
เจาะลึกข้อสงสัยว่า ทำไม ก๊ก อาน โดนยึดทรัพย์
- Chono
- 13 views

ทำไม ก๊ก อาน โดนยึดทรัพย์ คำตอบก็คือ เขามีส่วนเกี่ยวกับธุรกิจสีเทา และพัวพันกับขบวนการหลอกลวงข้ามชาติ แถมยังปกป้องเครือข่ายมิจฉาชีพ ทำให้หน่วยงานของรัฐบาลไทย และสหรัฐอเมริกา ทำการยึดทรัพย์สิน และคว่ำบาตรบุคคลดังกล่าว โดยมีมูลค่าทรัพย์สินมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท
ก๊ก อาน คือใคร คำตอบก็คือ เขาเป็นวุฒิสมาชิกคนสำคัญของ ฮุน เซน และยังเป็นเจ้าของอาณาจักรคาสิโนชื่อดัง ที่เปิดให้บริการในประเทศกัมพูชา “เจ้าพ่อปอยเปต” อายุ 71 ปี เขาเคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ทรงอิทธิพลของกัมพูชา โดยเริ่มต้นจากการเป็นนักธุรกิจพื้นถิ่น ก่อนก้าวเข้าสู่มหาเศรษฐีระดับต้นของประเทศ
เขาประกอบธุรกิจครอบคลุมโรงแรม คาสิโน ธุรกิจบุหรี่ ธุรกิจประมง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่หนึ่งในหัวใจหลักสำคัญของอาณาจักรหมื่นล้าน นั่นก็คือ “Crown Casino” และอาคารสูงในปอยเปต ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่า นี่อาจเป็นศูนย์บัญชาการธุรกิจสีเทา โดยเฉพาะเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และเว็บพนันออนไลน์
ชื่อของ ฟู ก๊ก อาน กลายเป็นที่พูดถึงมากที่สุด หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ ของประเทศไทย ได้ขยายผลเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ จนนำไปสู่การออกหมายจับ ในข้อหาสมคบก่ออาชญากรรมข้ามชาติ ลักลอบฟอกเงิน และใช้บัญชีม้า เพื่อทำการหลอกลวงเหยื่อ ผ่านระบบออนไลน์ (8 กรกฎาคม 2025) [1]
ถือเป็นเรื่องจริง เนื่องจากวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ตำรวจไซเบอร์ ได้เปิดปฏิบัติการปิดตึกบัญชีม้า ตามหมายศาลตรวจค้น 19 จุด ในสามจังหวัด ได้แก่ สมุทรปราการ, ชลบุรี และกรุงเทพมหานคร หลังจากที่มีการออกหมายจับนาย ก๊ก อาน นายทุนชาวกัมพูชา พบว่ามีความเกี่ยวข้อง และเป็นนายทุนหลักของเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์
สำหรับความเคลื่อนไหวในประเทศไทย ก่อนที่เจ้าหน้าที่ ปปง. จะมีคำสั่งอายัดทรัพย์สิน เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งเพิกถอนบัตรประชาชนลูกของ ก๊ก อาน ที่ได้มาโดยผิดกฎหมาย 3 คน หลังพบข้อมูลว่าทั้ง 3 คน เกี่ยวข้องกับกลุ่มคาสิโน ค้ามนุษย์ สแกมเมอร์ และฟอกเงิน
ก๊ก อาน หรือ ออกญา ภูก๊ก อัน เขาไม่ใช่แค่นักธุรกิจอันดับต้นๆ ของประเทศกัมพูชาเท่านั้น แต่ยังเป็นคนสนิทของ ฮุน เซน อีกด้วย เปรียบเสมือนเป็น 1 ใน 10 ผู้ทรงอิทธิพลทางเศรษฐกิจของประเทศ และยังมีกิจการในพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศไทยอีกด้วย โดยเป็นเจ้าของ Crown Casino และเป็นเจ้าของตึกสูงในปอยเปต
เมื่อประมาณ 5 ปี (2564) ที่ผ่านมา มีการรายงานว่า ก๊ก อาน อาจมีทรัพย์สินรวมทั้งหมด ทั้งในประเทศไทย กัมพูชา และประเทศสิงคโปร์ รวมกว่า 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 88,000 ล้านบาท และที่สำคัญ อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ทักษิณ ก๊ก อาน และ ฮุน เซน ต่างเคยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาก่อน (13 พฤศจิกายน 2025) [2]

อิทธิพลของ ก๊ก อาน ต่อระบบเศรษฐกิจชายแดนไทย-กัมพูชา คือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบ “ทวิลักษณ์” ซึ่งผสมผสานระหว่างธุรกิจคาสิโน เศรษฐกิจใต้ดิน และอสังหาริมทรัพย์ ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ต่อความมั่นคง และเศรษฐกิจตามแนวชายแดน เราจะพาไปวิเคราะห์ผลกระทบดังต่อไปนี้
ก๊ก อาน และพวกพ้อง ที่เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการสืบสวนสอบสวน และขยายผลการจับกุม ในคดีหลอกลวงออนไลน์ เมื่อล่าสุดที่ผ่านมา ได้พบความเชื่อมโยงของกลุ่มนาย ก๊ก อาน เป็นการกระทำความผิด ในลักษณะขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เครือข่ายใหญ่ ที่มีศูนย์ปฏิบัติการใช้ราชอาณาจักรกัมพูชา
ทางคณะกรรมการธุรกรรม มีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สิน ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จำนวน 90 รายการ รวมเป็นมูลค่าประมาณ 467 ล้านบาท และยังมีข้อมูลการโอนเงิน ไปยังบัญชีของนาย เบน สมิธ ที่เคยมีประวัติการฉ้อโกงประชาชน มีการโอนเงินไปมาระหว่างบริษัทต่างๆ กว่า 9,279 ล้านบาท (3 ธันวาคม 2025) [3]
การปราบปรามในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าประเทศไทย เอาจริงเอาจังกับการสกัดกั้น ขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติ เพื่อไม่ให้ประชาชนไทย ต้องตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเหล่านี้ และเรียนรู้เท่าทัน เกี่ยวกับกลอุบายหลอกลวงของมิจฉาชีพ
สรุปได้ว่า การที่ ก๊ก อาน ถูกยึดทรัพย์สิน มาจากการสืบสวนสอบสวน ของเจ้าหน้าที่ ปปง. ที่ตรวจสอบว่าเป็นบุคคลสำคัญ ของกลุ่มนายทุนสีเทา และเป็นเจ้าพ่อบงการเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ โดยมีพฤติกรรมการฟอกเงิน การค้ามนุษย์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ผ่านบัญชีม้า และบัญชีเงินสกุลดิจิทัล
ก๊ก อาน หรือ ออกญา ภูก๊ก อัน มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ ฮุน เซน (อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้นำของพรรคประชาชนกัมพูชา) ในฐานะนายทุนคนสนิท และผู้ทรงอิทธิพลระดับสูง และเป็นผู้มีอิทธิพลระดับสูงของกัมพูชา จากการเกื้อหนุนทางการเมือง ทำให้เขาสามารถทำธุรกิจขนาดใหญ่ได้อย่างราบรื่น
อย่างที่เราได้นำเสนอเอาไว้ข้างต้นว่า ก๊ก อาน เป็นเจ้าพ่อธุรกิจคาสิโนขนาดใหญ่ ในประเทศกัมพูชา โดยเป็นเจ้าของบริษัท Crown Casino และอาคารสถานบันเทิงขนาดใหญ่หลายแห่ง ในเมืองปอยเปต และสีหนุวิลล์

