
รวมถาม-ตอบเกี่ยวกับ กีฬาสุดแปลก Death Diving
- Chono
- 10 views

กีฬาสุดแปลก Death Diving คือหนึ่งในกีฬาเอ็กซ์ตรีม ที่เต็มไปด้วยความสนุก และแปลกใหม่ที่สุดในโลก เพราะนักกีฬาต้องกระโดดจากหอสูง แล้วปล่อยตัวลอยนิ่งในท่านอนราบ คล้ายกับกำลังจะพลาดท่าตกน้ำ ก่อนจะหักตัวโค้งงอลงน้ำอย่างปลอดภัย ในเสี้ยววินาทีสุดท้าย
กีฬา Death Diving มีต้นกำเนิดจากประเทศนอร์เวย์ โดยเริ่มเล่นกันอย่างไม่เป็นทางการที่สระว่ายน้ำ Frognerbadet ในกรุงออสโล ตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1980 ในกลุ่มวัยรุ่น ที่อยากอวดความกล้าให้เพื่อนดู และจากกิจกรรมสนุกๆ ในหมู่เพื่อนฝูง ก็ค่อยๆ พัฒนาเป็นกีฬาที่มีกติกาชัดเจนมากขึ้น (7 มิถุนายน 2026) [1]
Death Diving เป็นกีฬาที่ดูตื่นเต้น และน่าตกใจในเวลาเดียวกัน ทำให้คลิปวิดีโอ ได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วบนโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะ TikTok ที่มียอดวิวรวมกันมากกว่า 370 ล้านครั้ง จนกลายเป็นหนึ่งในกีฬาเอ็กซ์ตรีม ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก (7 กุมภาพันธ์ 2023) [2]
การแข่งขัน จะแบ่งออกเป็นประเภทหลัก คือ Classic ที่ผู้เล่นต้องเหยียดตัวตรงนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ และ Freestyle ที่อนุญาตให้หมุนตัวและใส่ท่าทางที่สร้างสรรค์มากขึ้น คณะกรรมการตัดสินจะประเมินตั้งแต่จังหวะวิ่งขึ้นหอ ท่าทางระหว่างลอยตัวในอากาศ ไปจนถึงการลงน้ำ
หอกระโดดมาตรฐานที่ใช้แข่งขัน Death Diving ในนอร์เวย์อยู่ที่ประมาณ 10 เมตร (30 สิงหาคม 2019) [3] แต่นักกีฬาบางคน ก็ท้าทายตัวเอง ด้วยความสูงที่มากขึ้น ในปี 2024 ที่นักกระโดดชาวสวิสและฝรั่งเศสทำสถิติโลกกระโดดจากความสูงถึง 36.6 เมตร ซึ่งทำให้ตกกระทบน้ำด้วยความเร็วราว 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (25 กันยายน 2024) [4]
นักกีฬาทุกคน จะต้องคงท่าตัวตรงแบบนอนราบไว้ให้นานที่สุด ระหว่างลอยตัวในอากาศ ก่อนจะหักตัวโค้งงอคล้ายท่าตัวอ่อนในวินาทีสุดท้าย ก่อนถึงผิวน้ำ เพื่อให้ส่วนเท้าและมือ หรือเข่าและข้อศอก สัมผัสน้ำก่อน เพราะจะช่วยลดแรงกระแทก และป้องกันการบาดเจ็บรุนแรง

กรรมการ 3-5 คน จะให้คะแนนแต่ละครั้งในช่วง 0 ถึง 10 คะแนน แบ่งย่อยทีละ 0.1 คะแนน แล้วนำมาเฉลี่ยเป็นคะแนนสุดท้าย โดยพิจารณาจาก 4 หัวข้อหลักก็คือ จังหวะวิ่งขึ้นหอ ความเร็วและพลัง ท่าทางระหว่างลอยตัว และความแม่นยำของการลงน้ำ (2026) [5]
นักกีฬาต้องมีความกล้าหาญเป็นพื้นฐาน แต่สิ่งสำคัญ นั่นก็คือ การจับจังหวะที่แม่นยำ ว่าต้องหักตัวโค้งงอตอนไหนก่อนถึงน้ำ รวมถึงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว เพื่อควบคุมท่าทางกลางอากาศ นักกีฬาหลายคนให้ความเห็นว่า ไม่จำเป็นต้องมีร่างกายแบบนักกีฬามืออาชีพ แต่ต้องรู้จังหวะและกล้าที่จะปล่อยตัวอย่างมั่นใจ
Death Diving และ Cliff Diving แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ในด้านการออกท่าทางลงสู่ผิวน้ำ ความสูงจากจุดกระโดด และวัตถุประสงค์ของกีฬา โดย Death Diving จะเน้นการกางตัวขนานกับน้ำ และม้วนตัวก่อนกระแทกผิวน้ำ แต่กีฬา Cliff Diving จะเน้นการดิ่งลงน้ำ โดยเอาเท้าหรือศีรษะลง เพื่อความปลอดภัยของนักกีฬา
กีฬาประเภทนี้ ถือว่าอันตรายมาก เพราะการตกกระทบน้ำจากความสูง ด้วยจังหวะที่ผิดพลาดอาจทำให้บาดเจ็บสาหัสได้ หรือใครที่อยากดูบทความรีวิวกีฬาสุดแปลก สามารถคลิกเข้าไปดูได้ที่ กีฬาประหลาดจากทั่วโลก มีอะไรบ้าง
มีการแข่งขันระดับโลกอยู่จริง ซึ่งจัดขึ้นทุกปีที่สระ Frognerbadet เมืองออสโล ประเทศนอร์เวย์ นับตั้งแต่ปี 2008 และมีการก่อตั้งสมาคม International อย่างเป็นทางการในปี 2011 เพื่อพัฒนากีฬานี้ในระดับสากล (7 มิถุนายน 2026) [1]
Death Diving กำลังขยายตัวจากกีฬาท้องถิ่นของนอร์เวย์สู่เวทีนานาชาติมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งไม่กี่ปีที่ผ่านมา ก็ได้มีนักกีฬาชาวสเปน ที่กลายเป็นแชมป์โลกคนแรก ประเภท Freestyle ชาย ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตของกีฬานี้ในระดับโลก
สรุปได้ว่า Death Diving เป็นกีฬาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย และยังเป็นบททดสอบความกล้าหาญ จังหวะการหักตัว และการควบคุมร่างกายในอากาศ มากกว่าความแข็งแกร่งทางกายภาพ แม้จะดูอันตรายและมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บสูง แต่ Death Diving ก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

