
ถาม-ตอบเกี่ยวกับ การรีบาวด์ ในบาสเกตบอล
- หัวใจสีเขียว
- 10 views

การรีบาวด์ ในบาสเกตบอล เป็นการแย่ง หรือเก็บลูกบาส หลังจากที่ผู้เล่นชู้ตไม่ลงห่วง เพื่อให้ทีมได้ครองบอลต่อไป ซึ่งถือเป็นทักษะสำคัญ ที่ช่วยสร้างโอกาสในการทำคะแนน และป้องกันไม่ให้คู่แข่งได้บอล
มี 2 ประเภท คือ การรีบาวด์ฝ่ายรับ และการรีบาวด์ฝ่ายรุก ซึ่งการรีบาวด์ฝ่ายรับ จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นที่เก็บลูกรีบาวด์ที่พลาด อยู่ทีมเดียวกับผู้ที่ยิงลูกนั้น ส่วนการรีบาวด์ฝ่ายรุก หรือเรียกว่ารีบาวด์แบบป้องกัน จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นที่อยู่คนละทีม กับคนที่ยิง เก็บลูกรีบาวด์ได้ (29 กันยายน 2015) [1]
เพราะการรีบาวด์ จะช่วยให้ทีมได้ครองบอลต่อ และสร้างโอกาส ในการทำคะแนนเพิ่ม หากเป็นรีบาวด์ฝ่ายรับ ก็จะช่วยตัดโอกาสการบุกซ้ำ ของคู่แข่งได้ นอกจากนี้ยังอาจเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ช่วยเปลี่ยนรูปเกม และเพิ่มความได้เปรียบ ในการแข่งขันด้วย
ต่างกัน การรีบาวด์ คือ การเก็บลูกหลังจากการชู้ตพลาด เพื่อให้ทีมได้ครองบอลต่อ ส่วนการบล็อก คือ การใช้มือสกัดลูกของฝ่ายตรงข้าม ขณะที่กำลังชู้ต เพื่อป้องกันไม่ให้ทำคะแนนได้ หากสงสัยว่า การบล็อก ต้องกระโดดสูงไหม ขึ้นอยู่กับจังหวะ และส่วนสูงของผู้เล่น
สำหรับการแข่งขัน บาสเกตบอลใน NBA ผู้ที่เล่นรีบาวด์ได้ดีที่สุดตลอดกาล คือ Wilt Chamberlain ซึ่งครองสถิติรีบาวด์สูงสุดถึง 23,924 รีบาวด์ จากการลงเล่น 1,045 เกม (2026) [2]
ต้องใช้ความเร็ว ในระดับที่พอดี เพราะการรีบาวด์ไม่ได้วัด จากความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการอ่านทิศทางของลูก การยืนตามตำแหน่งต่างๆ และจังหวะการกระโดด ที่เหมาะสมด้วย ผู้เล่นที่เคลื่อนที่ได้รวดเร็ว จะมีโอกาสเข้าถึงลูกได้ก่อนคู่แข่ง

จังหวะที่ลูกบาสกระทบห่วง หรือแป้น หลังจากการชู้ตพลาด ผู้เล่นต้องรีบคาดเดาทิศทางของลูก เข้าประจำตำแหน่ง และกระโดดแย่งบอลให้ได้ก่อนคู่แข่ง เพื่อเพิ่มโอกาส ในการครองบอล
จะทำให้ทีมได้เปรียบ ตรงที่ได้มีโอกาสครองบอล และได้สร้างจังหวะ ในการทำคะแนน อีกทั้งการรีบาวด์เกมรับ ยังจะช่วยตัดโอกาสการทำคะแนนซ้ำ ของคู่แข่งด้วย
ผู้เล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์ และเพาเวอร์ฟอร์เวิร์ด มีโอกาสรีบาวด์ได้ดีที่สุด เพราะเป็นผู้เล่นที่อยู่ใกล้ห่วง อีกทั้งยังมีความสูง และความแข็งแรงด้วย
การรีบาวด์หนึ่งครั้ง ในกีฬาบาสเกตบอล อาจส่งผลต่อเกมได้มาก เพราะช่วยให้ทีมได้ครองบอลต่อ และสร้างโอกาสทำคะแนนเพิ่ม อีกทั้งยังสามารถตัดโอกาสของคู่แข่ง และเปลี่ยนจังหวะจากเกมรับ เป็นเกมรุกได้ทันที โดยเฉพาะในช่วงท้ายเกม ที่ทั้งสองทีม มีคะแนนสูสีกัน
สรุปการรีบาวด์ ในบาสเกตบอล เป็นการเก็บลูก หลังจากชู้ตไม่ลงห่วง เพื่อให้ทีมได้ครองบอลต่อไป โดยจะแบ่งเป็นรีบาวด์เกมรุก และรีบาวด์เกมรับ ทักษะนี้ต้องอาศัยการยืนตำแหน่ง การอ่านทิศทางลูก และจังหวะการกระโดด ที่แม่นยำ

