
ทำไมรัฐบาลสหรัฐฯ สั่งปิด AI Claude ห้ามใช้ทั่วโลก?
- ไข่น้อย
- 11 views

ทำไมรัฐบาลสหรัฐฯ สั่งปิด AI Claude เพราะมีการอ้างเกี่ยวกับ ความมั่นคงของชาติ เพราะมีการพบช่องโหว่ ที่มีการปล่อยข้อมูลอันตรายออกมา จนเสี่ยงต่อการถูกกลุ่มที่ประสงค์ร้าย นำข้อมูลอันตรายไปใช้งาน ทำให้มีการควบคุมฉุกเฉิน และสั่งห้ามไม่ให้คนต่างชาติเข้าถึง ทำให้บริษัทที่สร้าง AI ตัวนี้ขึ้นมา ต้องประกาศปิดระบบชั่วคราว เพื่อเร่งแก้ไขปัญหา และพัฒนาระบบความปลอดภัย
วงการ AI ข่าวรัฐบาลสหรัฐฯ สั่งปิด Claude ในเดือนมิถุนายน 2026 เพราะรัฐบาลสหรัฐฯ ออกคำสั่ง export control ทำให้ต้องระงับการเข้าถึง AI รุ่น Fable 5 และ Mythos 5 โดยอ้างถึงความมั่นคง และพบเทคนิค Jailbreak หรือการปลดล็อกข้อจำกัดความปลอดภัยด้านไซเบอร์ แต่โมเดล AI Claude Opus 4.8, Sonnet และ Haiku ยังสามารถใช้งานปกติ (25 มิถุนายน 2026) [1]
แต่ก็มีการออกมาค้าน เพราะรัฐบาลที่จัดการเรื่องนี้ ไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดว่า ความเสี่ยงด้านความมั่นคงแห่งชาติที่อ้างถึงนั้น แท้จริงมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง เพราะต้องเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย ที่มาพร้อมกับความโปร่งใส ความเป็นธรรม ชัดเจน และสามารถตรวจสอบได้ ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ว่าย้อนแย้ง และไม่เป็นไปตามหลักการดังกล่าวเลย
พบว่าเคยมีปัญหากันมาก่อน ซึ่งต้องย้อนไปในปี 2025 ที่บริษัท Anthropic มีการเซ็นสัญญากับ กระทรวงกลาโหมสหรัฐ เพื่อให้ AI Claude ได้เป็น AI ตัวแรกบนเครือข่ายลับของรัฐบาล และต่อมาในปี 2026 มีการสั่งให้หน่วยงานรัฐบาลกลางหยุดใช้ AI ของบริษัท Anthropic เพราะบริษัทได้ทำการปฏิเสธเงื่อนไขของ กระทรวงกลาโหม ที่ต้องการให้ AI ใช้งานกับวัตถุประสงค์ที่ถูกกฎหมาย
และในปีเดียวกันนั้น บริษัท Anthropic ได้มีการฟ้องรัฐบาล หลังถูกกล่าวหาว่า เป็นภัยคุกคามความมั่นคง ทำให้ศาลต้องสั่งหยุดมาตรการของรัฐบาลต่อ Anthropic (13 มิถุนายน 2026) [2] และก็อย่างที่เห็นล่าสุด มีการอ้างว่าสามารถ Jailbreak ได้ ทำให้รัฐบาลกังวลเรื่องความมั่นคง จึงมีการออกคำสั่งควบคุม สั่งปิดระบบ AI ที่ทรงพลังที่สุดในขณะนี้ แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรไว้เลย จึงอาจจะเกิดกับความขัดแย้งที่ผ่านมา
เพราะปัจจุบันนี้ AI เป็นส่วนหนึ่งของ กระบวนการทำงานหลัก ที่อยู่ภายในองค์กรจำนวนมาก เพราะถูกใช้งานตั้งแต่การบริการลูกค้า ไปจนถึงการพัฒนาซอฟต์แวร์ ทำให้องค์กรที่ใช้ AI ในการทำงาน ต้องพบกับผลกระทบทันที แต่มันก็เป็นสัญญาณเตือนครั้งสำคัญ เกี่ยวกับการพึ่งพาผู้ให้บริการ AI เพียงรายเดียวมากเกินไป ซึ่งอาจสร้างความเสี่ยงเชิงธุรกิจได้อย่างมหาศาล
แต่สุดท้ายแล้ว เทคโนโลยีเหล่านี้ ก็ยังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแล และอาจถูกจำกัด หรือปิดการเข้าถึงได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หากรัฐบาลเห็นว่ามีความเสี่ยง และเหตุการณ์นี้ ก็ได้กลายเป็นบทเรียนราคาแพง ที่บังคับให้ภาคธุรกิจทั่วโลก ต้องหันมาทบทวนยุทธศาสตร์ ด้านเทคโนโลยีของตนเองในทันที เพื่อความมั่นคงของการทำงาน ทำให้อาจจะต้องพึ่งพาตนเองมากขึ้น

ต้องบอกเลยว่า มันคือผู้ช่วยอัจฉริยะ ที่สามารถสั่งให้มันช่วยทำงานได้หลากหลาย เพียงแค่พิมพ์คำสั่งเข้าไป ก็สามารถเข้าใจ และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างการใช้งาน อย่างเช่น ใช้เพื่อเขียนบทความ สรุปข้อมูลจากเอกสาร ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลให้เป็นระบบ จัดโครงสร้างความคิด วางแผนงาน และนำเสนอไอเดีย หรือจะให้มันออกแบบเอกสารให้อ่านง่าย ก็สามารถทำได้
นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ในการแปลภาษา แถมยังสร้าง และแก้ไขโค้ดได้หลายภาษาอีกด้วย แต่มันก็มีข้อจำกัดเล็กน้อย ตรงที่ไม่สามารถเปิดลิงก์ หรือดูวิดีโอได้ ไม่จดจำประวัติจากบทสนทนาเก่า ไม่สามารถค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตแบบเรียลไทม์ และไม่สามารถรองรับงานที่ต้องใช้การตัดสินใจแทนมนุษย์ ซึ่งมันเหมาะกับผู้คนหลายประเภท ที่ใช้เพิ่มประสิทธิภาพให้กับการทำงาน
Claude AI มีทั้งแบบใช้งานได้ฟรี และแบบที่ต้องเสียเงิน โดยแบบฟรีนั้น จะเป็นการตอบคำถามสั้น ๆ เขียนคอนเทนต์ แปลภาษา เขียนโค้ดพื้นฐาน หรือสรุปเนื้อหาที่ไม่ซับซ้อน ต่อมาจะเป็นแบบ Claude Pro ที่ราคาจะอยู่ที่ 17 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อเดือน สามารถทำคอนเทนต์ที่ประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างเช่น การสร้างไฟล์ จัดระเบียบโปรเจกต์ ซึ่งจะมีความละเอียดกว่าแบบฟรี
และสุดท้าย Claude Max เหมาะกับองค์กรต่าง ๆ ที่ต้องการความสามารถขั้นสูงสุดของ AI เพราะเข้าถึงการใช้งานได้มากกว่าแบบ Pro รวมถึงยังสามารถข้ามบทสนทนา และการเข้าถึงฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร โดยราคาจะอยู่ที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อเดือน ดังนั้น การใช้งาน Claude AI ก็ควรเลือกให้เหมาะสมกับ การใช้งานของแต่ละคนด้วย เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งานนั่นเอง
บริษัท Anthropic เริ่มก่อตั้งครั้งแรก เมื่อปี 2021 ที่นำโดยสองพี่น้อง Dario Amodei และ Daniela Amodei โดยปัจจุบันนี้ มูลค่าบริษัทอยู่ที่ 380,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีการระดมทุนครั้งใหม่ ทำให้มูลค่าบริษัทมากกว่า 900,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่จะเข้าตลาดหุ้น และจากข้อมูลอ้างอิง ผลประกอบการรายได้ในปี 2024 มีรายได้มากถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
และมีการคาดการณ์เอาไว้ว่า ในปี 2026 จะสามารถสร้างรายได้แตะ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรายได้เกือบ 80% จะมาจากองค์กร (28 มิถุนายน 2026) [3] ซึ่งมันสะท้อนให้เห็นถึง ความต้องการใช้งานในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้ Anthropic ก้าวขึ้นเป็นเสาหลักสำคัญ ในโลกธุรกิจยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว ซึ่งมันพิสูจน์ว่า AI ได้เปลี่ยนผ่านจากเทคโนโลยีทางเลือก สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
โดยสรุปแล้ว การที่รัฐบาลสหรัฐ สั่งปิด AI Claude ก็เพราะเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ ที่อ้างว่าพบช่องโหว่การ Jailbreak ที่ทำให้ระบบหลุดปล่อยข้อมูลอันตราย และอาจจะช่วยให้ผู้ที่ประสงค์ร้าย สามารถเจาะระบบซอฟต์แวร์สำคัญ จึงส่งผลให้จำเป็นต้องประกาศปิดระบบ และระงับการให้บริการทั่วโลกชั่วคราว เพื่อเร่งแก้ไขปัญหา และยกระดับความปลอดภัย
ช่องทางที่สามารถเข้าใช้งาน AI Claude ได้นั้น ก็คือ อินเทอร์เฟซเว็บ ที่ชื่อว่า claude.ai หรือจะเข้าใช้งานผ่าน Application ผ่านความร่วมมือกับแพลตฟอร์มต่าง ๆ ก็สามารถทำได้เช่นกัน ซึ่งมันช่วยให้ผู้ใช้งาน เข้าถึงได้อย่างสะดวกสบาย จากหลากหลายอุปกรณ์ที่รองรับ ทำให้สามารถใช้งาน ได้ตามความถนัดของแต่ละคน
เวอร์ชัน AI Claude ที่ผ่านมา ก็จะมี Claude เวอร์ชันแรก, Claude 2, Claude 2.1, Claude 3, Claude 3.5, Claude 4, Claude Opus 4.1, Claude 4.5, Claude 4.6, Claude 4.7, Claude 4.8, Claude Mythos และล่าสุดที่โดนสั่งปิด Claude Fable 5 และ Mythos 5 ซึ่งทั้งหมดนี้ ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง

