มีเนื้อหาที่ไม่เกี่ยวกับกีฬา
ใครร้องเพลงบอลโลก 2026 ยกตัวอย่างเพลง Goals ที่ได้ ลิซ่า “LISA BLACKPINK” มาร่วมขับร้อง ด้วยทำนองเพลงแนวละติน แม้ว่าจะมีความสนุกสนาน จังหวะคึกคักมากแค่ไหนก็ตาม แต่เสียงวิจารณ์ส่วนใหญ่ กลับมองว่าเพลงนี้ ยังขาดความลึกซึ้งทางอารมณ์ แถมยังล้มเหลว ในการถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความสามัคคี
แฟนบอลหลายคนมองว่าเพลง Goals ให้ความรู้สึกเหมือนเพลงโฆษณา มากกว่าจะเป็นเพลงประจำการแข่งขันฟุตบอลโลก แถมยังโจมตีไปที่เนื้อหาของเพลง ที่ไม่มีความเชื่อมโยงระหว่างวัฒนธรรม และประเทศต่างๆ แฟนบอลบางคนกลับมองว่าเพลงนี้ เป็นเพลงที่น่าอับอาย เมื่อเทียบกับเพลงฟุตบอลโลกในปีก่อนๆ (26 พฤษภาคม 2026) [3]
ในเมื่อเพลง Goals และเพลง Lighter ค่อนข้างมีกระแสด้านลบ ทำให้ทาง FIFA ได้ดึงตัวเจ้าแม่เพลงบอลโลกอย่าง Shakira ที่เคยโด่งดังในการขับร้องเพลงฟุตบอลโลก เมื่อปี 2010 ที่แอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพ และกลายเป็นเพลงธีมฟุตบอลโลกที่ดีที่สุด มียอดวิวการรับชมสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งเธอกลับมาอีกครั้งในฟุตบอลโลกปี 2026
Shakira ได้ขับร้องเพลง Dai Dai แม้ว่ามันอาจจะเป็นเพลงที่ดูเรียบง่าย แต่ความหมายที่ซ่อนอยู่ภายในนั้น มีความลึกซึ้งมากกว่าที่คิด ซึ่งชากีราได้ผสมผสานสไตล์ของเธอ ให้เข้ากับจังหวะเพลง ที่ดึงดูดผู้คน และท่วงทำนองยังให้กลิ่นอายความเป็นลาตินอเมริกา สิ่งที่ทำให้เพลงนี้มีความโดดเด่น นั่นก็คือ การรวมเอาเสียงดนตรีจาก 3 ประเทศเจ้าภาพเข้าไว้ด้วยกัน
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เพลงฟุตบอลโลกในปี 2026 ที่ไม่ค่อยได้รับความสนใจมากนัก กลับพบว่ามีอินฟลูเอนเซอร์และสตรีมเมอร์ อย่าง IShowSpeed ได้ออกมาขับร้องเพลงฟุตบอลโลก โดยมีชื่อเพลงว่า World Cup (Champions) มียอดวิวมากกว่า 60 ล้านวิว ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 2 สัปดาห์ เป็นรองแค่เพลง Dai Dai เท่านั้น
สรุปแล้ว การที่ฟีฟ่าได้เพิ่มช่วงเวลาพักครึ่ง ในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งตัดสินใจจัด Halftime Show ขึ้นมา เพื่อยกระดับมหกรรมกีฬาสมัยใหม่ ให้กลายเป็นอีเวนต์ความบันเทิงระดับโลก เปิดโอกาสให้ผู้ชมรุ่นใหม่ ให้เข้ามาร่วมสนใจการแข่งขันฟุตบอลโลก และสร้างรายได้จากสปอนเซอร์รายใหญ่
มีผลต่อแฟนบอล ที่ได้เข้าไปร่วมรับชมยังสนามแข่งขัน มอบประสบการณ์ความบันเทิงระดับแนวหน้า โดยขยายฐานผู้ชมให้กว้างมากขึ้น สามารถดึงดูดผู้ชมที่ไม่ใช่แฟนบอล ให้เข้ามาร่วมรับชม แต่ในขณะเดียวกัน อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางวัฒนธรรม กับแฟนบอลสายฮาร์ดคอร์
สำหรับ Halftime Show ที่จะเกิดขึ้นในการแข่งขันฟุตบอลโลก FIFA World Cup ในปี 2026 รอบชิงชนะเลิศ จะมีการถ่ายทอดสดกว่า 130 ประเทศทั่วโลก ซึ่งแฟนบอลชาวไทย สามารถรับชมโชว์นี้ได้ทางสตรีมมิ่ง และเคเบิลทีวี ที่ถือครองลิขสิทธิ์รับชมฟุตบอลโลก เช่น MONOMAX

