
ไขข้อสงสัย ทำไมบอลโลก 2026 อากาศร้อนมาก กว่าที่ผ่านมา
- Blackcat
- 10 views

ทำไมบอลโลก 2026 อากาศร้อนมาก เนื่องจากการแข่งขันจัดขึ้นในช่วงฤดูร้อนของทวีปอเมริกาเหนือ ประกอบกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากกิจกรรมของมนุษย์ ส่งผลให้หลายเมืองเจ้าภาพ ต้องเผชิญกับคลื่นความร้อน และความชื้นที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

คำตอบคือ ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์เป็นหลัก ส่วนปัจจัยธรรมชาติเป็นเพียงส่วนเสริมเท่านั้น
ช่วงเวลาจัดการแข่งขันในวันที่ 11 มิถุนายน ถึง 19 กรกฎาคม 2026 ซึ่งเป็นช่วงพีกของฤดูร้อนในสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา ทำให้ต้องเผชิญกับอุณหภูมิที่พุ่งสูงตามธรรมชาติ ต่างจากฟุตบอลโลก 2022 ที่จัดขึ้นช่วงวันที่ 20 พฤศจิกายน – 18 ธันวาคม 2022 ที่กาตาร์
ซึ่งยอมแหวกม่านประเพณีไปเตะในฤดูหนาวเพื่อหนีแดด อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Wikipedia และการแข่งขันบอลโลก 2026 ก็จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงใน 2 ด้านหลัก ๆ ดังนี้
ภาวะโลกร้อน หมายถึง การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศใกล้พื้นผิวโลก และน้ำในมหาสมุทร ที่เริ่มตั้งแต่ช่วงหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 20 ทั้งยังมีการคาดการณ์ว่าอุณหภูมิเฉลี่ยจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ และในปัจจุบันอุณหภูมิของโลกเราก็เพิ่มขึ้น 0.75 องศาเซลเซียส
เมื่อเปรียบเทียบกับในช่วงปี พ.ศ. 2403 – 2443 ตามการบันทึกของ Instrumental Temperature Record และนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 เป็นต้นมา อุณหภูมิของผิวดินได้เพิ่มสูงขึ้นราว ๆ 2 เท่าเมื่อเทียบกับอุณหภูมิของผิวทะเล (9 กุมภาพันธ์ 2026) [1]
ความรุนแรงและคลื่นความร้อน
คลื่นความร้อน ยังคงส่งผลต่อโลกอย่างต่อเนื่อง และผลการศึกษาใหม่เผยว่ามนุษย์มีอิทธิพลต่อสภาพอากาศถึง 30 เท่า และมีข้อพิสูจน์แล้วว่าสิ่งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งภาวะโลกร้อนทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น ส่งผลให้คลื่นความร้อนในปัจจุบันเกิดบ่อยขึ้น ยาวนานกว่าเดิม และทวีความรุนแรงขึ้นอย่างก้าวกระโดด หากเปรียบเทียบความรุนแรง
ตามหลักวิทยาศาสตร์สภาพภูมิอากาศ ซึ่งทางด้านขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก มีการประเมินว่าภายในอีก 5 ปีข้างหน้านี้ โลกของเราจะร้อนขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม และจะร้อนขึ้นระดับนั้นอย่างน้อย 1 ปี และมีโอกาสกว่า 98% ที่ 1 ใน 5 ปีข้างหน้า
อากาศจะร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยคาดว่าระหว่างปี พ.ศ. 2566 – พ.ศ. 2570 อุณหภูมิใกล้ผิวโลกเฉลี่ยรายปีอาจจะมากกว่ายุคก่อนอุตสาหกรรมที่ 1.1 – 1.8 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว (18 พฤษภาคม 2023) [2]

การเลือกใช้สนามเปิดประทุน ที่สะสมความร้อนจากแสงแดดโดยตรง ร่วมกับการจัดตารางแข่งในช่วงบ่ายที่อุณหภูมิพุ่งสูงสุด แทนที่จะหลีกเลี่ยงไปเตะช่วงค่ำ กลายเป็นการซ้ำเติมให้นักกีฬา และแฟนบอลต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่อบอ้าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เหตุผลที่ความชื้นทำร้ายร่างกายของนักเตะได้รุนแรงกว่าความร้อนเปล่า ๆ เป็นเพราะ “ระบบระบายความร้อนหลักของร่างกายถูกบล็อก” โดยมีกลไกทางวิทยาศาสตร์ดังนี้
การแข่งขันช่วงบ่ายนั้นมีอันตรายจริง แต่ถึงอย่างนั้นก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากปัจจัยการบริหารสิทธิประโยชน์และการถ่ายทอดสด มูลค่าลิขสิทธิ์มหาศาลทำให้ตารางการแข่งขันหลายคู่ ถูกกำหนดให้มีการแข่งขันในช่วงบ่าย (เช่น เวลา 15:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น)
เพื่อให้ตรงกับช่วงเวลาทอง (Prime Time) ของผู้ชมในทวีปยุโรปและแอฟริกา การลงเล่นในช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์ตั้งฉาก ซ้ำร้ายด้วยโครงสร้างของสนามแข่งขันยุคนี้ จากทั้งหมด 16 สนาม มีสนามที่ติดตั้งระบบปรับอากาศ และปิดหลังคาได้สมบูรณ์แบบเพียงแค่ 3 สนาม เท่านั้น (ได้แก่ ดัลลัส, ฮิวสตัน และแอตแลนตา) ส่วนที่เหลืออีก 13 สนามเป็นแบบเปิดโล่ง (Open-air)
ทำให้นักเตะต้องรับรังสีความร้อนโดยตรงจากแสงแดด ผสานกับดัชนีความร้อนจำลอง (UTCI) ในสนามเปิดบางแห่งที่อาจพุ่งสูงเกิน 49.5 องศาเซลเซียส ในช่วงบ่าย ซึ่งเกินขีดจำกัดที่มนุษย์จะทนทานไหว
สนามที่ได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อน
โดยสนามที่ได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนมากที่สุดตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ปี 1970-2025 จะมีดังนี้
ที่มา: สนามแข่งขันฟุตบอลโลก 2026: อุณหภูมิสุดขั้วเพิ่มสูงขึ้น (27 พฤษภาคม 2026) [3]
สาเหตุที่อากาศในปี 2026 ร้อนขึ้นอย่างมากเกิดจากวิกฤตโลกร้อนจากฝีมือมนุษย์ ผสานการจัดเตะช่วงบ่ายท่ามกลางความชื้นสัมพัทธ์สูง ของฤดูร้อนในอเมริกาเหนือ ส่งผลให้ 13 สนามเปิดในบอลโลก 2026 ทุบสถิติความร้อนจัดจนเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพนักเตะและแฟนบอลขั้นรุนแรง
สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ไม่ได้นิ่งนอนใจและจำเป็นต้องงัดมาตรการฉุกเฉินมาใช้เพื่อเซฟชีวิตนักกีฬา โดยกำหนดให้ทุก ๆ แมตช์การแข่งขันที่มีค่า WBGT เกินเกณฑ์มาตรฐาน ต้องมีการหยุดพักดื่มน้ำ อย่างน้อยครึ่งละ 1 ครั้ง นอกจากนี้ พร้อมให้ทีมแพทย์ใช้แคปซูลอัจฉริยะ แทร็กอุณหภูมิแกนกลางร่างกาย ปรับเวลาซ้อม และใช้ห้องเย็นจัดฟื้นฟูร่างกายเพื่อความปลอดภัยของนักเตะ
วิกฤตความร้อนในครั้งนี้ เปรียบเสมือนสัญญาณเตือนครั้งใหญ่ และอาจจะมีผลกระทบตามมาในอนาคตได้ด้วย เพราะฉะนั้นเป็นไปได้อย่างมากว่า ในอนาคตอาจจะเห็นมาตรการที่เด็ดขาดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนฤดูกาลแข่งขัน ข้อบังคับด้านสถาปัตยกรรมเกี่ยวกับสนาม และการปรับเปลี่ยนกฎการแข่งขัน เป็นต้น

